วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Carolina Herrera – CH Men Grand Tour

Carolina Herrera – CH Men Grand Tour

เป็นหนึ่งใน Flanker ลำดับที่ 3 ของรุ่น CH Men ที่เรียกว่าเป็นตัวยอดนิยมของแบรนด์ Carolina Herrera ที่ตามติดโซน 212 มาเลยทีเดียว ส่วนตัวนั้นเดิมทีไม่เคยได้มีโอกาสลอง CH Men ต้นตำรับมาก่อนเลยว่ามาในลักษณะเช่นใด เรียกว่าเป็นการข้ามช็อตมาเลย ดังนั้นมารู้จักกันกับรุ่นนี้เลยดีกว่า CH Men Grand Tour

แน่นอนว่าจะไม่มีการบอกเล่าถึงความเชื่อมโยงใดๆ กับต้นตระกูล จะมุ่งตรงมาที่กลิ่นอายที่รุ่นนี้ทำออกมาเลย ซึ่งก็เปิดตัวกันด้วยความนัวกันก่อนเลยกับ Top Notes ที่เป็นกลิ่นของสมุนไพรแห้งกลั้วเครื่องเทศติดเผ็ดเคล้ากับกลิ่นอายของ Incense หรือโทนธูปจะมาแบบนัวๆ ติดหวานก่อนเลย ซึ่งจะจับได้เลยว่ามีโทนนุ่มรองพื้นอยู่ตั้งแต่ช่วงนี้ กลิ่นอายจะนัวนุ่มติด Smoky กำลังดี และเพียงไม่นานเครื่องเทศโทนอบอุ่นจะเด่นขึ้นมาดึงเข้าสู่ช่วง Middle Notes ที่กลิ่นอายจะมีความหวานเคล้าอบอุ่นของอบเชย และมีกลิ่นอายเผ็ดนุ่มของเม็ดจันทน์เทศมาตัดทอน โดยที่กลิ่นอายโทนธูปยังคงอยู่แต่ลดความ Smoky ลงมา ซึ่งกลิ่นอายนุ่มๆ ที่รู้สึกได้ตั้งแต่ช่วงต้นจะจับได้ชัดเจนในช่วงกลางนี้ด้วยเช่นกันกับกลิ่นหนังกลับที่มาสายนุ่มจมูกมากกว่าจะมีความเป็นสาปปลุกเร้า Animalic กลิ่นอายจะนุ่มนวลจมูกอวลๆ กำลังดีไปตลอด จนเมื่อเข้า Base Notes กลิ่นหนังกลับจะเด่นเคล้ากับกลิ่นไม้หอมอบอุ่นแบบแบ่งภาคกันได้อย่างลงตัวและจะสัมผัสได้ไม่ยากทั้งคู่ เพียงแต่จะมีกลิ่นอายเครื่องเทศที่ยังตามมาจากช่วงกลางมาผสมผสานไปด้วย ซึ่งในช่วงนี้จะได้ความรู้สึกแบบหนังนุ่มสะอาดที่มีความนวลอวลกำลังดีไปตลอดจนกว่ากลิ่นจะเริ่มจางและหายไปจากผิว 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะต้องผ่านน้ำหอมกลิ่นอายหนังกับโทนธูป Incense มาบ้างจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการ แบบออกงานแต่งตัวสมาร์ทเท่ห์ๆ หรือใส่ทำงาน ไปเรียนอะไรก็ได้ แบบจำนวนสเปรย์เหมาะสม ส่วนทั่วๆ ไปก็สามารถจัดได้ ยกเว้นการใส่เพื่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกาย เพราะกลิ่นมาสายแน่นไม่น้อยเดี๋ยวจะจุกคอหอยตายเสียก่อน ส่วนยามค่ำคืนเรียกได้เลยว่าจัดไปได้เลย เพราะกลิ่นดึงดูดและนัวๆ ชวนให้เข้าใกล้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ความทน – 8 ชม. เป็นพื้นฐาน ซึ่งจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ

การกระจาย กลิ่นกระจายดีอวลนัวกันเลยทีเดียวในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางอวลๆ นัวๆ ในช่วงกลาง และปิดท้ายด้วยออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้ายแบบยาวไป

ทิ้งท้าย ถือว่าเป็นกลิ่นหนังกลับผสมผสานกับเครื่องเทศและโทนธูปได้หอมนุ่มนวลอวลแบบกำลังดีมาก ไม่ได้มาแบบติดสาป Animalic หรือมาสายเผ็ดหวานกระจายแต่ประการใด ซึ่งถ้าอิงตามแรงบันดาลใจของรุ่นนี้หรือกระเป๋าหนังแบบ Vintage Suitcase สำหรับท่องเที่ยวก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ชัดเจนและกลิ่นลงตัวมากเลยล่ะครับ

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ


Review: L'Artisan Parfumeur - Mechant Loup

L'Artisan Parfumeur - Mechant Loup 

เมื่อตอนที่ได้รู้จักรุ่นนี้ครั้งแรก ออกแนวเมินพอสมควรเพราะคิดว่ากลิ่นอาจจะไม่เข้าทาง เพราะเห็นว่ามีน้ำผึ้งอยู่ในนั้นด้วย แต่พอได้มีโอกาสจับต้องอีกครั้ง ต้องบอกกันเลยว่า L'Artisan Parfumeur ทำกลิ่นออกมาได้ดีจนต้องรู้สึกพลาดกันตั้งแต่ทีแรกจริงๆ ว่าเมินไปได้อย่างไร เช่นนั้นมารู้จักกันเสียหน่อยกับรุ่นที่น่าสนใจรุ่นนี้ นั่นคือ Mechant Loup 

Mechant Loup มีความหมายว่าหมาป่าที่ดุร้าย เช่นนั้นแค่ชื่อรุ่นอาจจะทำให้เราจินตนาการไปสารพัดว่าต้องดาร์กและดุดัน แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่ปรากฎมันดันไม่ใช่ มันออกแนวล่อลวงเสียมากกว่า เพราะเปิดต้นทางของกลิ่นด้วยกลิ่นอายแบบถั่วฮาเซลนัทที่จะเสริมด้วยกลิ่นโทนหวานของชะเอม ซึ่งกลิ่นจะมีความซ่าๆ เสริมเข้ามาลักษณะ Spicy ผสมผสานไม้หอมเสริมเข้ามาด้วย ซึ่งจะได้อารมณ์ติดดาร์กพอสมควรในช่วงนี้ โดยจะรู้สึกได้ถึงความคมของกลิ่นอยู่ในระยะหนึ่ง แล้วจะเข้าสู่ช่วงกลางโดยกลิ่นของถั่วฮาเซลนัทจะลดระดับลงมากลมกล่อมกลั้วไปกับกลิ่นอายของน้ำผึ้งที่นำเสนอตัวเองออกมาในโทนที่โปร่งสบาย ซึ่งชะเอมยังคงอยู่ให้โทนหวานแบบละมุน เชื่อมความหวานของน้ำผึ้งกับโทนไม้หอม โดยมีกลิ่นอายของยางไม้นวลๆ กลั้วไม้หอมติดดาร์กกำลังดี โดยกลิ่นจะมีความหวานแห้งโปร่งไปตลอด ซึ่งจะได้อารมณ์เย้ายวนและล่อลวงให้เข้าใกล้เสียมาก จนเมื่อกลิ่นอายของไม้หอมเริ่มมีความชัดขึ้นจนจับได้ว่าเปนซีดาร์ ผสมผสานกับโทนสะอาดอบอุ่นของไม้จันทน์หอม ก็ได้เวลาของช่วงท้ายที่กลิ่นอายหวานๆ จะลดระดับลงมาโปร่งมากขึ้นเคล้ากับกลิ่นไม้หอมกลั้วกับหนังนุ่มๆ โดยมีกลิ่นอายของยาสูบเบาๆ นวลๆ ที่ยังคงมีความดาร์กให้สัมผัสได้แบบโปร่งหวาน ภาพรวมนอกจากความดาร์กติดหวานเย้าที่จะรู้สึกได้ไปตลอดแล้ว กลิ่นยังให้ความรู้สึกหรูหราเสริมเข้ามาด้วยเป็นระยะจากกลิ่นอายของไม้หอมที่โปร่งติดหวานสะอาดอย่างมีระดับไปตลอด โดยไม่ได้ติดสาป Animalic ให้คนที่ไม่ชอบรำคาญใจแน่นอ 

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศวัยทำงานขึ้นไป กลิ่นอยู่กลางๆ ระหว่างการเข้าถึงได้ง่ายกับต้องอาศัยเวลาในการศึกษามันพอสมควร อย่างน้อยคนที่ผ่านน้ำหอมมาระยะนึงจะเข้าใจได้มากขึ้น โดยจะเข้ากับหลายๆ สถานการณ์ทั้งยามกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นงานทางการหรือออกงาน หรือจะชิลล์ๆ ทั่วๆ ไปก็ได้ กลิ่นค่อนข้างสร้างออร่าหวานโปร่งแบบเย้ายวนซ่อนความดาร์กล่อลวงกำลังดี แต่จะไม่เหมาะกับการใส่เพื่อออกกำลังกายแต่ประการใด กลางแจ้งพอได้แต่ต้องจำกัดสเปรย์ ส่วนท่องราตรีแบบจิบสบายๆ นิ่งๆ ไม่ได้ออกแนวเต้นพล่านจะเข้าทางมากมายเลยทีเดียว 

ความทน - เรียกว่าทำได้ดีกับประมาณ 8 ชม. ซึ่งจะบวกลบประมาณ 2 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ส่วนตัวเจอไปที่ 10 ชม. กลิ่นยังติดผิวอยู่ให้รู้สึกหอมสบายเย้าๆ ไม่น้อย 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวแบบยาวไปจนถึงกลางๆ ช่วงท้าย จึงเป็น Skin Scent ที่ขยับเนื้อตัวแล้ว กลิ่นจะตีขึ้นแบบหวานโปร่งติดไม้หอมให้รู้สึกได้ 

ทิ้งท้าย - เอาจริงๆ กลิ่นไม่โหดเลย ออกแนวเย้ายวนล่อลวงแบบหมาป่าที่ร้ายแบบไม่โจ่งแจ้งพร้อมกินคนที่หลงเข้ามาหาและคิดว่าดูเชื่องเสียมากกว่า ซึ่งส่วนตัวหลังจากที่ได้ใช้ ต้องยกให้เป็นหนึ่งในน้ำหอมของ L'Artisan Parfumeur ที่รักมากกับกลิ่นอายหวานน้ำผึ้งชะเอมโปร่งๆ แบบนี้

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ  https://thescentedhound.files.wordpress.com/2012/08/l_artisan_mechant_loup.jpg

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: PRYN Parfum – Peaches of Immortality

PRYN Parfum – Peaches of Immortality 

เมื่อได้เห็นแบรนด์ไทยอย่าง PRYN Parfum ออกไลน์ใหม่ กับขวดสีทึบแถมลงกำกับไว้ว่า Eau de Interieur ซึ่งตอนแรกก็แอบแปลกใจว่าเป็นลักษณะไหนไม่น้อย แต่พอได้ศึกษาข้อมูลจึงได้รู้ว่านี่คือ Eau de Toilette ปกติ แต่มาในลักษณะของน้ำหอมเอนกประสงค์ที่นอกจากฉีดตัวแล้วสามารถฉีดห้อง ฉีดเสื้อผ้า ฉีดอะไรก็ได้ที่อยากฉีดเสียด้วย เช่นนั้นก็ต้องลองกันซักหน่อยว่ากลิ่นจะออกมาในรูปแบบใดกับรุ่นนี้เลย Peaches of Immortality 

เพียงแค่ฉีดออกมาช่วงแรกจะได้อารมณ์กลิ่นชาอู่หลงที่มาเต็มมาก ล้อมไปด้วยกลิ่นของดอกพีชที่จะให้ความเป็นพีชที่ไม่หวานจัด กลิ่นจะเป็นการตัดกันที่ลงตัวระหว่างชากับดอกพีช เลยไม่ได้ออกทางฉ่ำแบบผลพีชเท่าไหร่ ซึ่งทำให้กลิ่นนั้นทั้งหอมขมนุ่มและหวานโปร่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งกลิ่นของดอกพีชจะเป็นศูนย์กลางของน้ำหอมตัวนี้เลยทีเดียว เพราะจะลากยาวไปจนถึงช่วงท้าย โดยไปผสมผสานกับช่วงกลางที่จะเป็นกลิ่นอายแบบมวลหมู่ดอกไม้แบบสดชื่่นหวานโปร่งเป็นหลักอย่างดอกโบตั๋น โดยมีความหวานติดอมเปรี้ยวหน่อยๆ จากดอกแมกโนเลีย มีความหวานหอมนวลจากดอกสายน้ำผึ้ง แต่ไม่เข้มข้นมากเพราะมีดอกวิสทีเรียที่ให้ความเป็นดอกไม้แบบติด Spicy เลยทำให้กลิ่นออกทางโปร่งสบายๆ ที่สำคัญจะจับได้ถึงกลิ่นอายคล้ายกระดาษหน่อยๆ ซึ่ีงมาจากไม้ไผ่แทรกอยู่ตลอดเสียด้วย และจะเด่นชัดออกมามากขึ้นจนเมื่อเข้าช่วงท้าย ที่ความเป็นดอกไม้ติดกลิ่นหอมหวานโปร่งจากดอกพีชยังอยู่กลั้วกับความเป็นไม้ไผ่ โดยมีความเป็นโทนแป้งจางๆ และมีความอบอุ่นเบาๆ นวลๆ จากโทนไม้หอม ภาพรวมจึงได้ความรู้สึกเหมืิอนนอนจิบชาในสวนพีชที่มีต้นไผ่ปลูกล้อมสวน และมีดอกไม้นานาที่ปลูกแซมไปตลอด กลิ่นลอยมาตามลมหวานโปร่งท่ามกลางอากาศสดชื่น สร้างความอะโรม่าและรื่นรมย์อย่างชัดเจนเลยทีเดียว 

เหมาะสำหรับ - ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียน ม.ปลายขึ้นไปก็ใช้ได้แล้ว ซึ่งกลิ่นเข้าถึงง่าย ใช้ยังไงก็หอมสดชื่นหวานโปร่งและน่ารักไม่น้อย โดยสามารถใช้ได้แทบทุกสถานการณ์ยามกลางวันกับอากาศบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือทั่วๆ ไป แต่ออกกำลังกายอาจจะรอช่วงท้ายๆ จะดีกว่า เพราะจะได้ไม่หวานจนคนเหลียวหลังว่านี่ใส่น้ำหอมดอกไม้มาบึ้ดจ้ำบึ้ดเหรอ ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นนี้เนนแบบเดินเล่นสบายๆ หรือเดินเที่ยว Shopping มากกว่าจะใส่ไปเต้นแอ่นหน้าแอ่นหลัง เพราะกลิ่นออกทางปลอดโปร่งน่ารักและรื่นรมย์ จึงไม่ได้มาสายเย้ายวนอะไรจัดหนักอะไรขนาดนั้น ส่วนผู้ชายเอาจริงๆ ถ้าไม่แคร์กลิ่นโทนพีชและดอกไม้ก็ใส่ได้ มันอาจจะหวานหน่อยแต่กลิ่นมันออกทางอะโรม่าอยู่ไม่น้อยได้อารมณ์นอนเล่นในสวนตามที่กล่าวเสียด้วยซ้ำไป 

ความทน - อันนี้ต้องยกให้เลย 8 ชม. คือพื้นฐาน อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. สบายๆ กับ 6 สเปรย์รวมฉีดเสื้อด้านหน้า กลิ่นติดเสื้อดีงามจริงๆ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้นเรียกว่าฟินได้เลยถ้าชอบชาอู่หลงกลั้วพีชที่ไม่ฉ่ำหวานจัด แล้วจึงลดลงมากระจายปานกลาง ก่อนจะปิดท้ายที่ออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - เป็นอีกตัวที่ให้ภาพในหัวออกมาอย่างชัดเจนว่าเรากำลังทำอะไรที่ไหน ถือเป็นกลิ่นที่อิงสภาพแวดล้อมที่รื่นรมย์มากเลยทีเดียว ที่สำคัญโซน Eau de Interieur นี้ราคาเบากว่า EDP Intense ในรุ่นปกติด้วยในปริมาณที่เท่ากัน ประมาณไม่เกิน 1,500 บาทซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว และสุดท้ายที่ได้ข่าวคือจะ #เลิกผลิตแล้ว มันเจ็บตรงนี้

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ยกเว้นแบรนด์ PRYN Parfum ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ  http://www.prynparfum.com/peaches-of-immortality/

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Jovan - Intense Oud

Jovan - Intense Oud 

ในกรณีที่ถ้ายังไม่ได้รู้จักน้ำหอมแนวตะวันออกกลางกันมาก่อน ส่วนใหญ่ที่เราจะได้เจอน้ำหอมกลิ่นแนว Oud หรือกฤษณามักจะเจอตามแบรนด์ Niche หรือ Designer Brand ปกติที่ขายตามเคาน์เตอร์ในราคาที่สูงกันเสียส่วนมาก แต่คราวนี้ Jovan แบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่ราคาไม่แรงแต่ทำน้ำหอมออกมาได้น่าสนใจมากหันมาจับตลาดของกลิ่นนี้จะเป็นยังไง ต้องมาลองดมกันหน่อยแล้ว ผลออกมาคือ 

เป็นอีกหนึ่งกลิ่น Oud ที่ทำออกมาได้ลงตัวและน่าสนใจมาก กับการดึงเอาจุดเด่นของ Oud กุหลาบ และหญ้าฝรั่นออกมาผสมผสานกันได้คงคอนเซปท์ของการเป็นน้ำหอมที่มีความเป็นตะวันออกกลางผสมผสาน Modern กำลังดีเลยทีเดียว โดยเริ่อมจาก Top Notes ที่จะเป็นการเชิญชวนกันตั้งแต่แรกถึงกลิ่นหญ้าฝรั่นกลั้ว Oud โดยที่จะมีกลิ่นอายของกุหลาบมาเสริมแบบกำลังดีก่อน ล้อมกลิ่นกลิ่นที่ออกโทน Citrus แบบติดเปรี้ยวซึ่งมาจากกลิ่นตะไคร้ที่ไม่ได้โดดออกมาชัดเจนนัก ออกแนวเป็นตัวเสริมที่ดีให้กลิ่นช่วงนี้มีความอวลอย่างลงตัว ซึ่งกลิ่น Oud จะเป็นเหมือนตัวหลักที่จับต้องได้ตั้งแต่ตอนต้น จนถึงตอนท้ายๆ เลย เพียงแต่อาจจะไม่ได้มาแบบหนักหน่วงหรืออวลมากตามสไตล์ Oud แท้ๆ ที่ควรจะเป็นเพื่อไม่ให้ออกทางแขกจัดชัดเจนอะไรขนาดนั้น ซึ่งพอเข้า Middle Notes ก็ได้เวลาของกุหลาบที่จะกลายเป็นโต้โผใหญ่ในการเป็นตัวเด่นกลิ่นกุหลาบจะมาแบบติดแห้งนัวเพราะมี Oud เป็นตัวเสริมคู่กักบกลิ่นโทนคล้ายหนังอบอุ่น แถมด้วยหญ้าฝรั่นในตอนต้นก็ยังคงตามมาให้ความเข้มข้นของกลิ่นด้วยอยู่ ความเป็นกุหลาบนัวร์หอมอวลจะลดลงระดับลงให้ Oud และไม้จันทน์หอมเด่นขึ้นทำหน้าที่แทนใน Base Notes โดยที่ Oud จะยังคงความไม่อบอวลจัดจ้านเกินไปนัก เพราะมีความนุ่มของไม้จันทน์หอมมาเสริมให้กลิ่นมาในลักษณะนวลติดอวลกำลังดี มีกลิ่นพิมเสนจางๆ ให้พอรู้สึกได้ กลิ่นยังมีความอบอุ่นชัดเจนแบบเป็นออร่าออกมาเลย แบบที่ให้ความเป็นตะวันออกกลางแบบที่ตะวันตกหรือเอเชียอย่างเราๆ ก็เข้าถึงได้ไม่ยากนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - Unisex เลย กลิ่นแนว Oud กุหลาบ เป็นอะไรที่กลางๆ มากพออยู่แล้วในการใช้งานของทุกเพศ ซึ่งจะเหมาะกับคนที่กำลังจะเรียนรู้น้ำหอมแนว Oud รวมถึงคนที่ผ่านน้ำหอมมาในระดับหนึ่งวัยเรียนมหาลัยขึ้นไป กลิ่นสามารถใช้ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะงานทางการหรือทั่วๆ ไป แม้ว่ากลิ่นจะไม่ได้มาสายอบอวลแน่นจัดจ้านมากนัก แต่ก็ยังไม่ควรที่จะใส่เพื่อออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งกลางแดดอะไรมากนัก เพราะมันจะทำให้ตีขึ้นจนจุกเอาได้กับสภาพอากาศบ้านเรา แถมชาวบ้านจะมองด้วยว่าเราเป็นลูกครึ่งแขกหรือเปล่า หน้าไม่ให้เลยยยยย ส่วนยามค่ำคืนสามารถจัดได้ตามสะดวกไม่ว่าจะท่องราตรีหรือจิบอะไรเบาๆ แม้กลิ่นจะออกตะวันออกกลางไปบ้าง แต่ก็ถือว่าหอมมีเอกลักษณ์อยู่ไม่น้อย

ความทน - ตรงๆ นี่คือ EDC แต่ กลิ่นทนจัดกว่า EDT หลายตัวมาก เพราะ 8 ชม. คือเรื่องปกติของน้ำหอมตัวนี้ แถมส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. กลิ่นยังตีขึ้นรุมๆ แบบออร่ารอบๆ ตัวให้รู้สึกได้ตลอดเลยด้วยซ้ำไป 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายแบบปานกลาง และปิดท้ายที่ออร่ารอบๆ ตัวอย่างชัดเจน 

ทิ้งท้าย - แม้ว่ากลิ่นจะไม่ได้ออกแนว Luxury อะไรขนาดนั้น และถ้าไม่ได้ใส่ใจว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นแนวสังคราะห์ เอาจริงๆ กลิ่นนี้ ถือเป็นกลิ่นที่หอมไม่น้อยเป็น Oud แบบกำลังดีเลย อาจจะไม่ได้ Intense ตามชื่อนักเพราะจับตลาดคนที่ไม่ได้ใช้ Oud มาก่อนได้ด้วย ใส่ตัวนี้เดินนานามีแขกหันมองตามได้เลยนะว่า "ยูหอมมาก" ที่สำคัญเป็นกลิ่นเริ่มต้นได้เลยสำหรับคนที่จะเข้ามาใช้น้ำหอมโทนนี้ สุดท้ายราคาไม่แพงเลยจ้าาาาา จุดเด่นเขาอยู่ตรงนี้แหละครับ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ  http://www.beautyencounter.com/products/large/3607346222676.jpg

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Natural Teller - Under the Rain

Natural Teller - Under the Rain 


น้ำหอม Niche แบรนด์ไทยแบรนด์ใหม่ได้เวลามาปล่อยของให้ได้ลองดมกันบ้างแล้วกับ Natural Teller โดยในไลน์แรกของแบรนด์เขาจะมีปล่อยออกมา 3 กลิ่นที่เป็น EDP และมาสาย Unisex ทั้งหมด หลังจากที่ได้ลองแล้วก็ต้องมาบอกเล่ากันแบบเต็มๆ ซักหน่อย โดยขอเลือกตัวแรกอย่าง Under the Rain ที่เป็นตัวปฐมฤกษ์ของแบรนด์นี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าดูจากรูปจะเห็น Concept จากลายกล่องกันแน่แท้ว่าเป็นผู้ชายยืนถือดอกไม้รอสาวเจ้ากลางสายฝน ที่ทั้งได้อารมณ์ทั้งฉ่ำ สดชื่น และหวานละมุนได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่กลิ่นสื่อออกมาในช่วงต้นจะให้อารมณ์แบบอาบน้ำใต้ท้องฟ้ากลิ่นจะสดชื่นอมหวานของขิงที่กระจายออกมาเคล้ากับกลิ่น Aldehydes ที่ให้ความรู้สึกแบบสบู่คมๆ สดชื่นเหมือนบรรยากาศฝนตกก็จริง แต่เนื้อกลิ่นจะมีความนุ่มเพราะมีความเป็นเครื่องเทศโทนสดชื่นมาตัด และมีกลิ่นอายเขียวๆ ของโกฐจุฬาลัมพา หรือ Artemisia มาให้ความรู้สึกแบบเหมือนอาบน้ำฝนกลางสวนที่ไม่ได้โล่งนัก หรืออาบน้ำใต้ฝักบัวที่เพดานคือท้องฟ้า กลิ่นอายจะสดชื่นปนหวานฉ่ำกำลังดี จนเมื่อเข้าช่วงกลางกลิ่นจะยังคงได้อารมณ์แบบสบู่ขิงสมุนไพรอยู่ แต่จะมีความหอมละมุนติดหวานเขียวโปร่งจมูกและมีความเย้ายวนกำลังดีจากใบไวโอเล็ตผสมผสานกับโทนดอกไม้สีขาวจากดอกสายน้ำผึ้งที่มาให้โทนแป้งอมหวานสบายๆ เลยจะได้อารมณ์เหมือนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เช็ดตัวแล้วทาแป้งหอมอมหวานอ่อนๆ ละมุนไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความรู้สึกสะอาดอมชื้นนิดๆ แบบฝนตก ซึ่งกลิ่นอายของความหอมนวลสบู่กลั้วแป้งในช่วงนี้จะลากยาวไปจนถึงช่วงท้ายเลย เพราะจะไปผสมผสานกับกลิ่นอายของโทนไม้หอมให้กลิ่นอายมีความอบอุ่นติดกลั้วสะอาดอมหวานโปร่งติดผิวได้อารมณ์โรแมนติคแบบสะอาดสะอ้าน สบายๆ และธรรมชาติไปตลอดนั่นเอง

เหมาะสำหรับ - Unisex เลย กลิ่นถือว่าเข้าได้กับทุกเพศ อาจจะมีความรู้สึกค่อนไปทางฝั่งชายซัก 65% แต่ยังไงผู้หญิงก็ใช้ได้สบายๆ เพราะมาสายสดชื่นติดสบู่กลั้วแป้งหอมโปร่งๆ โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ส่วนออกกำลังกายแนะนำว่าให้รอช่วงท้ายๆ จะดีกว่าเพราะกลิ่นจะได้ไม่ตีขึ้นหนักไปจนออกกำลังกายลำบาก ส่วนยามค่ำคืนสามารถจัดได้สบายๆ กับเวลาอยู่บ้าน อยู่กับแฟน หรือทั่วๆ ไป จะออกงานก็ได้อยู่ หรือจะชิลล์ๆ นอกบ้านก็สามารถ ใส่ไปท่องราตรีแบบจิบตามผับบาร์ก็ได้อยู่ เพราะจะให้ควา่มสะอาดติดหวานกำลังดี แต่ถ้าไปเต้นแร้งเต้นกาอาจจะเบาไปถ้าจะไปสู้กับโทนแน่นๆ ของคนรอบตัว

ความทน - 8 ชม. เป็นหลัก ซึ่งจะมากหรือน้อยกว่านี้อยู่ที่จำนวนสเปรย์เป็นสำคัญ ซึ่งส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. กับการฉีดทั้งหมด 6 สเปรย์ (รวมฉีดเสื้อที่สวมด้านหน้า)

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้นก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางกึ่งออร่าในช่วงกลาง และเป็นออร่าเบาๆ หวานๆ รอบตัวในช่วงท้าย พอพ้น 8 ชม. ไปแล้วจึงเป็น Skin Scent

ทิ้งท้าย - กลิ่นนี้ทำให้ผมนึกถึงเวลาอาบน้ำกลางแจ้งแก้ผ้าแบบชาวบ้านไม่เห็นแล้วใช้สบู่ขิงสมุนไพรมากกกก กลิ่นจะอบอวลธรรมชาติผสมผสานกับกลิ่นสบู่ได้ลงตัวจริงๆ แถมได้ความรู้สึกแบบนั่งชิลล์ๆ หลังอาบน้ำเสร็จกับกลิ่นหอมหวานโปร่งๆ ไปตลอดเสียด้วย เรียกว่ารื่นรมย์อะโรม่าได้เลยทีเดียว

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ยกเว้นแบรนด์ Natural Teller ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ คุณชุน Tada 

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed - Acqua Originale: Iris Tubereuse

Creed - Acqua Originale: Iris Tubereuse

ปิดท้ายการ Review แบบต่อเนื่องกับแบรนด์ Creed ด้วยไลน์ Acqua Originale กับการหากันจนเจอ หลังจากที่ผ่านไปแล้วทั้งหมด 4 ตัวก่อนหน้านี้ เช่นนั้นมาว่ากันซักหน่อยว่ารุ่นนี้จะเป็นอย่างไรบ้างกับ Iris Tubereuse

ความรู้สึกที่จับได้เต็มๆ คือ ดอกซ่อนกลิ่นจะเด่นกันตั้งแต่ช่วง Top Notes โดยจะเหมือนเป็นกลิ่นหลักแบบยาวไปจนถึงช่วงท้าย ซึ่งในช่วงแรกจะได้รับความเป็นดอกซ่อนกลิ่นครีมมี่ติดธรรมชาติที่ออกทางเขียวโปร่ง ซึ่งกลิ่นอายจะหอมนวลอมหวานไม่ได้ออกทางครีมข้นคลั่กแต่ประการใด แถมมีโทนซิตรัสจางๆ จากส้มให้พอรู้สึกได้แต่มาเพียงแว้บเดียว เพียงไม่นานก็เข้าสู่ Middle Notes ที่ดอกซ่อนกลิ่นจะมีกลิ่นอายครีมมี่หอมนวดติดสดชื่นกำลังดี มีความหวานแบบดอกไม้ที่มีความเขียวโปร่งอ่อนๆ เสริมเข้ามา ได้ลักษณะของกลิ่นอายดอกไม้สีขาวติดเขียวผสมโทนแป้งอ่อนๆ ล้อมด้วยความสดชืิ่นนุ่มนวลอ้อยอิ่งอย่างลงตัว และมีระดับหรูหราแบบที่ไม่หนักหน่วงใดๆ มีความอ่อนโยนและนวลจมูกไปตลอด จนเมื่อ Base Notes เข้ามาทำหน้าที่ กลิ่นอายของดอกซ่อนกลิ่นจะเริ่มมีความเป็นแป้งดอกไม้ขาวชัดเจน มีความนุ่มของ Musk ที่จะมาเป็นตัวรองพื้นติดผิวให้ความสะอาดนวลและมีโทนอบอุ่นจางๆ ให้รู้สึกได้มาเสริม กลิ่นในช่วงนี้จะมีความเป็น Airy ที่เบาๆ ผสมผสานซึ่งมาจาก Iris ที่เรียกว่ามาแบบผลุบๆ โผล่ๆ และเบาบาง เลยทำให้ได้ความรู้สึกแบบครีมมี่หอมนวลลอยมาตามลมแบบอากาศนวลไปด้วยกลิ่นอายแป้งหอมจากดอกไม้สีขาวที่หรูหราและมีระดับนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใส่ตัวนี้ได้แล้ว ยิ่งถ้าใครชอบกลิ่นหอมนวลจมูกแบบครีมมี่ของซ่อนกลิ่นที่ไม่ได้มาสายหลอนแบบไทยจ๋าๆจะปลื้มตัวนี้ได้ไม่ยาก โดยสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป แต่งดใส่เพื่อออกกำลังกายจะดีที่สุด เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายยินดีกับเหงื่อนัก ส่วนยามค่ำคืน ถ้าออกงานหรือใส่ยามสบายๆ ที่อากาศกำลังดี เพื่อสร้างความหอมนุ่มนวล ให้มีความโรแมนติคติดกลิ่นอายธรรมชาติก็จัดได้สบายมาก แต่ไม่เหมาะกับการใส่ไปเต้นเด้งจ้ำบ้ะแต่ประการใดเพราะกลิ่นเรียบร้อยเกินกว่าที่จะแรงแบบจัดเต็มหาเหยื่อ 

ความทน - มากกกกกก เรียกว่า 8 ชม. คือพื้นฐานของน้ำหอมตัวนี้ ซึ่งจะมากหรือไม่นั้นอิงตามจำนวนสเปรย์เป็นสำคัญ

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายแบบปานกลางไปเรื่อยๆ แบบไม่หนักหน่วง แล้วปิดท้ายที่ออร่ารอบๆ ตัวแบบนวลๆ ไปตลอด 

ทิ้งท้าย - เรียกว่าเป็นกลิ่นอายที่มีความครีมมี่และมีความเป็นธรรมชาติในเนื้อกลิ่นค่อยๆ ผันมาเป็นกลิ่นอายโทนแป้งหอมนวลเคล้าผิวกายได้ลงตัวมาก แม้ว่าจะไม่ได้แตะคำว่า Acqua อะไรนักก็ตาม 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ  https://perfumowyblog.files.wordpress.com/2014/08/creed-iris_tubereuse.jpg

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Jardin d’Amalfi

Creed – Jardin d’Amalfi

ได้เวลามาสู่ความเป็น Royal Exclusives กับ Creed กันบ้างแล้ว ซึ่งไลน์นี้เรียกว่าราคาขั้นสุดมาก แถมขวดสวยทั้งแบบขนาด 75 ml ที่เคลือบทองมาเชียว หรือขวด 250 ml ที่สวยแบบหรูหราได้ใจมาก กับกลิ่นอายที่ต้องมาพิสูจน์กันว่าจะบ่งบอกถึงความหรูหราขาดใจได้มากแค่ไหน หรือจะเรียบหรูมีความงามแบบมีระดับต้องมาพิสูจน์กันกับรุ่นนี้เลย Jardin d’Amalfi

เปิดตัวกันด้วยกลิ่นอายสดชื่นแบบ Citrus ที่ไม่ได้คมเปรี้ยวแต่ประการใดด้วยกลิ่นอายของดอกส้มและมะกรูดที่สัมผัสได้เลยว่ามีอารมณ์แบบกลิ่นเปรี้ยวติดเปลือกกำลังดี ซึ่งกลิ่นมีความนุ่มนวลของดอกส้มและรองพื้นหลังอ่อนๆ ด้วยพริกไทยสีชมพูที่ให้อารมณ์เครื่องเทศอมหวานติดโทนเบอร์รี่กำลังดี กลิ่นช่วงนี้เรียกว่าอากาศสดชื่นแบบยามเช้าได้อย่างลงตัวมาก ได้อารมณ์เดินเล่นในสวนส้มสวนมะกรูดที่ติดเขียวเบาๆ เสียด้วย ซึ่งกลิ่นโทนนี้จะตามไปจนถึงช่วงท้ายๆ เลยทีเดียว โดยจะไปผสมผสานกับกลิ่นอายของกุหลาบที่จะมาแบบสะอาดๆ กลั้วกลิ่นสดชื่นของแอปเปิ้ลเขียวที่มาผสมผสานกับโทนซิตรัสนุ่มๆ ที่ยังคงอยู่ กลิ่นในช่วงนี้กวาดหมดทั้งความรู้สึกหอมสะอาดก็ได้ หอมนิ่งหรูก็ดี หอมแบบสดชื่นสบายๆ ก็สามารถ โดยยืนพื้นกับการเป็นกลิ่น Citrus ไม่เปลี่ยนแปลง จนลามไปยังช่วงท้ายที่กลิ่นโทนซิตรัสนุ่มๆ กลั้วกุหลาบจะเบาลงไปก็จริงแต่จะได้ความรู้สึกสดชื่นอยู่แบบลอยด้านบน ให้กลิ่นกโทนไม้หอมอ่อนๆ กับกลิ่นเครื่องเทศแบบเบาๆ ติดหวานนวลอ้อยอิ่งเป็นตัวเสริมให้กลิ่นหอมนวลสะอาด โดยตัวฐานของกลิ่นคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกลิ่น Musk ที่ให้ความนวลสบายไปตลอด ภาพรวมเลยเป็นกลิ่นที่หอมสดชื่นและใช้ง่ายมาก กลิ่นใกล้เคียงธรรมชาติแถมมีความนิ่งหรูแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ชิลล์ๆ ได้น่าดมกลิ่นเลยทีเดียว  

เหมาะสำหรับ ทุกเพศวัยเรียนประถมขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว เพราะเป็นกลิ่นที่ใส่ไปเถอะยังไงก็รอด กลิ่นหอมแบบธรรมชาติ ที่คนได้กลิ่นและมหาชนมักจะชอบได้ไม่ยาก โดยสามารถใส่ได้หมดทุกสถานการณ์ยามทกลางวัน กวาดหมดทุกประเภทงาน ออกกำลังกายก็สามารถแม้จะแพงแต่ถ้าซื้อขวดใหญ่ก็ฉีดไปเถิดเพราะมันปริมาณเยอะจริงจัง ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นนี้เหมาะกับวันอากาศร้อนๆ เสริมความสดชื่นมากกว่าที่จะเอาไปใส่เต้นยั่วยวนที่ไหนเพราะกลิ่นเบาไปนั่นเอง

ความทน ถือว่าเป็นน้ำหอมกลิ่นอายธรรมชาติที่ทนมากเลยทีเดียวกับราวๆ 8 ชม. ขึ้นไป อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ส่วนตัวเจอที่ 12 ชม. กลิ่นยังติดผิวอยู่เลย

การกระจาย กลิ่นกระจายปานกลางในตอนต้น แล้วจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวก่อนจะเป็น Skin Scent ในตอนท้าย ซึ่งแน่นอนมาสาย Safe Scent ชัดเจน

ทิ้งท้าย บอกตรงๆ มันคือ #ของดีเทคนิคไม่ต้อง เพราะเนื้อกลิ่นมันธรรมชาติและสบายๆ มากจริงๆ แต่ราคามันเจ็บมากกกกกก ซึ่งถ้ามีกำลังทรัพย์ก็จัดได้ตามสบายเลยครับ ผมนี่ขอมองตาปริบๆ ซื้อแบ่งขายดีกว่า

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Royal Oud

Creed – Royal Oud

ในช่วงปี 2010 เป็นต้นมาเรียกว่าเป็นศักราชของส่วนผสมอย่าง Oud หรือไม้กฤษณาเป็นอย่างมาก เพราะว่าแทบทุกแบรนด์ในโลกใบนี้ต่างก็ทยอยขนกลิ่น Oud ในลักษณะของตัวเองออกมาอย่างไม่มีลดราวาศอกแต่อย่างใด ซึ่งแน่นอนแฟนคลับของ Creed ต่างก็รีบส่งไปบอกแบรนด์ว่าอย่าน้อยหน้าใครเชียวนะ เพราะเขาออกมากันให้รึ่ม เช่นนั้น Creed เลยตอบสนองซะเลย สร้างสรรค์กลิ่น Oud ในแนวทางของตัวเองออกมาจนได้เป็นขวดนี้เลย Royal Oud

ถ้าคาดหวังว่าจะได้กลิ่น Oud ในลักษณะที่อวลแน่นแบบ Oud ฉบับแท้ๆ ตะวันออกกลางมาเต็ม ต้องบอกว่าอาจจะไม่ได้เจออะไรแบบนั้น เพราะ Creed มาปรับโทนใหม่ให้มีความเป็น Modern Oud โดยผสมผสานความเป็นกลิ่นอายตะวันออกกลางกับกลิ่นอายของความเป็น Creed ที่เรียบหรู มากกว่าจะมาเน้นสายแข็งเอาให้กระจายรอบทิศแบบว่าทุกคนต้องรู้ว่าคนใส่มาถึงแล้วอะไรขนาดนั้น โดยเริ่มจาก Top Notes ที่จะรู้สึกได้ถึงความสดชื่นแบบเผ็ดๆ กลั้วความแห้งๆ ของโทนไม้หอมกันก่อนเลย กลิ่นเผ็ดๆ ของพริกไทยสีชมพูจะมีกลิ่นอายของซิตรัสมาผสมผสาน ให้ความสดชื่นก็จริง แต่ไม่ได้มาแบบฉ่ำโบ๊ะแต่ประการใด เลยได้ความสดชื่นแบบแห้งๆ ประมาณนั้น เพียงไม่นานกลิ่นไม้หอมแห้งๆ ที่รู้สึกได้จะเปิดตัวออกมานั่นคือ ไม้ซีดาร์ ก็นำเข้าสู่ช่วง Middle Notes กันเต็มๆ โดยจะมีกลิ่นอายติดโทนแป้งจางๆ ออกแนวสมุนไพรหน่อยๆ ผสมผสานกับกลิ่นของพริกไทยสีชมพูที่ยังตามมาเด่นตีคู่ไม้หอมอยู่ในช่วงนี้ เลยจะได้ความเป็นไม้หอมแบบติดเผ็ดปร่าซ่าๆ กลมกล่อมกำลังดี ซึ่งจะเริ่มรู้สึกได้ว่ามีกลิ่นของ Oud หรือไม้กฤษณาที่จะมาในลักษณะของกลิ่นเนื้อไม้หอมแทนที่จะเป็น Oud แบบอวลๆ มาเปิดทางเข้าสู่ Base Notes ในเวลาต่อมาที่กลิ่นอายของ Oud จะมาแบบเบาๆ รวมเข้ากับไม้ซีดาร์ ให้ความนิ่งขรึมเรียบหรูและมีเสน่ห์แบบลงตัว กลิ่นอายจะไม่อวลเลย ออกทางไม้หอมโปร่งๆ เบาสบาย โดยจะรู้สึกได้ความอบอุ่นกำลังดี ที่ไม่ได้มาแบบแน่นหนักจากกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อนๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายไปจากผิว

เหมาะสำหรับ – Unisex เลย ได้หมดทุกเพศกวาดกันเห็นๆ เพราะกลิ่นมีความเป็นกลางๆ กับการใช้งานมาก ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ยิ่งงานทางการกลิ่นจะเข้าทางและเสริมภูมิเรียบหรูแบบมีชั้นเชิงได้อย่างดีเลยทีเดียว ส่วนงานทั่วๆ ไปไปว่าจะทำงาน หรือพักผ่อนก็ตามใส่ได้หมด ยกเว้นใส่เพื่อออกกำลังกาย ที่กลิ่นอาจจะไม่ได้เข้าทางอะไรนัก แม้จะใส่ได้ (มันแพงจะใส่ออกกำลังกายจะดีหรือ?) ส่วนยามค่ำคืนจัดได้แบบยามทางการออกงานได้เลย ส่วนไปหาเหยื่อเน้นออกแนวนั่งผับบาร์หรูๆ ดีกว่า เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายปล่อยพลังคลื่นเต่า เน้นมาสายเรื่อยๆ แต่มีเสน่ห์แบบคุณชายมานั่งจิบเสียมากกว่า

ความทน ประมาณ 8 ชม. ซึ่งจะมากหรือน้อยกว่านี้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลาง แล้วปิดท้ายด้วยออร่ารอบๆ ตัวกึ่ง Skin Scent ในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย ภาพรวมบอกเลยว่าเป็นน้ำหอมกลิ่น Oud ที่ใช้ง่ายมากและมาแบบเบาๆ ให้พอรับรู้ว่ามีอยู่นะ ซึ่งให้ความเป็นกลิ่นอายเรียบหรูรวยเสริมให้ซีดาร์กลายเป็นพระเอกหลักได้อย่างงามเลย ซึ่งก็เข้าทางในแบบของ Creed เลยล่ะครับ     

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ



วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Fleurs de Bulgarie

Creed – Fleurs de Bulgarie

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในความคลาสสิคของ Creed เลยทีเดียว และได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานมาตั้งแต่ปี 1845 เลยทีเดียว แถมน้ำหอมรุ่นนี้เป็นการสร้างขึ้นเพื่อสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียกันเลยทีเดียว โดยการเอากลิ่นอายดอกไม้ที่หอมตลอดกาลอย่าง “กุหลาบ” มาเป็นตัวชูโรง เช่นนั้นมาดมกันเลยดีกว่ากับรุ่น Fleurs de Bulgarie

กุหลาบบัลแกเรียจะเป็นกลิ่นอายที่เป็นหัวใจหลักของน้ำหอมตัวนี้เลยและจะคงอยู่ตั้งแต่ต้นยันจบเป็นลักษณะกลิ่นที่เป็นหัวใจหลัก โดยจะมีกลิ่นอายอื่นๆ ต่างเข้ามาผสมผสานในแต่ละช่วงให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป โดยในช่วงแรกกลิ่นอายของมะกรูดจะมาเสริมให้เกิดความรู้สึกในแบบกุหลาบที่หวานแบบลึกติดดาร์กนิดๆ โดยจะมีกลิ่นอายของโทนซิตรัสที่ไม่ได้มาแบบใสๆ แต่มาแบบแน่นและมีความเป็นซิตรัสแบบน้ำหอม Old School ติดเครื่องเทศหน่อยๆ เสริมให้กลิ่นกุหลาบมีความนวลแน่นชัดเจนฟุ้งกระจายกันเต็มเหนี่ยว ก่อนที่กลิ่นอายจะเริ่มลดโทนลงมาเป็นกุหลาบที่เบาขึ้นแต่ยังคงความหอมหวานนวลและลึกอยู่ แต่จะมีความครีมมี่นวลๆ รองพื้นอยู่ด้านหลังให้กลิ่นกุหลาบมีความนวลติดหวานคลาสสิคและโรแมนติค โดยไม่ได้มีความเป็นแป้งอะไรมากและไม่ได้กลิ่นออกทางกุหลาบแห้งๆ เลย ออกแนวมีโทน Animalic แบบเย้าเสริมขึ้นมาเป็นระยะ จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายกลิ่นครีมมี่ที่รองพื้นด้านหลังจะเปิดตัวออกมานั่นคือ Musk และมีตัวสำคัญที่เสริมให้กลิ่นกุหลาบตรึงความหอมนวลลึกมาตลอดได้อย่างงดงามเปิดตัวขึ้นมาชัดเจนกับการเสริมโทน Animalic นั่นคืออำพันปลาวาฬ (Ambergris) กลิ่นเลยจะมีความนวลเนียนของกุหลาบที่มีความนุ่มนวลติดกลิ่นอายผิวกายเคล้าความเค็มนิดๆ ซึ่งแน่นอนว่าให้ความหรูหราและสง่างามกันอย่างเต็มที่โดยไม่มีกั๊ก เคล้าความคลาสสิคเหนือกาลเวลาที่ส่งเสริมความเป็นสุภาพสตรีที่มีพลังของความเป็นหญิงกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงวัยทำงานขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยอาจจะต้องผ่านน้ำหอมกลิ่นคลาสสิคมาบ้างจะทำให้ฟินกับน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเหนือกาลเวลาแบบนี้ได้ไม่ยาก กลิ่นนี้ให้ความเป็นผู้หญิงสูงศักดิ์กับกุหลาบที่มาแบบไม่ได้หนักหน่วงแต่พลังความหอมของกลิ่นชัดเจน สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไปที่เน้นเรื่องการวางตัวในระดับหนึ่งเพราะกลิ่นมีพลังและให้ความคลาสสิคเหนือกาลเวลาชัดเจน แต่จะใส่ตัวนี้นุ่งผ้าถุงวิ่งกระโจนลงน้ำตีโป่งมันก็คงไม่ใช่ เพราะมาดหรูหายหมด ส่วนยามค่ำคืน เหมาะมากกับการออกงานกาล่า หรืองานหรูทุกประเภท แต่ไม่เหมาะกับการใส่ไปเต้นเด้งแบบหน้าลานรถบัมพ์หรือเที่ยวเต้นสีกับชาวบ้านแน่นอน ความขลังมันไม่ใช่และดูใช้ผิดงานชอบกล

ความทน มากกกกกกก เกิน 8 ชม. ได้สบายๆ ซึ่งส่วนตัวกลิ่นลากยาวมาที่ 12 ชม. แล้วยังไม่หยุดให้ความหอมเลยแม้แต่นิดเดียว

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในช่วงต้น ก่อนจะคงตัวการกระจายแบบปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัว แล้วค่อยๆ ลดลงมาเป็นออร่าแบบโรแมนติคนุ่มนวลกำลังดีไปตลอด

ทิ้งท้าย -  แม้จะมีกลิ่นอายแบบ Old School เป็นโทนยืนพื้น แต่กลิ่นก็ยังคงพลังของความเป็นราชิดีแห่งดอกไม้ทั้งมวลที่เหลือกาลเวลาได้อย่างดีและไม่ลดราวาศอกแต่อย่างใด จึงไม่แปลกใจเลยทีกลิ่นนี้คงความเหนือกาลเวลาและยังคงได้รับความนิยมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ


วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed - Acqua Originale: Aberdeen Lavender

Creed - Acqua Originale: Aberdeen Lavender 

เข้าสู่ตัวที่ 4 ของไลน์ Acqua Originale จากแบรนด์ Creed ที่เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นกับการบอกเล่ากลิ่นสดชื่นที่มีลาเวนเดอร์เป็นตัวเอก จะออกมาในลักษณะไหนและความเป็นลาเวนเดอร์จะมาแบบ Acqua อย่างไงบ้างงานนี้ลองออกมาแล้วพบว่า 

เปิดต้นกลิ่นมาด้วยกลิ่นออกโทนสมุนไพรติดเขียว และมีความเป็นลาเวนเดอร์ที่มีความเป็นธรรมชาติตามกลิ่นที่ผ่อนคลายกลั้วเขียวอย่างชัดเจน โดยกลิ่นของลาเวนเดอร์ที่มาแบบนวลเขียว เสริมด้วยโกฐจุฬาลัมพา (Artemisia) จะเด่นขึ้นมาแบบเขียวๆ สมุนไพรติดขมล้อมด้วยกลิ่นซิตรัสจางๆ กลิ่นในช่วงนี้อารมณ์ของความเป็นลาเวนเดอร์ในทุ่งโลกสวยของหลายๆ คนจะลงตัวอย่างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียวพร้อมในวิ่งอย่างไงอย่างนั้น ซึ่งกลิ่นลาเวนเดรอ์จะเป็นจตัวหลักที่จะตามไปในมุกๆ ช่วงลดหลั่นกันไปตามการผสมผสาน โดยเข้าสู่ช่วงกลางงานด้านกลิ่นดอกไม้ก็จึงได้มาด้วยกลิ่นอายหอมนวลติดครีมมี่ มีความนุ่มในเนื้อกลิ่น เพราะกลิ่นของลิลลี่จะเสริมขึ้นมาให้ความหวานติดเครื่องเทศจางๆ และมีความครีมมี่ของซ่อนกลิ่นทำให้กลิ่นลาเวนเดอร์มีความนุ่มนวลมากขึ้นโดยที่ยังมีความเป็นธรรมชาติหอมติดสมุนไพรอยู่ โดยที่กลิ่นจะนวลๆ มีระดับ ซึ่งในช่วงนี้จะเริ่มมีกลิ่นโทนหนังนุ่มๆ แทรกขึ้นมาเรื่อยๆ ของกลิ่นอายวานิลลาแบบไลท์เวอร์ชั่นดึงให้โทนลาเวนเดอร์เข้าโทนอบอุ่นกับการเป็นช่วงท้ายของน้ำหอม โดยที่จะมีกลิ่นอายอ้อยอิ่งติดดิบจางๆ แต่ไม่สากเขียวสมุนไพรเกินไปของพิมเสนมาเสริมให้กลิ่นมีความนวล โดยที่กลิ่นวานิลลาและหนังจะให้ความอวลกำลังดีไม่แน่นจนเกินไปให้กลิ่นลาเวนเดอร์ที่ตามมาในช่วงนี้ปล่อยความหอมนวลแบบกำลังดีผ่อนคลายไปเรื่อยๆ เคล้าความอบอุ่นแบบมีชั้นเชิงและไม่ทำให้กลิ่นหลักสูญเสียตัวตนไปนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศเพราะกลิ่นนี้เรียกว่Unisex กันชัดเจน และมีความเป็นลาเวนเดอร์ธรรมชาติสูงมาก ซึ่งคนที่เคยดมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ที่ตัดโทนเขียวๆ ออกไปอาจจะรู้สึกแปร่งๆ ไปบ้าง แต่ไม่นานก็คุ้นชินเพราะกลิ่นมันมาสายนุ่มเขียวที่เข้าถึงง่ายผ่อนคลาย โดยสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ที่สำคัญใส่ช่วงอากาศเสบายๆ หรืออยู่ในห้องแอร์กลิ่นจะลงตัวมาก ขอยกเว้นการใส่เพื่อออกกำลังกายจะดีกว่า เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายนี้นัก ส่วนยามค่ำคืนตัวนี้ถือว่าพอใส่ได้ถ้าจำนวนสเปรย์เหมาะสม เพราะกลิ่นมีความเป็นผู้ดีอบอุ่นลงตัว เหมาะกับการใส่ออกงาน หรือจิบเบาๆ แทนการไปเต้นม่วนหลายเพราะโทนกลิ่นมันไม่ได้ออกแนวฉูดฉาดเรียกแขกอะไรมากขนาดนั้น 

ความทน - เป็นตัวที่ทนดีงามสุดในไลน์เลยก็ว่าได้ กับเฉลี่ยที่ 10 ชม. กลิ่นก็ยังคงอยู่ ซึ่งส่วนตัวเจอที่ 15 ชม. กับจำนวนสเปรย์เพียงแต่ 4 สเปรย์ เรียกว่าดีงามจริงจัง 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายดีกึ่งปานกลางไปเรื่อยๆ แล้วเป็นออร่ารอบๆ ตัวแบบหอมนวลนุ่มเคล้าลาเวนเดอร์ติดสมุนไพรไปเรื่อยๆ นั่นเอง 

ทิ้งท้าย - เอาเข้าจริงๆ ถ้าเจาะแบบจับผิด กลิ่นนี้ไม่ได้เข้าทางคำว่า Acqua เท่าไหร่ เอาออกนอกไลน์ตั้งต้นเป็นตัวเดี่ยวๆ แล้วเอา Royal Mayfair ตัวปัจจุบันมาใส่แทนในไลน์นี้ยังได้เลย แต่ถ้าจะเถียงเรื่องนี้ก็อาจจะได้ไม่เต็มปาก เพราะคำว่า Originale มันก็ Cover ได้อยู่เพราะกลิ่นอายมันมาสายความเป็นธรรมชาติของลาเวนเดอร์เลยล่ะ ทั้งนี้นั้น ในไลน์นี้ ตัวนี้คือตัวที่ให้ความดีงามมากจริงๆ และผมชอบมันมากที่สุดเลยในบรรดาทุกตัวที่ได้ใช้งานไปครับ 

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ  http://style.gq.com.au/media/articles/3/4/6/0/34661-1_l.jpg?171444

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Acqua Originale: Asian Green Tea

Creed – Acqua Originale: Asian Green Tea

เมื่อ Creed มาเล่นกลิ่นชาที่มาในลักษณะของการเป็น Acqua Originale จะมาในรูปแบบไหน ยิ่งพอได้เห็นคำว่า Asian Green Tea งานนี้เรียกว่ามีความน่าสนใจเพราะเอากลิ่นอายที่มีเสน่ห์อย่างมากของความเป็นชาเขียวมานำเสนอ กลิ่นจะเป็นอย่างไงจะซ้ำกับท้องตลาดหรือไม่ ต้องดมกันซักหน่อยแล้ว และผลออกมาคือ

Top Notes เปิดมาก็สดชื่นกันก่อนแบบ Citrus เลย ซึ่งแม้ว่าจะมีกลิ่นของเลมอนเป็นตัวชูโรง เคล้ากลิ่นอายที่ติดส้มและดอกส้มที่มาแบบเบาๆ อ่อนๆ นวลๆ ตัดทอนไม่ให้กลิ่นคมก็จริง แต่กลิ่นที่มาแย่งซีนกันอย่างชัดเจนนั่นก็คือ กลิ่นชาเขียว ที่จะมาแบบหอมติดเขียวสบายๆ แน่นอนว่าอย่าคาดว่าว่ามันจะเหมือนชาเขียวขวดตาม 7-11 กลิ่นไม่ได้มาสายนั้น แต่มาแบบเหมือนกลิ่นเขียวๆ ของต้นชาและใบชากับอากาศสดชื่นเสียมาก ซึ่งแน่นอนว่ากลิ่นชานี้จะตามไปจนถึงช่วงท้ายเลยทีเดียว โดยที่เมื่อเข้า Middle Notes ความสดชื่นของ Citrus เคล้าความเขียวใสจะเริ่มมาเคล้ากับกลิ่นผลไม้เปรี้ยวอมหวานที่มาแบบเบาๆ ของแบล็คเคอแรนท์ที่ให้ความสดชื่นติดหวานเบาๆ ใสๆ เข้ามาด้วย โดยจะมีกลิ่นแป้งโปร่งติดเขียวดอกไวโอเล็ตและดอกไม้หอมละมุนติดแป้งนุ่มๆ อย่างเฮลิโอโทรเป้ที่จะทำให้กลิ่นออกทางมีมิติท่ามกลาความเบาๆ สบายๆ ของเนื้อกลิ่น คล้ายกับกลิ่นผิวกายที่อาบน้ำเสร็จสะอาดๆ ทาแป้งอ่อนๆ ติดเขียว สัมผัสกับบรรยากาศของกลิ่นอายสวนชายามเช้าประมาณนั้น ก่อนที่ความนุ่มนวลของ Musk จะเริ่มฉายแสงดันขึ้นมาเรื่อยๆ นำเข้าสู่ Base Notes ที่จะเป็นโทนนุ่มสะอาดติดเขียวที่ Musk จะเป็นตัวนำเด่นเคล้ากลิ่นอายของใบชาเขียวกลั้วกลิ่นผลไม้สดชื่นจางๆ มีความเป็นไม้หอมอ่อนๆ เบาๆ ไปตลอดแบบสะอาด สดชื่น สบายๆ กับอากาศในสวนชานั่นเอง

เหมาะสำหรับ กวาดหมดทุกเพศวัยเด็กน้อยเป็นต้นไปที่ไม่ใช่เด็กทารกก็ใช้ได้แล้ว กลิ่นนี้เข้าถึงได้ง่ายเว่อร์ แต่ก็มีความหรูหราจากความเป็นชาอยู่ กลั้วกับความสดชื่น นุ่มนวล เขียวสบายๆ และสะอาดไปตลอด จึงกวาดการใช้งานได้ทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลย แถมมีความเป็น Safe Scent สูงมาก ส่วนยามค่ำคืนถ้าใส่สบายๆ กับอากาศร้อนๆ จะลงตัวมาก แต่ถ้าใส่ไปเต้นแร้งเต้นกา หาเหยื่อ กะเย้ายวนสุดฤทธิ์ เรียกว่าโบกมือลาเลย นกแน่นอน เพราะกลิ่นนี้มาสายเบาบางนั่นเอง

ความทน ถ้าตีความทนจากการกระจายของกลิ่น กลิ่นนี้เรียกว่าสอบตกความทนพอสมควร เพราะราวๆ 4 ชม. กลิ่นก็นิ่งแล้ว ตามประสากลิ่นอายสบายๆ ใกล้เคียงธรรมชาติไม่ปรุงแต่งอะไรมากแบบนี้ แต่ถ้าตีความทนด้วยการติดผิวและเสื้อผ้า กลิ่นนี้ถือว่าทำได้ลงตัวที่ 6 – 8 ชม. อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ เพราะส่วนตัวกลิ่นติดผิวถึง 10 ชม. เลยทีเดียว

การกระจาย
มาสาย Safe Scent เช่นนั้นกระจายปานกลางในตอนต้น และจะลดลงมาเป็นออร่าเบาๆ รอบๆ ตัว ก่อนจะเป็น Skin Scent แบบยาวไป

ทิ้งท้าย มันคือตัวที่กลิ่นเบาที่สุดของ Creed ทั้งหมดที่ผมเคยลองมาเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่ไม่หอม กลิ่นดีมาก นิ่งเงียบเรียบหรูตามสไตล์ แม้กลิ่นจะบางๆ แต่สิ่งหนึ่งคือให้ความเป็นธรรมชาติแถมเป็น Safe Scent ที่ลงตัวมากเลยทีเดียว ส่วนราคาเหรอ ช่างมันเหอะ เรื่องนี้มันเจ็บ จนคิดว่าใช้ Elizabeth Green Tea ไปรัวๆๆ แก้ขัดแทนไปก็แล้วกัน เพราะเบี้ยน้อย หอยก็ไม่มีเลย

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Acqua Originale: Vetiver Geranium

Creed – Acqua Originale: Vetiver Geranium

มาสู่ตัวที่ 2 ของไลน์ Acqua Originale ของ Creed ที่มาโซนน้ำหอมชายที่มีตัวเดียวโดดเดี่ยวในไลน์นี้กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าชื่อต้องกลิ่นชัดเจนในเรื่องของความสดชื่นก็ได้ นวลเนียนก็ดี กลั้วกับความสดชื่นอีกต่อที่จะมาแนวไม้หอมก็ได้ด้วยเช่นกัน เช่นนั้นมาพบกันซักหน่อยกับรุ่นนี้เลย Vetiver Geranium

เอาเข้าจริงน้ำหอมรุ่นนี้ของ Creed แม้ว่าจะชื่อ Vetiver Geranium หรามาเลย แต่ส่วนผสมจากเท่าที่เห็นตามเวบข้อมูลน้ำหอมไม่ได้มี Vetiver หรือหญ้าแฝกใดๆ ใน List ของ Notes ต่างๆ เลย แต่สิ่งที่ดีงามคือ น้ำหอมตัวนี้สามารถให้ความรู้สึกแบบหญ้าแฝกที่สดชื่นกลั้วกับกลิ่นของดอกเจอเรเนียมได้ลงตัวและหรูหรามาก เปิดตัวที่ความเป็นผลไม้กลั้วซิตรัสแบบอากาศสดชื่นยามเช้ากันก่อนเลย กลิ่นจะออกโทนสว่างสดใสชัดเจน ซึ่งเพียงไม่นานกลิ่นของดอกเจอเรเนียมจะดันขึ้นมาเข้าสู่ช่วงกลาง ที่จะมีกลิ่นอายของโทนเครื่องเทศติดไม้หอมผสมกับโทนติดเขียวหน่อยๆ ผสมผสานกับ Citrus ที่ตามมาตั้งแต่ตอนต้น เลยให้อารมณ์คล้ายกลิ่นของหญ้าแฝกแบบสดชื่นมาเสริม กลิ่นจะเคล้าคลอนวลเนียนกันได้น่าดูชมหอมแบบสดชื่นและมีมิติกำลังดีมากเพราะจะจับได้ทั้งความรู้สึกที่แมนๆ แบบหญ้าแฝกจืดๆ กับนุ่มนวลสดชื่นของเจอเรเนียมเคล้าความเป็น Citrus ที่ตามมาตั้งแต่ตอนต้น ซึ่งกลิ่นจะลากยาวไปเรื่อยๆ ให้ความรู้สึกสุภาพบุรุษสะอาดสะอ้านและมีความหรูหราในทีในยามพักผ่อนริมสวนยามเช้าที่อากาศดีๆ ก่อนจะส่งต่อให้ช่วงท้ายที่กลิ่นอายของพิมเสนจะดันขึ้นมาเรื่อยๆ ให้ความนวลติดสะอาด โดยมีกลิ่นไม้หอมอย่างไม้ซีดาร์ที่จะเด่นขึ้นมาแบบสุภาพติดขรึมเคล้าความนุ่มของ Musk ที่มาให้ความรู้สึกนวลๆ ไปเรื่อยแบบลักษณะอยู่เบื้องหลัง ปล่อยให้เบื้องหน้าที่ตามมาตั้งแต่ช่วงกลางอย่างความเป็นเจอเรเนียมยังคงให้ความรู้สึกติดสดชื่นอยู่ไม่หนีไปไหน จึงเป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่ให้ความเป็นสุภาพบุรุษสดชื่นแบบสะอาดสะอ้านเคล้าอากาศสดใสยามเช้าติดฉ่ำจางๆ กำลังดีมากเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้สบายๆ เพราะกลิ่นเข้าถึงง่าย มีความเป็นสุภาพบุรุษที่สดชื่น สะอาด และนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน จัดได้หมดทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่ออกกำลังยังได้เลย (แต่แพงขนาดนี้จะใส่ออกกำลังกายเลยเหรอครับท่าน?) เพราะเข้ากับอากาศบ้านเรา และใช้ง่ายจริงๆ ส่วนยามค่ำคืน ถ้าเป็นออกงานกลางแจ้งที่อากาศไม่ร้อนไม่เย็นลมเอื่อยๆ ถือว่าลงตัวได้อยู่ แต่ถ้าจะเอาไปเต้นกวาดลานเย้ายวนเพื่อหาเหยื่อ เกรงว่ากลิ่นไม่เข้าทางและเบาไป

ความทน กลิ่นสดชื่นก็จริง มาสาย Acqua ตามที่ Creed บอก แต่ความทนถือว่ายอดเยี่ยมมากกับ 8 ชม. ขึ้นไป อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวเจอที่ 15 ชม. กันเลยทีเดียวกับจำนวนสเปรย์ 7 สเปรย์ รวมฉีดเสื้อด้านหน้า

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัว แบบลากยาวไปเรื่อยๆ จนถึงกลางๆ ช่วงท้าย ที่จะลดลงมาเป็น Skin Scent ที่ตีขึ้นยามร่างกายทำความร้อน

ทิ้งท้าย เป็นอีกตัวที่ผมประทับใจมากในความเป็นกลิ่นที่ไม่หวือหวา แต่มีความเรียบหรูแบบสุภาพบุรุษแต่งตัวดีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้าในสวนหรูกว้างขวางของบ้านตัวเอง ดูรวยแบบไม่โจ่งแจ้งมากมายเลยจริงๆ

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ


วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Acqua Originale: Cedre Blanc

Creed – Acqua Originale: Cedre Blanc 


เมื่อ Creed ได้เปิดตัวไลน์ใหม่ออกมาในปี 2014 ที่นอกเหนือจากไลน์ปกติและไลน์ Royal Exclusives มาสู่การเน้นกลิ่นอายหรูๆ แบบเบาๆ เน้นที่ความเป็นโซน Acqua Originale ที่ปล่อยออกมาพร้อมกัน 5 ตัวให้ชุมชนคนรัก Creed ได้มาลิ้มลองดมกัน ก็ได้เวลาของการบอกเล่ากันว่างานนี้จะออกมาในรูปแบบไหนกันบ้าง กับ 4 ตัวที่ได้เลือกมารีวิว (มีแค่นี้เพราะตัวที่ 5 ไม่ได้เอามาลอง) เช่นนั้นมาเจอกันเลยดีกว่ากับจาระไนตัวแรกของไลน์นี้นั่นคือ Cedre Blanc

ต้องบอกว่ามาแนวเบาๆ และไม่ได้หนักหน่วงอะไรมาก เน้นความเป็นกลิ่นอายที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่เยอะสิ่งนักโดยเริ่มจาก Top Notes ที่จะมากับโทน Citrus ผสมผสานกับกลิ่นอายเขียวๆ ติดปร่าอมหวานกันก่อนเลยด้วยการเปิดตัวของมะกรูดที่จะมี่ความปร่าเขียวของใบกระวานเคล้ากับกลิ่นของยางไม้ติดเขียวขมอย่าง Galbanum โดยจะมีความหวานจางๆ เม็ดกระวานเป็นตัวเสริม กลิ่นเลยจะได้ความสดชื่นแบบติดเขียวเครื่องเทศกำละงดี แต่จะสัมผัสได้กับกลิ่นรองพื้นอย่างโทนไม้หอมที่เป็นตัวเอกของรุ่นี้อย่างไม้ซีดาร์ได้ไม่ยากว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งกลิ่นในช่วงต้นเรียกว่าทำหน้าที่ได้อย่างยาวนานไปจนถึงช่วงท้ายๆ เลยทีเดียว โดยจะมาผสมผสานกับกลิ่นอายของโนดอกไม้เบาๆ บางๆ ติดสดชื่นกึ่งนวลของดอกเจอเรเนียม มีความเป็นเครื่องเทศหน่อยๆ อมหวานของลิลลี่ที่มาเสริมเม็ดกระวานด้วย กลิ่นเลยจะเป็นโทนสดชื่นที่นวลขึ้นบางส่วนจากดอกไม้ที่มาแบบเบาๆ ไม่ได้เข้มหนักออกแนวเป็นสายสนับสนุนเสียมาก และคราวนี้ไม้ซีดาร์จะเริ่มเด่นขจึ้นมาหลังจากเป็นฉากหลังมานาน เปิดตัวกันเต็มๆ ที่ช่วงท้าย โดยโทนสดชื่นติดเครื่องเทศในช่วงแรกจะเบาลงไปเป็นสายสนับสนุน โดยมีกลิ่นติด Smoky จางๆ แต่ออกทางไม้แห้งเสริมขึ้นมาจากตัวหญ้าแฝกที่มาร่วมด้วยช่วยเสริมให้กลิ่นไม้ซีดาร์ชัดเจนขึ้นมาก มีกลิ่นอายขรึมนิ่งแต่หรูในทีโดยที่ยังคงยืนพื้นที่ความสดชื่นอยู่ไม่หนีไปไหน ภาพรวมเลยเป็นน้ำหอมกลิ่นอายสบายๆ ได้อารมณ์แนวผ่อนคลายกับกลิ่นไม้หอมสดชื่นกลั้วความเรียบนิ่งหรูแบบวันพักผ่อนยามเช้าใกล้ป่าเขากับที่พักงามๆ ที่ทำจากไม้สีขาวสว่างตานั่นเอง

เหมาะสำหรับ ทุกเพศวัยเรียนมาหลัยขึ้นไปก็ใช้ได้แล้ว เพราะกลิ่นเข้าถึงได้ง่ายโดยมีความเป็นไม้หอมที่สบายๆ สดชื่นเสียมาก คนได้กลิ่นมักจะไม่ยี้เพราะมีความเป็นกลิ่นอายที่ไม่รบกวนใครด้วยส่วนหนึ่ง จึงสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวัน เรียกได้ว่ากวาดหมดไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป แถมยังเหมาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศร้อนตับแตกอย่างบ้านเราเสียด้วย ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นสบายๆ สดชื่นแบบนี้อาจจะไม่เข้าทางการไปผับบาร์เต้นสะลัดจนเอวเคล็ดนัก แต่เหมาะกับการใส่สบายๆ อยู่กับครอบครัวเสียมากกว่า

ความทน กลิ่นทนน่าพึงพอใจมากในแง่ของน้ำหอมโทนสดชื่นกับราวๆ 6 – 8 ชม. อาจจะมากกว่านั้นอิงตามจุดที่ฉีดและจำนวนสเปรย์เป็นสำคัญ ซึ่งส่วนตัวจัดไปที่ 6 สเปรย์ รวมฉีดเสื้อด้วย กลิ่นติดทนลากยาวไปที่ราวๆ 10 ชม. ได้เลย

การกระจาย กลิ่นกระจายปานกลางและคงตัวแบบปานกลางไปเรื่อยๆ จนถึงกลางๆ ช่วงท้ายจึงได้เป็น Skin Scent เข้าทางความเป็น Safe Scent ที่เรียบหรูนั่นเอง

ทิ้งท้าย เป็นอีกตัวที่เรียกว่าลงตัวกับการอยู่ในไลน์ Acqua Originale เพราะมันชัดเจนในลักษณะแบบนี้ ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่มีความหรูในที แม้จะกลิ่นอายมีความเป็น Creed อยู่ แต่ความรู้สึกเราอาจจะบอกว่า เราไม่เคยเจอสายเรียบหรูเบาๆ นักกับ Creed ซึ่งส่วนใหญ่มันจะหรูแบบมีระดับไปเลยแม้กลิ่นจะไม่ได้หวือหวาก็ตาม

หมายเหตุ
:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ