วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Natural Teller - Since

Natural Teller - Since

ผ่านไปแล้ว 2 รุ่นอย่าง Under the Rain และ Period of Time จากแบรนด์ Natural Teller น้ำหอม Niche สัญชาติไทยที่เน้นมาสายอาร์ตกันเต็มๆ ก็ได้เวลาสู่รุ่นที่ 3 ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวของน้ำหอมว่าจะสื่อสารออกมาอย่างไรผ่านกลิ่น ต้องพิสูจน์กับรุ่นนี้เลย Since 

เมื่อไดู้ที่กล่องก่อนที่จะเริ่มฉีดก็พอรู้เรื่องราวที่จะเข้าสู่กลิ่นของน้ำหอมก่อนเลยกับการพบเจอ ซึ่งเมื่อได้ลองกลิ่น ต้องบอกกันเลยว่า เป็นการพบเจอที่แปลกและเก๋เลยทีเดียว เพราะเปิดทางด้วยกลิ่นอายเขียวๆ ที่มีกุหลาบติดเขียวที่มากันเต็มๆ ทั้งต้น ดอก และใบ ทำให้ได้กลิ่นที่เขียวเจือกุหลาบนวลๆ แต่เข้มเพราะตีคู่กับกลิ่นหนังที่ดิบเข้มห่ามชัดเจนและมาเต็มมาก เรียกว่าเป็นการมาเจอกันของ 2 กลิ่นที่แตกต่างและมีเอกเทศในตัวเอง ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนผงะกันได้เลยทีเดียว เพราะกลิ่นจะเข้มมาแรงแบบที่ไม่คุ้นชินนักแถมติดดาร์กเสียด้วย และแทบจะไม่เคยได้เจอกลิ่นแบบนี้ในน้ำหอม Designer ทั่วไป ซึ่งเมื่อตามติดกันไปต่อเนื่องในช่วงกลาง จึงได้รับรู้ว่ากลิ่นอายของกุหลาบและหนังจะเริ่มผสมผสานกัน โดยความเป็นเอกเทศของ 2 กลิ่นหลักเริ่มเชื่อมโยงกันเป็นกลิ่นกุหลาบเขียวกลั้วหนังกลิ่นมีความแห้งและเบาลงไม่เข้มข้นแบบคราแรกที่ได้ดมมากนักแต่ก็ยังมีความสตรองอยู่ ซึ่งกลิ่นจะมีความนุ่มเพราะมี Musk มาผสมผสาน และได้กลิ่นอายแบบดินๆ ที่ไม่แห้งไม่ฉ่ำเบาๆ มาให้เกิดความสว่างในเนื้อกลิ่นเข้าไปอีก ซึ่งความเขียวของเนื้อกลิ่นจะเริ่มออกแนวเข้มสากให้สัมผัสได้มากขึ้น จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายกลิ่นเขียวดังกล่าวจะชัดจนรู้ได้ว่าเป็น Oak Moss ที่จะมาแบบเขียวติดไม้หอมที่กลิ่นขรึมๆ นวลๆ เคล้ากับกลิ่นพระ-นางอย่างกุหลาบและหนัง ให้ความหอมแบบแปลกเก๋และมีระดับ แบบเขียวเคล้ากุหลาบกลั้วกับดิบห่ามของหนังที่โดยทำให้นุ่มนวลมากขึ้นจากโทนไม้หอม มีทั้งความ Modern และความแปลกเก๋ติดโทนหรูหรากำลังงาม ทั้งหมดทั้งมวล จึงเรียกว่าถ้าน้ำหอมตัวนี้สื่อสารถึงความพบเจอ ก็ตรงตัวมากมายเหมือนแทนว่าหนัง คือ ผู้ชาย และกุหลาบ คือ ผู้หญิง ซึ่งจะเจอกันลักษณะไหน ก็เป็นไปตามภาพที่กล่องสื่อสารบอกเล่ากันมาก่อนนั่นเอง

เหมาะสำหรับ - Unisex สามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชาย วัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้งานตัวนี้ได้แล้ว แต่อย่างน้อยต้องผ่านน้ำหอมกลิ่นหนังและกลิ่นกุหลาบมาบ้าง หรืออาจจะผ่านน้ำหอม Niche ที่มีความแปลกใหม่ในเรื่องกลิ่นมาซักหน่อยจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่มายด์จะจัดเลยก็สามารถเพียงแต่ว่าต้องเรียนรู้กลิ่นกันหน่อยในสิ่งที่ Perfumer เขาสื่อสาร ซึ่งสามารถใช้ได้ในกหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันที่อาจจะจำนวนสเปรย์อย่างเหมาะสม เพราะกลิ่นจะให้ความเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่ได้ดีมากทั้งความภูมิฐาน มาดแมนและความเขียวนวลนุ่ม มีเสน่ห์ งดใส่เพื่อออกกำลังกาย หรือกิจกรรมกลางแจ้งแดดเปรี้ยง เดี๋ยวกลิ่นจะฆ่าคนอื่นเอาได้ ส่วนยามค่ำคืนสามารถใส่ได้สบายๆ ทั้งออกงานหรือว่าท่องราตรีแบบจิบเบาๆ เพราะกลิ่นมีความแปลกแต่ไม่ได้ออกทางลั่นล้าแต่ประการใด จึงไม่ควรใส่ไปเต้นลืมตายตามผับเทคนัก เน้นมีระดับไว้ก่อนจะเข้าทีมาก 

ความทน - ยกให้เลย เพราะ 8 ชม. แล้วกลิ่นยังตีขึ้นอยู่ตลอด ซึ่งก็อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดด้วยเช่นกัน 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากและชัดเจนจัดเต็มในช่วงแรกแบบที่อาจจะผงะกันได้เลยทีเดียว ตามประสาน้ำหอม Niche ที่ไม่สามารถตัดสินกันได้เพียงแค่ช่วงนี้ แล้วจะลดลงมากระจายดีกึ่งปานกลาง ก่อนจะปิดท้ายที่ออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - กลิ่นนี้คือความนุ่มนวลและเข้มแข็งมาเจอกันจนลงเอยเป็นหนึ่งเดียว มีความเป็นเอกเทศ แปลก เก๋ และมีเสน่ห์นั่นเองแหละครับ ที่สำคัญอาจจะไม่ได้ทำให้ประทับใจเพียงแรกเริ่ม แต่พอได้ลองไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำให้ติดใจขึ้นมาถอนตัวยากที่จะไม่ใช้มันเอาได้นะนั่น ^^

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://www.facebook.com/commerce/products/1124322297675794/?rid=808828592561385&rt=6

Review: Avon - So Very Sofia by Sofia Vergara

Avon - So Very Sofia by Sofia Vergara

เป็นหนึ่งในดาราสาวที่ติดอันดับผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลคนนึงจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ซึ่งมีความละตินสุด Sexy มากมายนั่นคือ Sofia Vergara ซึ่งได้มีโอกาสร่วมกับ Avon ในการปล่อยน้ำหอมของตัวเองออกมาเรียกว่าแค่ชื่อรุ่นก็บ่งบอกถึงตัวนางแนวเบิ้ลให้ล้นกำลัง 2 กันเลยทีเดียว เพราะว่ามีทั้ง So และ Very เช่นนั้นกลิ่นจะปังขนาดไหนต้องลองกันหน่อยแล้ว

So Very Sofia เรียกว่าเป็นน้ำหอมที่กลิ่นไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก แถมมีความเป็นกลิ่นที่เข้าถึงได้ง่ายโดยที่ไม่ได้ยืนพื้นกับการเป็นน้ำหอมของ Celebrity ที่มาสายกลิ่นขนม แต่มาสาย Floral Fruity แทน โดยเอาความเป็นผลไม้เมืองร้อนมาเข้าสู้เป็นหลัก เริ่มที่ Top Notes กับการกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวอันมาเลยของเสาวรสแบบที่ตัดกลิ่นเปรี้ยวเอียนๆ ออกไป ใส่กลิ่นของแอปริคอตกับซิตรัสเบาๆ เสริม กลิ่นที่ได้จะมีความเป็นผลไม้ชัดเจนและนำเสนอความเป็นสาวลั่นล้า เฮฮา เฮ่นโหล้ววววววกันอย่างสุดๆซึ่งในช่วงนี้จะจับได้เลยถึงกลิ่นอายของพิมเสนที่ติดสากเย้าเสริมเข้ามาเด่นตั้งแต่ตอนนี้ และเป็นตัวหลักที่แทรกไปอยู่ตลอดในทุกๆ ช่วงเสียด้วย ซึ่งเมื่อเข้า Middle Notes กลิ่นอายแบบโทนแป้งสะอาดๆ อมหวานจางๆ ซึ่งมาจากกลิ่นของดอกกล้วยไม้ จะมาเสริมโทนให้กลิ่นของผลไม้ที่เคล้าพิมเสนในตอนต้นมีความนุ่มมากขึ้น ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นดอกไม้นวลติดคมนิดๆ ของดอกส้มให้รู้สึกได้ ซึ่งกลิ่นจะยังคงความสาวในตัวได้ชัดเจนไม่มีผิดเพี้ยนแต่ประการใด เพียงไม่นานกลิ่นนวลๆ ออกทางแป้งอบอุ่นของวานิลลา จะดึงเข้าสู่ Base Notes แต่ความเป็นแป้งที่ว่าจะไม่ได้มาแบบข้นขนมหวานมาจากไหน แต่จะมาแบบไลท์เวอร์ชั่นที่จะออกนวลๆ อุ่นเบาๆ หอมระรวยรินไปเรื่อยๆ มากกว่า โดยที่จะยังจับได้ถึงกลิ่นของผลไม้ที่ยังมีอยู่บางๆ ให้ความลั่นล้าอยู่ ส่วนนางเอกของงานอย่างพิมเสนในช่วงนี้ก็จะเบาลงมาให้อารมณ์เซ็กซี่อวลๆ เข้าถึงง่ายไปเรื่อยๆ ซึ่งภาพรวมกลิ่นมันได้ความรู้สึกของผู้หญิงเซ็กซี่ที่ลั่นล้า เฮฮา และเข้าถึงง่าย และยังไงก็สวยเอาตัวรอดได้นั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็ใช้ได้แล้ว กลิ่นนี้เรียกว่าเป็นกลิ่นแนวยอดนิยมจากน้ำหอมหญิงของโลกใบนี้ เช่นนั้นไม่ต้องปีนบันไดหรือตะแคงหัวดมให้ยุ่งยากแต่ประการใด ใช้ง่ายเข้าถึงง่าย ซึ่งสามารถใส่ได้ในแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ทั้งทางการและทั่วๆ ไป แต่ถ้าต้องไปรับแขกบ้านแขกเมืองทางการจ๋าๆ ตัวนี้อาจจะไม่ได้เหมาะนัก รวมถึงออกกำลังกายข้ามไปเถอะ แม้จะใส่ได้แต่มันใส่ไปแล้วจะออกแนวไปเพื่อทำเสียงสองออดอ้อนเทรนเนอร์หล่อๆ (ที่ไม่รู้เป็นเกย์หรือไม่) เสียมากกว่าจะออกกำลังกาย เพราะพื้นฐานมันเซ็กซี่นั่นเอง ดังนั้นยามค่ำคืนจัดไป เต็มที่ ขออย่างเดียวใส่ไปแล้วยั่วยวนแบบเฮฮา อย่ามั่วโมโหชาวบ้านเพราะเมาแอ๋เป็นพอ ส่วนคุณผู้ชายอันนี้ตัวใครตัวเผือกนะถ้าจะใส่กลิ่นนี้

ความทน เรียกว่าทำได้ดีเลยทีเดียวกับประมาณ 6 – 8 ชม. อาจจะมีบวกลบไปบ้างราว 2 ชม. ซึ่งก็อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้นแบบมาเต็มตีคู่ผลไม้พิมเสนลั่นล้ากันก่อน แล้วจึงลดลงมากระจายปานกลางไปเรื่อยๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วย Skin Scent 

ทิ้งท้าย กลิ่นมันลั่นล้ามากกกกกก คือใส่มาทำงาน โดนคนรู้จักนั่งรถตู้มาด้วยกันมองด้วยสายตาที่แบบว่า เปิดตัวแล้วเหรอจ้ะพ่อหนุ่มต้องหลับๆ ให้ไม่ต้องสนใจผู้คน แถมมาถึงที่ทำงานโดนทักอีกกลิ่นน้ำหอมสาวเชียวนะ เช่นนั้น ค่ะ วันนี้หนูจะเป็นสาวนมโต เซ็กซี่ แมนๆ เตะบอลกันร้องกี๊ซก๊าซวี้ดว้ายให้ดู -______-“

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ” 

Credit ภาพ - http://beautyerep.com/wp-content/uploads/2016/08/080916-sofia-presale-aspot.jpg



วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Atelier Cologne - Oolang Infini

Atelier Cologne - Oolang Infini

Atelier Cologne เป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำหอม Niche ที่เป็นเอกทางด้านการทำน้ำหอมกลิ่นแนวโคโลญจน์เรียบหรูและธรรมชาติที่จะมีกลิ่นอายของ Citrus และสมุนไพรเป็นตัวหลักในแทบทุกตัว ซึ่งแม้กลิ่นจะสดชื่นดูเบาๆ ก็จริง แต่ทุกตัวความเข้มข้นแตะความเป็น EDP กันได้เลย เช่นนั้นเปิดศักราชบอกเล่าแบรนด์นี้เป็นครั้งแรกก็ขอเอาตัวน่าสนใจมานำเสนอกันเลย นั่นคือ Oolang Infini 

เรียกว่ากลิ่นเปิดมามีความหอมสดชื่นสะอาดติดเย็นๆ กันก่อนเลย กับความเป็นกลิ่นโทนซิตรัสสดชื่นสะอาดแบบอากาศเย็นๆ ยามเช้า กลิ่นมีความเป็นธรรมชาติมาก โดยที่ไม่ได้มีลักษณะแบบสดชื่นเกินกว่าเหตุที่มักจะเจอกันได้ง่ายๆ ในน้ำหอมโทนสดชื่นแบรนด์ Designer นัก มีความเป็นมะกรูดกับดอกส้มแบบเบาๆ และแต่กลิ่นไม่ได้มาสายฉ่ำเพราะออกทางสดชื่นติดเย็นแห้งๆ และจะได้กลิ่นแนวพริกไทยอ่อนๆ เบาๆ ให้รู้สึกได้ ซึ่งเพียงชั่วขณะกลิ่นชาอู่หลงจะดันขึ้นมาให้กลิ่นแนว Aromatic นวลๆ แบบชาที่ไม่ได้เข้มจัด มีความกึ่งๆ ระหว่างชาเขียวกับชาดำที่มีความนุ่มติดสดชื่น เสริมด้วยกลิ่นโทนรองพื้นนวลๆ นุ่มๆ เบาๆ ของกลิ่นออกแนวคล้ายผิวกายสะอาดนวลๆ ที่น่าจะมาจากหนังกลับติดโทนมะลิจางๆ และมีความหอมสบายๆ ของโทนซิตรัสที่ตามลงมาเสริมในช่วงนี้ด้วย กลิ่นเลยเรียกว่าเป็นความหอมนวลติดธรรมชาติแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ที่ได้ทั้งสดชื่น นุ่ม หอมสบายๆ และจะมีกลิ่นออกแนวไม้หอมนวลๆ สะอาดๆ อ่อนๆ เสริมเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งกลิ่นชาอู่หลงจะยังตามไปที่ช่วงท้ายแบบเบาๆ ให้พอรู้สึกได้ แต่กลิ่นไม้หอมแบบแห้งๆ สะอาดจะเด่นขึ้นมาตีคู่ โดยมีกลิ่นอายแบบผิวกายนุ่มๆ แบบหนังกลับบางๆ กับ Musk ให้เกิดความรู้สึกนุ่มนวลสะอาดไปเรื่อยๆ ภาพรวมจึงเรียกว่าเป็นน้ำหอมที่มีความเป็นธรรมชาติสูง กลิ่นอายแบบเน้นสร้างบรรยากาศสดชื่นแบบเย็นๆ โดยที่มีชาอู่หลงเป็นตัวชูโรง ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สบายๆ ผ่อนคลาย และเรียบหรูนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศเลย กวาดหมด ที่สำคัญกลิ่นอายธรรมชาติแบบนี้เข้าถึงได้ง่ายมากแบบไม่ต้องปีนกระไดดม คือใครได้กลิ่นมักชอบในความสดชื่นและสะอาดแบบเรียบนิ่งอยู่แล้ว โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันได้เลย กวาดหมดเช่นกัน แต่ยามกลางคืนนี่สิ ถ้าอากาศร้อนๆ เน้นใส่แบบสบายๆ ทั่วไปสุภาพจะดีกว่า และข้ามการใส่เพื่อไปหาเหยื่อได้เลย สู้ชาวบ้านเขาไม่ได้แน่นอน 

ความทน - ความทนถือว่าน่าพึงพอใจที่ประมาณ 6 ชม. ซึ่งอิงกับสภาพผิว จำนวนสเปรย์ และจุดที่ฉีดด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนตัวเจอความทนของตัวนี้ที่ราวๆ 8 ชม. แบบกลิ่นติดผมให้ความรู้สึกสะอาด (จากสภาพผิวกายคือ ผิวชุ่มน้ำ) 

การกระจาย - บอกเลยว่าตัวนี้มาสายปลอดภัยมากกกก การกระจายจะปานกลางในช่วงแรก แล้วลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัว ก่อนจะ Skin Scent แบบยาวไปตั้งแต่ช่วงกลางเลย เรียกว่าหอมประชิดติดผิวปลอดภัยไม่รบกวนใครขั้นสุดนั่นเอง 

ทิ้งท้าย - กลิ่นเรียกว่ามาสายธรรมชาติบางเบาและเรียบหรูตามสไตล์ผู้ดีแบบที่ Penhaligon’s, Jo Malone และ Annick Goutal มักจะเด่นสายนี้เหมือนกัน ที่สำคัญตัวนี้มัน Safe Scent และติดผิว คนที่ชอบน้ำหอมสายกระจายอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ! เราลืมใส่น้ำหอมมาหรือเปล่า -___-” ซึ่งคนชอบสายปลอดภัยอันนี้จะฟินมาก เพราะกลิ่นยังติดสนิทกับผิวจริง ให้ความรู้สึกสะอาดนุ่มไปตลอดแบบเรียบนิ่งนั่นเอง

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://images.neimanmarcus.com/ca/3/product_assets/C/1/B/7/4/NMC1B74_mk.jpg

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Trussardi – Python UOMO

Trussardi – Python UOMO

หนึ่งใน Rare Items ที่เรียกว่าหาไม่ได้ง่ายๆ แล้วกับการที่ปล่อยของดีออกมาก็เลิกผลิตไปของแบรนด์ Trussardi ที่เรียกว่าไม่เข้าใจเพราะกลิ่นออกจะดีงาม ซึ่งในเมื่อหามาครอบครองได้ งานนี้ต้องเอามาเล่าเรื่องกลิ่นว่ามันเป็นอย่างไร ทำไมคนถึงฟินกับตัวนี้กันเยอะ นั่นคือรุ่น Python UOMO นั่นเอง 

เพราะ Python คือ งูหลามประเภทหนึ่งที่มีขนาดยาวมากที่สุดในโลก (แน่นอนว่าคนละประเภทกับ Anaconda ที่จะตัวใหญ่และหนักกว่าแต่ยาวเดี๊ยนไม่สู้) ซึ่งถ้ารุ่นนี้อิงกับงูประเภทนี้คงจะเป็นงูที่มีความสดชื่นแต่ซ่อนเลื่อมสลับซับซ้อนอยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก เพราะเปิดกลิ่นด้วยความเขียวของกลิ่นFig (มะเดื่อฝรั่ง) ที่มีความเขียวอมหวานหน่อยๆ และมีกลิ่นออกทางเปลือกต้น Fig ผสมผสานกับกลิ่นชา กลายเป็นชา Fig ที่จะมีกลิ่นสดชื่นติดเปียกๆ มีความซ่าเบาๆ เสริมให้กลิ่นเขียวๆ มีความสะอาดสว่างอารมณ์คล้ายกลิ่นหลังฝนตกที่จะมีความชื้นในป่าเขียวก็จริงๆ แต่จะไม่หนักข้นเพราะไม่ได้มีลักษณะแบบกลิ่นมะเดื่อที่มักจะติดโทนแบบมะพร้าวเข้ามา เพราะจะมีโปร่งจมูกอมเปียกๆ เป็นสำคัญ จนเมื่อเข้าช่วงกลางกลิ่นอายเปียกจะยังอยู่ให้รู้สึกได้อยู่ โดยกลิ่นจะมีความหวานเขียวติดผลไม้จากกลิ่นของมะเดื่อที่ตามมาตั้งแต่ช่วงต้นอมขมบางๆ ของชา แต่กลิ่นจะมีออกโทนมันๆ ติดเขียวซึ่งน่าจะมาจากมะกอกเป็นตัวเสริมให้กลิ่นมีความนวล แต่ยังคงความเขียวแบบโปร่งนวลเจือไม้หอมจางๆ ของสนไซเปรสเสริมเข้ามาให้เป็นกลิ่นออกทางสบายๆ เรียกว่าช่วงนี้เป็นกลิ่นที่เริ่มมีความนุ่มสบายมากขึ้น แต่ยังได้ความรู้สึกแบบอากาศชื้นๆ แต่สะอาดอยู่ โดยเนื้อกลิ่นจะเริ่มมีความนุ่มผสมไม้หอมดันเข้ามาเรื่อยๆ นำเข้าสู่ช่วงท้ายที่กลิ่นจะออกสบายๆ นวลๆ สะอาดๆ แบบอากาศฉ่ำๆ โดยจะมีกลิ่นไม้หอมติดเขียวนวลๆ มีความนุ่มของ Musk แบบผิวกายนวลๆ ต้องอากาศเย็นชื้น ซึ่งภาพรวมความเป็น Python จะมีความเปียกชื้นแบบสะอาดๆ นุ่มเป็นหลัก โดยมีความเป็นกลิ่นอายแบบธรรมชาติของใบไม้และความเขียวหอมติดหวานจางๆ ได้อารมณ์อากาศแบบแถวภูมิประเทศร้อนชื้นหลังฝนตกบ้านเราได้ดีเลยทีเดียว 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้อย่างสบาย กลิ่นเข้าถึงได้ง่ายในระดับหนึ่ง มีความธรรมชาติและมีมิติของเนื้อกลิ่นได้น่าสนใจตรงที่ยืนพื้นที่กลิ่นแนวเปียกชื้นที่ยังคงความสะอาด จึงสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลย ครอบจักรวาลเลยทีเดียว ไม่ว่าจะงานทางการหรือทั่วๆ ชิลล์ๆ ใส่ออกกำลังกายได้อยู่เพียงแต่รอช่วงท้ายๆ น่าจะดีกว่า (แต่อย่าเอาไปใส่ออกกำลังกายเลย เลิกผลิตแล้ว หาใหม่ก็ยากขนาด) ส่วนยามค่ำคืน กลิ่นสามารถใช้ได้กับอากาศบ้านเราสบายๆ เพียงแต่ว่า อาจจะไม่ได้มาสายเย้ายวนจัดจ้านอะไร ออกแนวเหมือนหนุ่มสะอาดท่ามกลางอากาศชื้นเย็นๆ ประมาณนั้น 

ความทน อยู่ระหว่าง 6 – 8 ชม. ซึ่งอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย กระจายดีในช่วงต้น แล้วจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ สะอาดๆ แบบชื้นๆ ธรรมชาติติดเขียวในช่วงกลางตามด้วย Skin Scent หอมนุ่มนวลๆ ติดผิวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย ส่วนใหญ่มักจะเจอแต่น้ำหอมสดชื่นแบบที่มีความฉ่ำก็จริง แต่ไม่ได้มาสายติดเปียกชื้นขนาดนี้มากเท่าไหร่ ซึ่งกลิ่นนี้เรียกว่าทำออกมาได้ชัดมากและที่สำคัญกลิ่นมีความเป็นบ้านเราที่มีป่าไม้แบบดิบชื้นหลังฝนตกแต่มีความโปร่งได้ลงตัวไปด้วย ซึ่งนี่แหละลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศที่งูหลามอาศัยอยู่ เช่นนั้นของดีขนาดนี้ เลิกผลิตแล้ว เก็บยาวซิจ้ะ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://www.cosmetics-parfum.com/sites/default/files/image/4001121982picture_416131.jpg



วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Chloe - L'Eau de Chloe

Chloe - L'Eau de Chloe 

โบว์ครีมยอดฮิตก็ผ่านไป โบว์ดำสุดมั่นก็ผ่านไป (แถมหาในไทยได้ยากมาก) คราวนี้ก็ได้เวลาของโบว์เขียวบ้างกับน้ำหอมผู้หญิงแบรนด์ที่ฮิตที่สุดในหมู่สาวๆ เลยก็ว่าได้ในตอนนี้กับ Chloe ซึ่งกลิ่นจะมาในลักษณะไหนนั้น ต้องพิสูจน์ 

โบว์เขียว หรือ L'Eau de Chloe เรียกว่าเป็นการปรับโทนของโบว์ครีมมาเป็นลักษณะของความสดชืิ่นที่มีกุหลาบเป็นตัวดำเนินรายการเจือติดกลิ่นเขียวๆ สบายๆ ซึ่ง Top Notes มากับความรู้สึกคมๆ ติดแปร่งเจือหน่อยๆของน้ำเลมอนหรือ Lemonade ซึ่งจะให้ความสดชื่นคมๆ กันเต็มๆ กลั้วไปกับกลิ่นอายเขียวๆ กำลังดี เจือกลิ่นกุหลาบกำลังงาม ได้อารมณ์แบบสนุกสนาน ยิ้มง่ายโปร่งสว่างเจือเขียวได้ดีมาก กลิ่นในช่วงนี้เรียกว่าเปิดตัวเรียกแขกเต็มๆ เพราะสามารถทำให้ชอบได้เลยเพียงแค่ดมในช่วงนี้แล้วยอมที่จะเสียตังค์ซื้อหามาในทันที เพียงไม่นานก็เข้าสู่ Middle Notes ซึ่งกลิ่นกุหลาบแบบติดสดชื่นคมๆ จะเริ่มลดทอนลงมาหน่อย ให้ความเป็นกุหลาบที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ไม่ได้มาสายเข้ม เพราะเนื้อกลิ่นมีความใสในลักษณะติดโทนน้ำ (ซึ่งเมื่อไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมมาถึงได้รู้ว่า ใช้ Rose Water ที่ 22% Concentration) เลยจะได้อารมณ์แบบโปร่งสว่าง สดชื่น สบายๆ กลิ่นไม่ได้ออกทางฉ่ำ มีความแห้งแต่สดชื่นและเจือความเป็นดอกไม้ที่ดันให้ความเป็นกุหลาบชัดขึ้นอย่างโบตั๋นและมะลิเบาๆ ที่สำคัญกลิ่นอายมีความเขียวโปร่งโล่งสบายเจืออยู่ตลอด แล้วตัวเอกอีกหนึ่งรายจึงได้ฤกษ์เปิดตัวนั่นคือ พิมเสน จะเข้ามาเจือกุหลาบเรื่อยๆ จนนำเข้าสู่ Base Notes ที่กลิ่นอายจะเป็นพิมเสนนวลๆ เคล้ากับกลิ่นกุหลาบ ให้มีความเป็นกุหลาบโปร่งสะอาดสบายๆ มีกลิ่นเขียวสากๆ เจือ กับ Musk นุ่มๆ ไม้หอมอ่อนๆ ซึ่งยังคุมโทนความสดชื่นที่มีดอกไม้อย่างกุหลาบและกลิ่นแบบสบายๆ ของพิมเสนเป็นตัวเด่นตีคู่กันไป เรียกว่าได้อารมณ์สาวน่ารักเดินในทุ่งหญ้าได้เลย ซึ่งมีความหอมแบบมีระดับและสดชื่นในเวลาเดียวกัน ไม่ได้มาสายลูกสาวกำนันห้าวเป้งอะไรเสียด้วยซ้ำไป 

เหมาะสำหรับ - ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียน ม.ปลาย ก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว กลิ่นมีความสดชื่น สว่าง ปลอดโปร่ง ได้ความรู้สึกแบบสนุกสนาน เรียบหรู และน่ารักในเวลาเดียวกัน แถมมีระดับมากพอที่ไม่ได้มาสายพยายามลั่นล้า พยายามจะที่น่ารักแต่ประการใด โโยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลย เรียกว่ากวาดหมดทั้งทางการและทั่วๆ ไป กลิ่นเข้ากับอากาศร้อนๆ ของบ้านเรามาก ส่วนยามค่ำคืน เน้นใส่เพื่อความสดชื่นสบายๆ น่ารัก เดินเลนทั่วไปจะดีกว่า ที่จะใส่ไปท่องราตรีพร้อมเต้นเอวเคล็ด แม้ว่ากลิ่นจะเย้ายวนอยู่บ้าง แต่มันมาสายสดชื่น ก็เลยไม่ได้เอื้อให้เซ็กซี่มากมายก็เท่านั้นเอง ส่วนคุณผู้ชายใส่ตัวนี้ได้ กลิ่นมีความ Unisex อยู่บ้าง ซึ่งยังไงก็รอด แต่อาจจะโดนผู้หญิงมองหน่อยว่า "ใส่ Chloe มาสินะ ผู้ชายคนนี้" เท่านั้นเอง 

ความทน - อันนี้ยกนิ้วให้เลย 8 ชม. แล้วกลิ่นยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ ซึ่งอิงกับเคมีด้วยส่วนหนึ่ง รวมถึงจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดด้วยเช่นกัน 

การกระจาย - กลิ่นนี้มาสายเดียวกับโบว์ครีมและโบว์ดำ มาสาย Sillage Scent ที่เน้นกระจายออกรอบตัวเป็นบาเรีย ซึ่งช่วงต้นกระจายดีมาก สดชื่นกันเต็มๆ แล้วจึงลดลงมากระจายดีกึ่งปานกลางแบบยาวไป มาช่วงท้ายที่จะเป็นกระจายปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัวอยู่ ซึ่งกลิ่นยังทำให้คนรอบตัวรับรู้ได้ยามเดินสวนกันหรือมายืนใกล้ๆ 

ทิ้งท้าย - เรียกว่ามีความฟิน เพราะจากที่ใช้มาชอบโบว์ดำที่สุดในแง่ของความเป็น Unisex ที่ผู้ชายใส่ได้ แต่พอเจอโบว์เขียว คือมันได้ทั้งความปลอดโปร่ง ยิ้มง่าย กระปรี้กระเปร่า เรียบหรู และน่ารักในเวลาเดียวกัน แม้ว่าจะออกสาวไปบ้าง แต่ตรงๆ เลยว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นบอกถึงความสุขยามที่ได้ใส่และได้กลิ่นไม่น้อยเลยทีเดียว 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://l.lnwfile.com/_/l/_raw/f6/b1/mb.jpg

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Hermes – Le Jardin de Monsieur Li

Hermes – Le Jardin de Monsieur Li 

จะเรียกว่าเป็นตัวสุดท้ายของไลน์กลิ่นสวนต่างๆ ที่สุคนธกรมือมังอย่าง Jean-Claude Ellena ได้ทำออกมาก่อนปลดระวางตัวเองกับ Hermes ซึ่งกลิ่นนี้เรียกว่าฮือฮากันน่าดูเพราะว่าไลน์นี้ห่างหายการออกต่อตัวเนื่องมาประมาณ 3 ปีเสียด้วย เช่นนั้น กลิ่นสวนสวยๆ ที่สื่อสารออกมาจะเป็นอย่างไรได้เวลาพิสูจน์

Le Jardin de Monsieur Li สื่อสารถึงความเป็นกลิ่นอายแบบสวนจีนที่ให้ความเรียบหรูและสงบๆ ได้อารมณ์แบบน้อยแต่ได้มากราวๆ นั้น ซึ่งกลิ่นนี้จะเริ่มสร้างบรรยากาศจากช่วงต้นที่ให้ความสดชื่นติดเขียวจางๆ จากการผสมผสานของโทน Citrus จากกลิ่นของเกรฟฟรุตที่มาผสมผสาน และมีความรู้สึกเป็นกลิ่นแปลกส้มติดเขียวที่น่าจะเป็นลักษณะคล้ายๆ กลิ่นส้มจี๊ดตามที่แบรนด์บอก แต่กลิ่นที่ออกมาไม่ได้ออกทางเปรี้ยวคมจัดๆ นัก ยิ่งมีกลิ่นมิ้นท์ให้รู้สึกได้ว่ามีความเขียวสดชื่นแบบปลอดโปร่งโล่งสบายๆ และมี Signature ของการเป็น Hermes คือกลิ่นเขียวๆ ติดโทนส้มชัดเจน เพียงไม่นานกลิ่นของดอกมะลิจะเริ่มเสริมเข้ามานวลๆ เนียนๆ ทำให้กลิ่น Citrus นั้นมีความนุ่มจมูกมากขึ้นตามลำดับ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายๆ ซึ่งถือเป็นช่วงกลางของน้ำหอมตัวนี้ชัดเจน เพราะในเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นโทน Citrus แบบลอยตามอากาศมาเบาๆ เคล้ามะลินวลๆ สบายๆ อ้อยอิ่ง โดยจะมีความเป็นไม้หอมอ่อนๆติดเปรี้ยวอมหวานแบบฟรุตตี้เล็กน้อยที่จะเจือความนุ่มนวลของกลิ่น ถือว่าเป็นไฮไลท์ของน้ำหอมตัวนี้ชัดเจน เพราะนำเสนอกลิ่นอายแบบสวนสดชื่นยามเช้า ที่จะมีกลิ่นดอกไม้นวลจางๆ ไปตลอด จนเมื่อกลิ่นเริ่มนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากอิทธิพลของ Musk ก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายกันเต็มๆ ที่กลิ่นจะออกแนวนุ่มนวลของ Musk สะอาดๆ มีกลิ่นไม้หอมเจือๆ ขรึมนวลของซีดาร์เบาๆ เคล้าไปตลอด กลิ่นจะให้ความเรียบหรูผู้ดีสบายๆ แบบอากาศนุ่มๆ เคล้าผิวกายหอมนวลกรุ่นๆ ซึ่งถ้าอิงกับความเป็นสวนจีนก็ถือว่า ใช่ครบถ้วนเลยไม่มีผิดเพี้ยน

เหมาะสำหรับ ทุกเพศเลย มาสาย Unisex ชัดเจน อาจจะไพล่มาทางผู้หญิงมากกว่าประมาณ 60-70% เพราะความเป็นโทนดอกไม้นวลๆ ช่วงกลาง ซึ่งถ้าไม่คิดมาก ถือว่าเป็นกลิ่นหอมเรียบหรูดูดีและผ่อนคลายมากเลยทีเดียว ที่สำคัญเข้าถึงได้ง่าย เป็นกลิ่นที่คนได้รับรู้มักไม่ยี้ด้วย จึงสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลย กวาดหมดทั้งงานทางการและทั่วๆ ไป ลามไปถึงการออกกำลังกายก็สามารถ ส่วนยามค่ำคืนจะเหมาะกับวันอากาศร้อนๆ มากกว่า แบบใส่ให้สดชื่นสบายและผ่อนคลาย แต่ไม่ควรใส่ไปมท่องราตรีเต้นแอ่นหน้าแอ่นหลัง นอกจากกลิ่นที่ไม่ได้เอื้อมาทางสายเซ็กซี่แล้ว ยังจะโดนชาวบ้านที่เขาเล่นใหญ่กว่ากลบเกลี้ยงจนมิดได้เลยในทันที 

ความทน กลิ่นแนว Citrus Aromatic มักไม่ได้ทนจัดนัก แต่ตัวนี้ถือว่าทำได้ดี เพราะความทนอยู่ประมาณ 6 ชม. อาจจะมีบวกลบบ้าง อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวฉีดไป 6 สเปรย์ กลิ่นทนลากไปที่ 8 ชม. ได้อยู่ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น คือให้ความสดชื่นกันก่อน แล้วจะลดลงมาแบบเป็นออร่ารอบๆ ตัว ให้ความรู้สึกสบายๆ นวลๆ โปร่งจมูก แล้วจึงเป็น Skin Scent ในช่วงท้ายแบบยาวไป 

ทิ้งท้าย กลิ่นนี้น่าจะเป็นกลิ่นสุดท้ายของไลน์กลิ่นสวนแล้ว ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมอะไรจาก Hermes อีกในอนาคต ซึ่งถ้าใครชอบน่ำหอมโทนสดชื่นแบบเบาๆ สไตล์แนวๆ JO Malone, Penhaligon’s หรือ Atelier Cologne กลิ่นนี้เข้าทางให้ความเรียบหรูดูดีสบายและอะโรม่าสดชื่นได้ดีมากจริงๆ 

สรุป: 
Un Jardin en Mediterraneeสวนส้มกลั้วสมุนไพรริมทะเลอันอบอุ่น
Un Jardin Sur Le Nilสวนผักผลไม้ริมแม่น้ำหรือบึงบัวที่สดชื่นและผ่อนคลาย
Un Jardin Apres la Moussonสวนอันเงียบสงบหลังฝนตกกับเมล่อนแสนชื่นใจ
Un Jardin Sur Le Toitสวนบนดาดฟ้าตึกที่สดใสท่ามกลางแสงแดดและไอดิน
Le Jardin de Monsieur Li - สวนแบบจีนยามเช้าและไอหมอกที่สดชื่นนุ่มนวล

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์  ไม่เช่นนั้นก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://media.hermes.com/media/wysiwyg/Prehome_Jardin_de_Mr_Li_1.jpg

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: La Ong Siam Perfume – ข้าวหอม (Siam Rice)

La Ong Siam Perfume – ข้าวหอม (Siam Rice)

ห่างหายจากแบรนด์ไทยแบรนด์นี้ไปนาน เมื่อสอดส่ายสายตาหันไปเห็นว่าออกน้ำหอมรุ่นใหม่ออกมา ก็ต้องหามาลองกันซักหน่อย เพราะส่วนตัวมีความชอบกลิ่นข้าวหอมๆ ไม่ว่าจะขณะเป็นข้าวสารหรือว่าจะเป็นข้าวหุงสุกแล้วก็ตาม เพราะมีความหอมนวลจมูกอะโรม่าไม่พอ ยังชวนหิวอย่างมากมาเสมอ เช่นนั้นเมื่อได้มาต้องมาลองให้หนำใจว่าน้ำหอมรุ่นนี้ของ La Ong จะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ข้าวหอม จะมีกลิ่นที่เป็นเหมือนหัวใจหลักอยู่ในแต่ละช่วงของน้ำหอม ซึ่งคงเป็นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกลิ่นข้าวหอมมะลิ ซึ่งจะเริ่มต้นกันที่ความหอมหวานแบบคมๆ กันก่อนในวูบแรกที่จะพุ่งออกมาจากการฉีด ด้วยกลิ่นที่มีความเป็นซิตรัสติดเชื่อมหวานพอสมควร แต่จะล้อมด้วยกลิ่นชาที่ออกนวลๆ เพียงแว้บเดียวกลิ่นข้าวจะโชว์ตัวออกมา พร้อมกับกลิ่นใบเตยเขียวนวลจางๆ ทำให้กลิ่นที่ออกมามีลักษณะคล้ายข้าวหอมหุงสุกใส่ใบเตยในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งจะดำเนินเข้าสู่ช่วงที่ 2 กับกลิ่นอายที่จะเริ่มมีลักษณะของกลิ่นแนวมะพร้าวติดกะทิจางๆ เข้ามา โดยจะมีกลิ่นของมะลินวลๆ ตามมาต้อยๆ กับเขาด้วย เสริมให้กลิ่นข้าวหอมน้ำชาใบเตยที่ติดหวานคม มีลักษณะคล้ายข้าวเปียกหอมมะลิราดกะทิแบบขลุกขลิก มีความเป็นกลิ่นแบบขนมไทยๆ ที่มีความหวานมันในตัว ซึ่งกลิ่นในช่วงนี้จะอยู่ยาวนานเลยทีเดียวและสามารถทำให้เรามีความหอมหวาน + ทำให้เราหิวได้ถ้าท้องว่าง จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายความเป็นข้าวหอมที่มาสายขนมจะเปลี่ยนโทนทำให้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับการเปลี่ยนเป็นโทน ซึ่งเนื้อกลิ่นจะมีความนุ่มติดแป้งของแนว White Musk รองพื้นอยู่เบื้องหลังและมีกลิ่นของผลไม้อมหวานเบาๆ เสริมเข้ามา ทำให้กลิ่นลักษณะข้าวหอมหวานมันในช่วงกลางกลายเป็นกลิ่นแป้งข้าวหอมที่มีความหวานนวลๆ นุ่มๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ ถือเป็นการเปลี่ยนโทนที่พลิกเกมกันในระดับหนึ่ง และลดความหวานที่อาจจะทำให้คนใส่กลายเป็นขนมหวานลงมาเป็นความสบายนวลๆ ผ่อนคลายได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งภาพรวมของกลิ่นถือว่า ไล่เรียงความเป็นข้าวหอมในรูปแบบต่างๆ ได้ดีไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมน้ำชาใบเตยหุงสุก ข้าวหอมเปียกน้ำกะทิ และแป้งข้าวหอมหวานนวล ซึ่งเป็นการแทรกความเป็นไทยแต่ไม่ได้ไทยจ๋ามากผ่านกลิ่นที่เราคุ้นเคยได้น่าสนใจเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ กลิ่นนี้เป็น Unisex ที่เรียกว่าใส่ได้ในทุกเพศ แต่จะมีความเป็นหญิงในเนื้อกลิ่นอยู่ประมาณ 60 -70% เพราะกลิ่นมาโทนหวาน ซึ่งถ้าผู้ชายไม่ได้ใส่ใจเพราะมันหอมก็ใส่ได้ เพราะยังไงช่วงท้ายคือ Unisex อย่างชัดเจน โดยกลิ่นนี้สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ซึ่งจะให้ลุคที่หวานเรียบร้อย และนุ่มนวลได้เลย ยกเว้นใส่ออกกลางแจ้งร้อนจัดๆ หรือว่าใส่ออกกำลังกาย เดี๋ยวจะหวานจนแน่นเสียก่อน ส่วนยามค่ำคืนจัดไปได้เลย เพียงแต่กลิ่นนี้อาจจะไม่ได้มาสายเย้ายวนมากและไม่ได้เซ็กซี่จัดๆ จนสามารถเต้นรูดเสาที่ไหนแบบไม่สนใจชาวโลก แต่จะมาแบบเรียบร้อย น่ารัก หอมหวานนวลๆ ที่ผู้หญิงจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน ส่วนผู้ชายจะเป็นคนหวานนุ่มนวลอะไรประมาณนี้

ความทน น่าพึงพอใจมากกับราวๆ 8 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวฉีดไป 6 สเปรย์ทนไปได้ยาวถึง ประมาณ 10 ชม. ได้เลย

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในช่วงต้น แบบหวานแหลมมาก่อน แต่เพียงแว้บเดียวจะลดลงมากระจายแบบดีกึ่งปานกลางลดหลั่นลงไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป จนพอเข้าช่วงท้ายถึงเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัวกึ่ง Skin Scent ในเวลาต่อมา

ทิ้งท้าย ดีใจ เพราะเดิมทีกลัวใจพอสมควรว่ากลิ่นนี้จะเป็น Traditional Fragrance ที่การเข้าถึงจะได้จำกัดเฉพาะกลุ่ม แต่พอใช้จริงกลิ่นคาบเกี่ยวความเป็นไทยแนวทั้งสมัยนิยมและเอกลักษณ์แบบไทยได้ลงตัวไม่น้อยเลย ที่สำคัญยินดีกับอีกก้าวของแบรนด์นี้ที่ตอนนี้ไปสู่ระดับประเทศแล้วด้วยเช่นกัน

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ยกเว้นเจ้าของแบรนด์ La Ong Siam Perfume ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
https://www.facebook.com/LaOngSiamPerfume/photos/a.1626718807552002.1073741828.1626693334221216/1842240085999872/?type=3

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Giorgio Beverly Hills – Wings for Men

Giorgio Beverly Hills – Wings for Men

ห่างหายไปนานมากก็ได้เวลากลับมาเยือนหนึ่งในแบรนด์ Giorgio Berverly Hills ที่เรียกว่าทำน้ำหอมจัดเต็มเรื่องความแน่นและการกระจายในแบบที่มีความร่วมสมัยคาบเกี่ยวความเป็นกลิ่นอาย Retro และ Modern ได้ดีมาเสมอ ที่สำคัญอยู่ในกลุ่มน้ำหอมที่ราคาน่าคบหาสุดๆ เป็นของดีราคาถูกกันได้เลย เช่นนั้นเข้าเรื่องมาเจอกันกับรุ่นที่เรียกว่านำความสดชื่นแบบชัดเจนมาส่งต่อความหอมแบบสยายปีกกันดีกว่า นั่นคือรุ่น Wings

เปิดต้นกลิ่นได้มาแบบเต็มเหนี่ยวไปเลยพี่เต็มที่ไปเลยเธอมากมาย เพราะว่ากลิ่นโทน Citrus ติดสมุนไพรแกล้มความเขียวจะมาเต็มแน่นในแบบที่ฟุ้งกระจายคมๆ โดยที่เนื้อกลิ่นจะมีโทนดอกไม้เสริมเข้ามาให้ความสะอาดกลั้วความสดชื่นอย่างลาเวนเดอร์และดอกส้ม กลิ่นเลยจะได้อารมณ์ยุค 90 ในแบบที่สะอาดแน่นๆ แมนๆ กลิ่นแบบผู้ช๊าย ผู้ชาย ให้อารมณ์โทนสีฟ้าติดเข้มได้ลงตัวมาก ซึ่งกลิ่นแนว Citrus สมุนไพรนี้จะเป็นหัวใจหลักของน้ำหอมที่จะตามติดไปจนถึงช่วงท้ายๆ เลย ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางกลิ่นอายของความสดชื่นยังคงความสตรองอยู่ แต่กลิ่นของลาเวนเดอร์จะเป็นตัวเด่นขึ้นมาตีคู่กับกลิ่นของเครื่องเทศโทนเผ็ดซ่าปร่าและมีความโปร่งอย่าเม็ดผักชี และมีกลิ่นอายดอกไม้นวลๆ ของมะลิกับกลิ่นติดกุหลาบสดชื่นของเจอเรเนียมเข้ามาผสมผสาน ทำให้ได้กลิ่นสะอาดสดชื่นติดดอกไม้แนวสุภาพบุรุษที่คงความคาบเกี่ยวระหว่างกลิ่นอายแบบ Retro และ Modern ลักษณะแบบผู้ชายแต่งตัวสบายๆ หวีผมเรียบแปล้และยิ้มพิมพ์ใจไม่น้อย ซึ่งเนื้อกลิ่นมีลักษณะคล้ายๆ กลิ่นอายแบบทะเลที่ไม่ติดคาวเกลือหน่อยๆ ด้วย ทำให้ได้อารมณ์สีฟ้าคมเข้มที่ต่อเนื่องมาจากช่วงต้น เพียงไม่นานกลิ่นจะเริ่มมีมีความอบอุ่นติดไม้หอมครีมมี่หน่อยๆ เสริมเข้ามา ซึ่งนำเข้าสู่ช่วงท้ายที่จะมีความเขียวสากๆ แมนๆ ของ Oak Moss กลั้วกับกลิ่นสะอาดสดชื่นยังคงอยู่จากทั้งลาเวนเดอร์และโทน Citrus สมุนไพร แต่กลิ่นจะนุ่มลงมาจาก Musk ที่มาตัดทอนและเสริมความสะอาดไปในตัว กลิ่นเลยจะคุมโทนความสะอาดแบบติดซ่าปร่าบางๆ และมีความมาดแมนแบบที่คลาสสิคก็ได้ สดชื่นจัดเต็มแบบท้องฟ้าสีเข้มแต่สดใสนั่นเอง

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้น้ำหอมตัวนี้ได้แล้ว เพียงแต่ว่าผู้ใส่อาจจะต้องผ่านน้ำหอมแนวๆ สุภาพบุรุษแมนๆ ยุค 90 มาบ้าง จะฟินกับมันไม่ยาก ซึ่งกลิ่นยังคงความเข้าถึงได้ง่ายอยู่ เพราะมันมีความสะอาดติด Classic เป็นพื้นฐาน จึงเหมาะสำหรับการใส่ในทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่ออกกำลังกายก็ใส่ได้ เพียงแต่ถ้าออกกำลังกายลดสเปรย์ลงมาหน่อย เพื่อไม่ให้กระจายดีจัดจนแน่นจุกคอหอย ส่วนยามค่ำคืนก็สามารถจัดได้สบายมาก อาจจะไม่ได้เย้ายวนอะไร แต่มันสะอาดสดชื่นในแบบแมนๆ และเอาอยู่ใครกลบไม่ได้ง่ายๆ ซึ่งทั้งหมดก็ถือว่าเป็นน้ำหอมที่ครอบจักรวาลทุกช่วงเวลาในการใช้งานเลยทีเดียว

ความทน – 8 ชม. สบายๆ และสามารถ + ชั่วโมงเพิ่มขึ้นไปได้อีกอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ เพราะว่ากลิ่นทนจัดชัดเจนมาก ส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. ฉีดตอนเช้าลากยาวมายามค่ำคืนได้สบายมากกับจำนวนสเปรย์ 6 สเปรย์ 

การกระจาย แบรนด์นี้ต้องยกให้เขาเลยเพราะเป็น Sillage Scent กระจายดีงามเป็นบาเรียรอบตัวกันเลยทีเดียวในช่วงต้นและช่วงกลาง มีลดระดับลงไปที่กระจายปานกลางในช่วงท้ายแบบยาวไป พอพ้นซัก 8 ชม. ไปแล้วจะเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัว

ทิ้งท้าย ครั้งแรกที่ได้กลิ่นเล่นเอานึกถึง Davidoff Cool Water กับ Estee Lauder Pleasure for Men เลย เพียงแต่กลิ่นมีเน้นมาทางสายคลาสสิคที่เด่นกับโทนสมุนไพรและลาเวนเดอร์แบบแมนๆ มากกว่า ที่สำคัญความทนและการกระจายนี่เรียกตัวพ่อมากถึงมากที่สุดเลย 2 ตัวที่อ้างถึงสู้ตัวนี้ไม่ได้จริงๆ ซึ่งถ้าเทียบความจัดเต็มของกลิ่นที่ใกล้เคียงถือว่าสูสีเลยทีเดียวกับ Jivago 24K Men ที่จะเด่นเรื่องไม้หอม แต่ Wings จะแตกต่างที่ด้วยการมาสายสดชื่นอัดแน่นกว่า 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://cdn.shopify.com/s/files/1/0259/7733/products/giorgio_wings_grande.jpg?v=1385586540

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Ulric de Varens - UDV Night

Ulric de Varens - UDV Night 

จากรุ่นปกติที่เคยบอกเล่าเรื่องราวความร่วมสมัยของกลิ่นที่คาบเกี่ยวความเป็น Old School ก็ได้ จึงได้เวลาของรุ่นที่แตกหน่อออกมากันบ้าง ซึ่ง Ulric de Varens ก็ปล่อยความเป็นน้ำหอมโทน Modern ที่มีความเป็น Metrosexual ออกมาชัดเจนก็งานนี้ เช่นนั้นต้องมาลองพิสูจน์กันหน่อยว่าจะออกมาในลักษณะไหนกับรุ่น UDV Night 

เป็นอีกหนึ่งกลิ่นได้เลยที่รวมเข้ากับกลิ่นอายน้ำหอมโทนอบเชย (Cinnamon) กับเหล่าฟรุตตี้ผลไม้ทั้งหลาย ที่ใส่กลางคืนก็ได้กลางวันก็ดีปล่อยของได้น่าลงตัว ซึ่งเปิด Top Notes กันที่กลิ่นอายของผลไม้กันก่อนเลยนั่นคือสับปะรด ที่เจือด้วยแอปเปิ้ลเขียว เจือด้วยกลิ่นซิตรัสบางๆ แต่กลิ่นช่วงนี้จะไม่ได้ออกแนวผลไม้ธรรมชาติขนาดนั้นเพราะว่าตัวเอกของน้ำหอมอย่างอบเชย จะมาผสมผสานกันตั้งแต่ช่วงนี้ กลิ่นเลยจะอยู่กึ่งกลางจะระหว่างความเป็นผลไม้ที่ติดหวานคมกับเครื่องเทศโทนอบอุ่น ซึ่งแน่นอนว่าให้ความแมนแบบเย้ายวนกับกรุ้มกริ่มขี้เล่นกำลังดี เมื่อผ่านไปเพียงไม่นานกลิ่นจะเข้าสู่ Middle Notes ที่คราวนี้อบเชยจะมาเป็นตัวเด่นนำ และเริ่มมีกลิ่นติดขรึมๆ มาตัดทอนไม่ให้กลิ่นออกทางหวานบาดนั่นคือ ไม้ซีดาร์ กลิ่นเลยจะคาบเกี่ยวความขรึมแมนกับเย้ายวนชวนนัวได้เป็นอย่างดี และกลิ่นที่หวานคมของโทนผลไม้ของสับปะรดกับแอปเปิ้ลจะลดระดับลงมาเสริมให้ดูมีความกรุ้มกริ่มแบบกำลังดีและลงตัวโดยที่คุมโทนที่ความหวานอบอุ่นอยู่ตลอด ประมาณว่าป้องกันการเป็นนก ถ้าเย้ายวนไม่ได้ ก็ยังขรึมเท่ห์ได้อยู่ ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีเริ่มมีความครีมมี่มากขึ้น จนมาเต็มที่ในช่วง Base Notes ด้วยการปล่อยของจากถั่วตองก้า ซึ่งกลิ่นจะเริ่มเป็นช่วงอบอุ่นน่าซุกมากขึ้น โดยมีโทนไม้หอมอบอุ่นเจือไปด้วยตลอดแบบแมนเท่ห์ๆ ภาพรวมจึงเป็นสาย Metrosexual ชัดเจน ซึ่งจะกล่อมเกลาโทนกันมาอย่างลงตัวแตะได้หมดไม่ว่าจะเป็น หวาน ลั่นล้า กรุ้มกริ่ม อบอุ่น เย้ายวน นุ่มนวล และขรึมแมนแตะคำว่า Night ตามที่แบรนด์นำเสนอมาเลย 

เหมาะสำหรับ - ผู้ชายทุกเพศวัยมหาลัยขึ้นไปก็ใช้ได้สบายๆ กลิ่นไม่ได้เข้าถึงยาก เรียกว่าเป็นการอยู่ในโทนเย้ายวน แต่ยังมีความกลางๆ ไม่หนักหน่วงจัดจ้านเกินไป หรืออะไรเด่นจนกลบทุกสิ่งอย่าง ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน เช่นชิลล์ๆ ทั่วไป หรือว่าจะแนวๆ ลั่นล้าสบายๆ เอาจริงๆ ใส่ไปเรียนหรือใส่ทำงานใน Office ได้ เพียงแต่จะไม่เหมาะกับงานทางการจัดๆ นัก รวมถึงการใส่เพื่อออกกำลังกายก็ให้ไม่เข้าทางนัก ส่วนยามค่ำคืนจัดไปเพราะยังไงก็ผ่าน อย. ด้านกลิ่น ซึ่งพอไปสู้กับคนอื่นได้ถ้าอัดสเปรย์ลงตัว 

ความทน - กลิ่นทนราวๆ 6 - 8 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในช่วงต้น แล้วจะลดลงมากระจายปานกลาง ก่อนจะเป็นออร่าครีมมี่เย้าอุ่นรอบตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - กลิ่นแม้จะมาสายเดียวกับโซนเหล่า 1 Million หรือ Black XS ของ Paco Rabanne แต่เอาเข้าจริงฉีกออกมาไม่ได้ไปสายคมเท่ห์มากขนาดนั้น ยังมีลุคของความอบอุ่นให้สัมผัสได้ไปตลอด เรียกว่าทำออกมาได้ดี และคุ้มค่ามากกับราคาที่ไม่ได้หนักหน่วงเลยด้วยซ้ำไป 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://i1.sephora.com.br/media/catalog/product/cache/1/image/1800x/040ec09b1e35df139433887a97daa66f/_/D/_D76E0757-C203-45EF-A981-121036988854__Night-zoom_500px.jpg

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: Reyane Tradition - Insurrection II Pure

Reyane Tradition - Insurrection II Pure

Reyane Tradition เป็นแบรนด์ Niche ที่มาจากประเทศฝรั่งเศส ในแบบที่แทบไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามใดๆ มาก่อนเลย เรียกว่าหาข้อมูลแบรนด์เองก็แทบจะไม่มีใดๆ ทั้งสิ้นนัก แต่แปลกกลับทำน้ำหอมออกมามากมายเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งที่ทำให้รู้จักแบรนด์นี้มาจากน้ำหอมอยู่รุ่นหนึ่งที่เขาขนานนามกันว่า กลิ่นคล้ายรุ่นดังของแบรนด์ Creed เช่นนั้นต้องมาลองกันหน่อยว่าจะเป็นอย่างไรกับ Insurrection II Pure

#TeamAventus ขออนุญาตบอกกันแบบนี้เลย เพราะว่านี่คือกลิ่นที่คล้ายกลิ่นดังอย่าง Creed Aventus ตามที่เขาขนานนามกันซึ่งไม่ผิดแผกไปจากที่รับรู้ เพียงแต่ในความที่คล้ายเมื่อไล่เรียงตามแต่ละช่วงแล้ว มันก็ทำให้เห็นถึงความต่างที่จับต้องได้อยู่ในภาพรวม ซึ่งแรกเริ่ม Top Notes ความเป็นสับปะรดจะชัดเจนมาก ซึ่งกลิ่นจะมาแบบสดชื่นหอมติดเปรี้ยวจากแอปเปิ้ลเขียวและโทนซิตรัสจางๆ ซึ่งกลิ่นโทนผลไม้นี้จะตามติดไปยังช่วงท้ายๆ เลยทีเดียว โดยในเนื้อกลิ่นจะจับได้ถึงกลิ่นอายของเบิร์ธที่มาแบบไม้เนื้อหอมนวลจมูกติดเขียวเคล้าพิมเสนกำลังดีเป็นตัวนำเข้าสู่ Middle Notes ที่จะเริ่มสัมผัสได้ว่ากลิ่นเปลือกเบิร์ธจะไม่ได้มาแบบ Birch Tar ที่ให้ความ Smoky ติดควันเผาหรือหนังโดนเผาเข้มจัดนัก ออกแนวหอมนุ่มติดเขียวจางๆ เพราะกลิ่นผลไม้ในตอนต้นยังเด่นเป็นสง่าแบบตามติดมาในช่วงนี้ชัดเจน เลยจะเทคโอเวอร์กันพอสมควร แต่เบิร์ธก็ยังคงความดีงามตีคู่ในโทนหอมสว่างแบบไม้หอมได้ลงตัวอยู่ โดยจะมีกลิ่นพิมเสนเคล้ามาให้หอมรื่นจมูกอ้อยอิ่งแบบหล่อๆ และมีกลิ่นดอกไม้แบบวับๆ แวมๆ เสริมเข้ามาด้วยเช่นกัน แล้วกลิ่นแนวอบอุ่นติดครีมๆ จะดันขึ้นมาเรื่อยๆ จนเมื่อเข้าสู่ Base Notes ที่กลิ่นวานิลลาจะมาแบบนวลๆครีมๆ นุ่มๆ ซึ่งจะสัมผัสได้ถึงตัวสนับสนุนที่มีลักษณะแบบกลิ่นหนังกลับหรือ Musk สะอาดๆ เคล้ากลิ่นไม้หอมรองพื้น โดยที่กลิ่นเขียวติดสากเท่ห์ๆ ของ Oak Moss จะกลั้วกับโทนผลมีที่เบาลงมาในระดับที่ยังให้ความสดชื่น จะเป็นตัวที่ลอย On Top ออกมาให้ความอ้อยอิ่งหอมเท่ห์สะอาด สดชื่น และมีความนุ่มนวลแนววานิลลากับไม้หอมแบบกำลังดีควบคู่ไปด้วยกัน ซึ่งแน่นอนในเนื้อกลิ่นไม่ได้มีความนุ่มและหรูหราจัดๆ ของกลิ่นอำพันปลาวาฬ (Ambergris) ที่เป็นตัวเอกของ Creed เช่นนั้นจึงทำให้ความแตกต่างมันชัดตรงที่ความนวลเนียนกลิ่นนุ่มหรูหรานวลเนียนมันจะไม่ได้มีใน Insurrection II Pure แต่จะมาเป็นลักษณะกลิ่นอายที่เป็นกลิ่นนุ่มไม้หอมเคล้าความนวลสดชื่นในแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและมีระดับในตัว พูดง่ายๆ กลิ่นมีความหล่ออยู่ในระดับที่ดีเลยนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็จัดตัวนี้ได้สบาย เพราะกลิ่นเอาความดีงามของ Aventus มา เรียกแขก ทำให้เข้าถึงได้ง่าย หอมเรียกแขกและคำชมได้ง่ายมาก เช่นนั้นจึงสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันในแทบทุกสถานการณ์ มีในส่วนของการออกกำลังกายจริงๆ ใส่ได้ เพียงแต่ถ้าใส่เต็มเวลาบึ้ดจ้ำบึ้ดจะกระจายแหลกรบกวนคนเอาได้ ส่วนยามค่ำคืนจัดไปได้เลย แม้ว่ากลิ่นจะไม่ได้แน่นมาก แต่เรื่องการปล่อยของถือว่าผ่าน อย. ฉลุย 

ความทน อยู่ระหว่าง 6 – 8 ชม. ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้อิงจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนตัวเจอที่ 10 ชม. กับกลิ่นนี้กับจำนวนสเปรย์ที่ 6 สเปรย์ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่าอุทานออกมาเลย Aventus นี่นา ก่อนจะลดลงมากระจายดีผ่อนลงไปเรื่อยๆ เป็นปานกลางแบบยาวไป แล้วจึงเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย สรุปได้ง่ายๆ คือ Insurrection II Pure ไม่ได้นวลเนียนหรูหรานุ่มจมูกแบบที่ Aventus เป็น แต่มีความดีงามในความคล้ายที่ยืนพื้นกับความเป็นไม้หอมนวลๆ สะอาดๆ หล่อๆ เป็นพื้นฐานนั่นเอง ซึ่งการซื้อหารุ่นนี้ต้องดูดีๆ นิดนึง เพราะขวดของรุ่นปกติกับรุ่น II จะเหมือนกันทุกประการ ต้องสังเกตุนิดนึงว่ามีคำว่II ไหม ถ้ามีคือใช่ ถ้าไม่มีก็ตัวใครตัวเผือกนะฮะ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://www.lilydirect.com/assets/images/Fragrances/Insurrection_Pure_II_30_Men_Retail_500X500.JPG

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: M. Micallef – Mon Parfum Cristal

M. Micallef – Mon Parfum Cristal 

ได้เวลาหวนกลับมาเยือนแบรนดM. Micallef อีกครั้ง เพราะแอบติดใจเวลาที่เห็นขวดประดับประดาด้วยคริสตัลสวยงามไม่น้อย รวมถึงขวดก็ทำเอง เลยถือเป็นงาน Handmade เสียส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนความสวยงามฉากนอกมีแล้ว คราวนี้ก็ขอฉากในกับกลิ่นบ้าง ซึ่งในแบรนด์นี้ได้มีไลน์น้ำหอมที่เจ้าของแบรนด์ทำออกมาเพื่อสื่อสารถึงความเป็นตัวเองออกมาสู่น้ำหอม ซึ่งหนึ่งในนั้นได้มีรุ่นนึงที่ปล่อยของออกมาในลักษณะของ Floral Fruity Gourmand เช่นนั้นขวดสวย โทนกลิ่นน่าสนใจก็ต้องไม่พลาดอยู่แล้ว

Mon Parfum Cristal ถือเป็นน้ำหอมผู้หญิงที่กลิ่นอายเรียกว่าตอบโจทย์คนชอบวานิลลากับกุหลาบอย่างชัดเจน เพราะ 2 กลิ่นนี้จะอยู่แทรกซึมในทุกๆ ช่วงของน้ำหอมไม่น้อยเลย โดยเริ่มต้นจากการเปิดตัวกับความเป็นเครื่องเทศโทนหวานอุ่นของอบเชย โดนจะมีกลิ่นอายแบบเบอร์รี่ติดเครื่องเทศโทนโปร่งของพริกไทยสีชมพูเป็นตัวเสริม โดยที่มีกุหลาบติดขนมจางๆ จะดันเข้ามาให้รู้สึกได้ กลิ่นในช่วงนี้จะมาชัดและเต็มมากในระดับที่อาจจะคมนิดนึงจากความเป็นอบเชยกับพริกไทย ซึ่งแน่นอนว่าสาวกันตั้งแต่ตอนนี้ไม่รีรอให้คิดถึงเรื่องเพศสภาพอื่นใด เพียงไม่นานกลิ่นของกุหลาบจะเริ่มชัดและจัดเต็มมากขึ้นนำเข้าสู่การเป็นกลิ่นอายกุหลาบแกมอบอุ่นจากวานิลลา ที่ผมพลมารวมตัวด้วย ช่วยนี้เลยจะออกแนวกลิ่นอายแบบกุหลาบติดเครื่องเทศหวานเคล้ากลิ่นคาราเมลแกล้มหอมอบอุ่นนวลของวานิลลา มีความรู้สึกไพล่ไปทาง Roses Vanille ของ Mancera อยู่บ้างเพียงแต่ใสและไม่หวานแน่นเอาตายขนาดนั้น เรียกว่ามาสายคุมโทนความหอมหวานที่มีความโปร่งสลับความหวานของคาราเมลเบาๆ เคล้าอบอุ่นนุ่มจมูกของวานิลลาได้เป็นอย่างดีเลย ซึ่งกลิ่นในช่วงกลางจะตามไปมีอิทธิพลในช่วงท้าย ที่กลิ่นของลูกอมคาราเมลที่หวานโปร่งๆ จะกลายเป็นตัวเด่นนำให้กุหลาบและวานิลลามาเป็นสายสนับสนุนแต่ยังมีความชัดเจนอยู่ไม่หนีไปไหน โดยจะมีกลิ่นออกทางไม้หอมอบอุ่นเบาๆ เข้ามาตัดให้กลิ่นโปร่งมากขึ้น แถมรองพื้นด้วย Musk นวลๆ เบาๆ ทำให้ในช่วงนี้จะมีความรู้สึกเป็นขนมที่ไม่ได้มาแบบหวานจัดมากจนเยิ้ม มีความโปร่งของกุหลาบที่ติดเครื่องเทศและวานิลลาแบบไลท์เวอร์ชั่นยังคงปล่อยของแกล้มความหวานของลูกอมคาราเมลได้ดีมาก กลิ่นจะไม่ได้มาสาย Mainstream จ๋ามาก และไม่ได้ Niche เกินไป มีความน่ารักอบอุ่นหอมมีระดับในความโปร่งหวาน ซึ่งกลิ่นอายจะมีโทนใกล้เคียง Chloe EDP โบว์ครีมในแบบที่ใส่วานิลลาลงมากเยอะๆ ไม่ได้ใสนักแต่คุมโทนกลางๆ ได้ลงตัว ทำให้รื่นรมย์จากเสน่ห์ในความหวานของลูกอมคาราเมล วานิลลา และกุหลาบได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปสามารถใช้ตัวนี้ได้สบายๆ กลิ่นช่วงแรกอาจจะมาเต็มกันนิดหน่อย แต่ที่เหลือจะเข้าถึงได้ง่าย มีความอบอุ่นแกมน่ารักมีระดับอย่างลงตัว ซึ่งจะเข้ากับหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะเป็นงานทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่ออกกลางแจ้งพอไหว แต่จำกัดสเปรย์เอา ส่วนถ้าจะไปออกกำลังกาย งดเถิด เดี๋ยวตีขึ้นจนเมา ส่วนยามค่ำคืน ตัวนี้จัดไป เพราะกลิ่นครอบจักรวาลในการใช้งานได้ดีมาก เพิ่มสเปรย์นิด ปล่อยของและปล่อยเสน่ห์ได้อย่างสบาย

ความทน – 8 ชม. โดยประมาณ ซึ่งมากหรือน้อยกว่านี้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ โดยส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. จำนวนสเปรย์ 6 สเปรย์แบบกดเต็มๆ พร้อมฉีดเสื้อที่สวมด้านหน้าด้วย

การกระจาย กลิ่นกระจายหนักและดีมากในช่วงต้น เรียกว่าอาจจะแน่นและผงะกันหน่อย แต่พอเข้าช่วงกลาง จะกระจายดีไปเรื่อยๆ แล้วลดหลั่นลงมากระจายปานกลางตามด้วยออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย เดิมที่เรียกว่ามองข้ามกลิ่นนี้ เพราะคิดว่ามันสาวเกินไป ซึ่งใช่ มันสาวมาก ออกแนวผู้หญิงที่อบอุ่นก็ได้ อ่อนโยนก็ดี ลั่นล้าก็สามารถ โดยที่คงความมีระดับเสมอต้นเสมอปลายตลอด และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันหอมน่าสนใจมาก ที่สำคัญขวดมีคริสตัลวิบวับก็เอาความน่าสนใจไปมากแล้วล่ะครับ ^^ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://fimgs.net/images/secundar/o.30201.jpg