วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Tauerville – Fruitchouli Flash

Tauerville – Fruitchouli Flash

กลับมาหา Tauerville กันอีกดีกว่า ซึ่งคราวนี้ Andy Tauer เจ้าของแบรนด์รวมถึงการเป็น Perfumer จะมาปล่อยความสนุกกับการสร้างความเป็น Flash ด้วยกลิ่นอายของการผสมผสานความเป็นผลไม้และพิมเสนเข้าด้วยกันตามสไตล์ Funville ของเขา ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างก็มาดมผ่านตัวหนังสือกันดีกว่ากับรุ่นนี้เลย Fruitchouli Flash

เรียกว่ากลิ่นเปิดเล่นเอาอึ้ง เพราะถือว่าปล่อยของแรงกันใช่ย่อยกับความเป็นกลิ่นแนวไซรัปแอปริคอตเคล้ากลิ่นพีชที่เด่นเป็นสง่าสมคำว่า Fruit กันเต็มๆ เพียงแต่ว่าจะไม่ได้มาในลักษณะผลไม้ฉ่ำหวานอมเปรี้ยวแบบที่คาดว่าจะเจอ เพราะความสนุกมันอยู่ตรงที่เขาบิดความเป็นกลิ่นผลไม้ลักษณะนี้ด้วยโทนพิมเสนที่มีความสากติดไม้หอมใส่ความเป็น Chouli ต่อจากคำว่า Fruit กลิ่นที่ได้เลยจะเป็นตีคู่กันเด่นจนออกแนวไซรัปติดเปรี้ยวเจือหวานมีความคมผสมสมุนไพรพุ่งกันชัดเจน เรียกว่าเปิดมาก็เอาสไตล์คล้าย A*Men หรือ Joop! Homme ที่เน้นพุ่งทะลวงปล่อยของไม่ยั้งเลย ซึ้งแน่นอนหลายๆ คนอาจจะตกใจในความคมบาดกระจายและรู้สึกไม่พึงประสงค์ที่จะเจอนัก เรียกว่ามาสาย รักมากหรือเกลียดสุดๆกันตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งกลิ่นอายของผลไม้และพิมเสนจะเป็นตัวหลักราวกับเป็นศูนย์กลางของกลิ่นอยู่ยาวไปจนถึงช่วงท้ายๆ โดยเมื่อเข้าช่วงกลางกลิ่นจะลดทอนลงมาคงความเป็นผลไม้ออกทางไซรัปติดเปรี้ยวเจือหวานปลายลงมา เพราะมีกลิ่นโทนดอกไม้มาตัดทอนให้นุ่มมากขึ้นอย่างกุหลาบและโทนดอกไม้ขาวที่จะมาแบบกำลังดี ไม่ได้ออกทางแน่นข้นเน้นเป็นสายสนับสนุนเสียมาก ให้กลิ่นนวลลงมาและทำให้กลิ่นของผลไม้กับพิมเสนรวมตัวเข้ามาหอมแบบผลไม้ติดกลิ่นสมุนไพรเจือไปตลอด และมีเสน่ห์แบบลั่นล้ากรุ้มกริ่มได้ลงตัว จนเมื่อผ่านไปก็ได้เวลาของ Base Notes กลิ่นผลไม้จะลดทอนลงมาอีกเพราะความนุ่มนวลเจือความอบอุ่นแบบจางๆ ที่มาจากโทนไม้หอม โดยจะมีกลิ่น Musk มาเสริมทัพแบบรองพื้นชัดเจนแบบที่ถ้าไม่ดมติดผิวแทบจะไม่รู้เลยว่ามี แต่สิ่งที่ดีงามขึ้นมาเลยคือ พิมเสน ที่จะกลายเป็นตัวคุมโทนหลักหอมรื่นจมูก มีความสะอาดแบบติดสมุนไพรแห้งๆ ให้เกิดความรื่นจมูกเคล้าความเปรี้ยวอมหวานของกลิ่นผลไม้ที่ยังคงอยู่ให้รู้สึกได้ตลอด ภาพรวมจึงเรียกว่าเป็นกลิ่นที่มาแบบแหวกแนวความเป็นโทนผลไม้ในแบบที่เคยได้กลิ่นกันมาค่อนข้างมาก มีความ Unique และกลิ่นอายที่แฝงความสนุกและความเก๋แบบที่ไม่เหมือนใครได้มากเลย

เหมาะสำหรับ กลิ่นนี้มาสาย Unisex ชัดเจน แบ่งภาคกันได้เป็นอย่างดีแบบผลไม้คือผู้หญิง พิมเสนคือผู้ชาย ซึ่งจะอยู่คู่กันเป็นแกนกลางหลักของน้ำหอมตัวนี้เลย กลิ่นเรียกว่าแอบยากพอสมควรในแง่ของการใช้งานแบบทางการบ้าง เพราะกลิ่นแนวนี้มันได้อารมณ์ติดลั่นล้าพอสมควร แต่ถ้าใส่ทำงานใน Office ทั่วไป หรือไม่ได้พบปะผู้คนอะไรมาก ก็ถือว่าจัดไป นอกนั้นใส่แบบทั่วไปชิลล์ๆ ก็สามารถ เพียงแต่จำนวนสเปรย์เหมาะสมจะดีกว่า เพราะจะหอมกำลังดี ลั่นล้ากำลังงาม ไม่งั้นจะเป็นไซรัปคมๆ เจือสมุนไพรเดินได้เอา ที่สำคัญงดใส่ออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งไปเลยกลิ่นจะกระจายดีมากจนจุกคอหอยเอาได้ ส่วนยามค่ำคืนกับการท่องราตรีกลิ่นนี้ถือว่ามาสายเรียกร้องความสนใจได้ดีแบบ Joop! และ Thierry Mugler ได้สบายมาก 

ความทน มากกกกก 10 ชม. กลิ่นยังอยู่ เรียกว่าความทนไม่ได้ลดราวาศอกเลยทีเดียว และมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. สบายๆ กับความเป็นผลไม้เจือพิมเสนที่ฟินมาก

การกระจาย มาเต็มที่สุดในช่วงแรก เรียกว่าพุ่งเปิดตัวกันแบบปังๆ เลยทีเดียว แล้วจะค่อยลดลงมากระจายปานกลางในช่วงกลาง ก่อนจะเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย เอาตรงๆ คนชอบ A*Men, Angel หรือ Joop! Homme จะชอบตัวนี้ได้ไม่ยาก เพียงแต่จะมาแบบไซรัปผลไม้เด่นจัดชัดจริงมากกว่าจะหวานเย้ายวน ซึ่งถือว่าทำออกมาได้สมชื่อ มีความแปลกเก๋แกมสนุกสนานในเนื้อกลิ่นได้น่าสนใจมาก ที่สำคัญถ้า A*Men จะทำ Flanker ออกมาเป็นตัว Pure Fruit หรือ Ultra Fruit แล้วล่ะก็ เอาตัวนี้ไปแทนได้เลย เพราะมีกลิ่นอายที่จูนเข้ากันได้กับไลน์ดาวฝั่งชายทั้งหมดสบายๆ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ เข็มขัดสั้น

Review: Christian Audigier – Ed Hardy: Villain for Men

Christian Audigier – Ed Hardy: Villain for Men 

ลวดลายแบบ Graffiti ที่เป็นเอกลักษณ์ของไลน์ Ed Hardy จากแบรนด์ Christian Audigier จะเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดสายตาได้เสมอ ซึ่งขวดน้ำหอมก็เช่นกัน เมื่อขวดสวยก็ต้องพิสูจน์ ยิ่งขวดเป็นลายงูผงาดด้วยก็อยากรู้เลยว่ากลิ่นจะทำให้ผงาดขนาดไหน ผลที่ออกมาคือ 

Villain for Men เปิดต้นกลิ่นมาด้วยความคมของโทน Citrus ผสมผสานกับสมุนไพรที่จะมีความนัวบาดรองพื้นด้วยความอบอุ่นที่สัมผัสได้กันตั้งแต่ตอนนี้กันก่อนเลย ได้อารมณ์แบบมาร้ายๆ แรงๆ กันเต็มๆ อาจจะพาลเอาฉุนได้ ซึ่งกลิ่นของมะกรูดจะเป็นตัวเด่นนำแต่กลิ่นจะเสริมความแมนกันตั้งแต่ช่วงนี้ตรงสมุนไพรติดปร่าและอวลจากโหระพาและเซจ ซึ่งในความอบอุ่นที่เป็นตัวรองพื้นจะค่อนข้างชัดและกลิ่นสร้างความเย้ายวนกันตั้งแต่ต้น ซึ่งความนวลอวลจะเริ่มชัดขึ้นโดยที่กลิ่นปร่าๆ สมุนไพรในตอนต้นจะเริ่มจางลงไป ก็จะเข้าสู่ช่วงกลางที่กลิ่นโทน Citrus จะเริ่มลดระดับมาผสมผสานกับกลิ่นนวลๆ ของลาเวนเดอร์ที่ให้ความแมนๆ เคล้ากลิ่นหอมหวานเย้าติดเผ็ดของเม็ดกระวานทำให้กลิ่นเข้าทางเซ็กซี่ดึงดูดกันเต็มๆ โดยเนื้อกลิ่นจะมีความเผ็ดสดชื่นเข้มหน่อยๆ ของพริกไทยเจือแบบแย่งซีนไปด้วยตลอดแต่ก็มีความนุ่มเจือให้รู้สึกได้บ้าง กลิ่นเลยจะบอกอารมณ์แนวๆ เท่ห์อุ่นแต่มีความเก๋าแบบ Bad Boy พอสมควร โดยที่กลิ่นอบอุ่นของไม้หอมที่อวลๆ นัวๆ จะยังคุมโทนหลักแบบตัวรองพื้นที่ไม่ให้ใครแย่งซีนและจะเริ่มนำเข้าสู่ช่วงท้ายโดยกลิ่นของแอมเบอร์ที่มาแบบไม้หอมติดอบอุ่นนัวๆ กลิ่นอยู่ระหว่างความติดเปรี้ยวนิดๆ อุ่นติดวานิลลาบางๆ โดยที่จะมีกลิ่นไม้หอมอย่างซีดาร์ที่ให้ความขรึมแทรกไปตลอด ซึ่งเนื้อกลิ่นจะไม่ได้คมแบบตอนต้นเพราะกลิ่นมีความนวลๆ ของ Musk ที่ตัดทอนความคมออกไปได้เสียหมด เลยจะได้ความนัวอุ่นเร้าใจและเซ็กซี่กำลังดีไปตลอด ซึ่งภาพรวมกลิ่นจะออกทางเย้ายวนเซ็กซี่ โดยไม่ได้เน้นสายหวาน แต่มาสายอบอุ่นติดคมแมนนัวร้ายนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว กลิ่นอาจจะมาสายคมอุ่นแหลมกันนิดนึงในตอนต้น ที่เหลือจะเริ่มเป็นกลิ่นนัวๆ แมนๆ อุ่นๆ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ยามกลางวันแบบทั่วๆ ไป หรือถ้าใส่ทำงานก็พอได้ แต่ถ้าออกงานทางการจัดๆ หรือรับแขกบ้านแขกเมืองอาจจะดูนัวไปนิด ออกกำลังกายและกิจกรรมการกลางไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่เดี๋ยวอึดอัด ยกเว้นออกกำลังกายในร่มบนเตียงกับใครนั่นอีกเรื่อง ส่วนยามค่ำคืนจัดไปกลิ่นถือว่าทำหน้าที่ได้ดีในการสร้างความแมนและลุค Bad Boy และเย้ายวนชวนอุ่นนัวได้น่าสนใจแบบที่ไม่ได้ดูลั่นล้าจัดๆ ออกแนวมีของซ่อนคมประมาณนั้นเลย 

ความทน กลิ่นทนน่าสนใจมากที่ราวๆ 8 ชม. อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่าจะคมๆ แมนๆ อุ่นๆ กันก่อน เรียกว่าอาจจะตกใจกันนิดนึง พอเข้าช่วงกลางแล้วจะกระจายปานกลางกำลังดีนัวๆ แล้วจะลดลงเป็นออร่ารอบๆ ตัวกึ่ง Skin Scent ติดผิวในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย - ซึ่งถ้า D&G The One for Men เป็นตัวที่ให้ความเย้ายวนแบบกรุ้มกริ่มเจ้าเสน่ห์แบบเมโทร ตัวนี้จะมาสายใกล้เคียงกันเพียงแต่ว่าแค่ไม่มียาสูบเป็นตัวเด่น เพราะเน้นอุ่นนัวฮอตฉ่า Bad Boy ติดดิบเท่ห์กว่านั่นแล 

หมายเหตุ: 

1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตก่อนหน้านี้แล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - https://i5.walmartimages.com/asr/82597019-1a59-43d3-abdd-a269e70c7bba_1.53a6a7a6b2c690adeed569b734542997.jpeg

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Cerruti – Image Harmony

Cerruti – Image Harmony 


ใครที่ชอบน้ำหอมกลิ่นเบาสบาย ปลอดภัย และไม่รบกวนใคร เห็นทีต้องมาพิจารณารุ่นนี้ของ Cerruti กันหน่อย เพราะว่าทำออกมาได้ครบถ้วยการเป็นน้ำหอมที่เป็นโทนกลิ่นอ่อน สะอาด และสุภาพ แบบที่ไม่รบกวนใคร ซึ่งจะ Safe Scent แบบไหน Image Harmony ก็มาลักษณะนี้เลย

เปิดมาก็เขียวสดชื่นแบบเบาๆ ใสๆ กันเลย เพราะกลิ่นใน Top Notes จะเป็นการผสมผสานระหว่างโทรผลไม้ที่ติดฉ่ำๆ หน่อยของลูกแพร์แบบไม่ได้มาสายหวานนัก มีความเป็นโทนหวานติดจืดจางๆ ซึ่งจะเป็นตัวหลักเคล้ากับกลิ่นเขียวของๆ ของมินท์และใบตอง เนื้อกลิ่นจะมีกลิ่นโทนซิตรัสติดเขียวเจือ มีความโปร่งติดเผ็ดบางๆ รวมกันจนได้อารมณ์แบบสดชื่นแบบยามเช้ากำลังดี มีความแมนเบาๆ สบายๆ ในเนื้อกลิ่น ซึ่งเพียงไม่นานก็ขะเข่าสู่ Middle Notes กับการยกเอากลิ่นในช่วงแรกทั้งหมดตามมา แต่จะเริ่มมีตัวเด่นขึ้นมาตีคู่ผสมผสานกับลูกแพร์อย่าง จูนิเปอร์เบอร์รี่ ที่จะมาให้อารมณ์เขียวเบาๆ ติด Spicy กลิ่นจะไม่ได้แบบหนักหน่วงจนทำให้รู้สึกแบบเขียวซ่าจัดๆ หรือออกแป้งเย็นอะไรขนาดนั้น ทุกอย่างโดนคุมโทนให้มาแบบผ่อนคลายสบายๆ หมด เลย โดยที่กลิ่นจะให้ความเบากำลังดี มีกลิ่นมะลินวลใสจางๆ มีความเขียวบางๆ ติดครีมมี่นิดๆ ได้อารมณ์แบบกลิ่นสบู่ที่มีโทนเขียวติดครีมหน่อยๆ ติดผิวกาย กลิ่นจะมีความนิ่ง มีภูมิ ออกแนวไม่โฉ่งฉ่างและเบาบางแบบไม่รบกวนใคร ได้ความรู้สึกแบบสะอาดสบายๆ ตั้งแต่ตอนนี้และส่งต่อไปยัง Base Notes ที่ความครีมมี่อ่อนๆ จะชัดเจนเป็นกลิ่นโทนไม้หอม ซึ่งเนื้อกลิ่นจะมีความอบอุ่นนวลๆ มีความเขียวเจือจางสะอาด ซึ่งก็เหมือนเดิมจ้ะ กลิ่นยังคงความเบาบางรื่นรมย์ ออกแนวใส่น้ำหอมที่เน้นความเรียบง่ายไม่เน้นปล่อยของเน้น ให้ความรู้สึกกลิ่นสะอาดสะอ้านนิ่งๆ Safe Scent ชัดเจนไม่มีผิดเพี้ยนตั้งแต่ต้นยันจบเลย

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศทุกวัยยกเว้นวัยทารกหรือเด็กอนุบาล ส่วนเด็กประถมขึ้นไปฉีดใส่เสื้อที่สวมซัก 1-2 สเปรย์ทิ้งไว้ซักพักก่อนเอามาใส่ก็เลยไม่ระคายเคืองผิวด้วย เพราะกลิ่นจะสะอาดนิ่งๆ สบายๆ ซึ่งกลิ่นเข้าถึงได้ง่ายมาก มหาชนชอบ ไม่มีคนยี้กลิ่นนี้แน่ๆ โดยสามารถใส่ได้หมดทุกสถานการณ์ยามกลางวันกวาดเกลี้ยงแบบเน้นปลอดภัยทางด้านกลิ่น ใส่ออกกำลังกายก็ได้เลยเพราะให้ความสดชื่นสะอาดไม่คมเกินไป ส่วนยามค่ำคืน ถ้าเน้นสดชื่นสบายๆ ก็จัดไป แต่ถ้าเน้นไปท่องราตรีหยุดเถิด กลิ่นนี้โดนกลบหมดแน่นอนแบบแค่ก้าวขึ้นรถจะไปเที่ยวจะจบข่าวได้เลย ส่วนสำหรับคุณผู้หญิงกลิ่นนี้ถือว่าใช้ได้สบายมาก มีความ Unisex อยู่มากเลยเพียงแต่จะแฝงความติดแมนบ้างนิดหน่อย ถ้าไม่มายด์ก็ใช้ได้สบายมาก

ความทน อยู่ที่ราวๆ 4 – 6 ชม. โดยประมาณ อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวอยู่ที่ราวๆ 6 ชม. ได้สบายๆ แต่จะมีติดผิวอยู่บ้างแบบเบาๆ ยืดไปได้อยู่ถ้าไม่ได้เจออากาศร้อนๆ

การกระจาย กลิ่นกระจายกำลังดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมาเป็นออร่าสดชื่นสะอาดเบาๆ รอบๆ ตัว แล้วจึงเป็น Skin Scent ในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย เป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนที่ยังไงก็ไม่รบกวนใครจริงๆ สมชื่อว่า Harmony ที่รื่นรมย์ได้อยู่ ที่สำคัญเป็น Limited Edition ใครชอบน้ำหอมแบบที่ใส่ให้ความสะอาดสดชื่นแล้วไม่อยากรบกวนใคร เน้นให้รู้สึกถึงความเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านตัวนี้เข้าทางเลย และอีกอย่าง หัวฉีดเก๋ดีกดง่ายด้วย ^^

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Parfums Dusita – Issara

Parfums Dusita – Issara

Parfums Dusita แม้ใน Database ของเวบน้ำหอมจะบอกว่าเป็นน้ำหอมสัญชาติฝรั่งเศส แต่เกิดขึ้นจากฝีมือของคนไทยอย่างคุณ Pissara Umavijani ที่ทำให้แบรนด์นี้ก้าวขึ้นไปสู่การเป็น Niche Perfume ที่แจ้งเกิดระดับโลกกันเลย กับการเปิดตัว 3 รุ่นแรกเมื่อปี 2015 กระแสมาตรึมเลยทีเดียว (แน่นอนว่ายังไม่มีขายในไทย) ซึ่งสบโอกาสได้ลองก็ไม่พลาดที่จะมาบอกเล่าว่ากลิ่นน้ำหอม 1 ใน 3 รุ่นแรกที่เปิดตัวออกมาอย่าง Issara กลิ่นจะเป็นยังไงบ้างล่ะนั่

คำเตือน คนที่ชอบน้ำหอมโทนสว่าง ผ่อนคลาย มีความสุขุม แต่ก็ชวนอบอุ่นในหัวใจและรื่นรมย์ให้เกิดรอยยิ้มบนใบหน้ายามที่ได้กลิ่นจากคนใกล้ตัว อย่าได้สนใจน้ำหอมรุ่นนี้เป็นอันขาด ทำไมน่ะเหรอ 

เพราะคุณจะหลงมันได้นี่แหละ (><) 

กลิ่นเปิดต้นทางด้วยการเป็นกลิ่นไม้นวลหอมติดเขียวเจือของสนไพน์ที่จะมีกลิ่นอายติดปร่าเขียวสมุนไพรจางๆ เสริมเข้ามา ซึ่งกลิ่นจะมีความชัดและเป็นธรรมชาติกันชัดเจน แต่เหนืออื่นใดกลิ่นที่เป็นตัวรองพื้นอย่าง Musk แบบนวลรื่นจมูกจะมาแจมกันตั้งแต่ช่วงนี้ด้วยการทำตัวเป็นสายดันดาราให้กลิ่นได้ความรู้สึก Aromatic นุ่มนวลจมูกดันโทนสมุนไพรและกลิ่นไม้หอมแบบธรรมชาติให้เป็นตัว On top ที่มีความอะโรม่าสูงมากให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เนื้อกลิ่นจะมีความครีมมี่เสริมขึ้นมาเรื่อยๆ จนนำเข้าสู่ช่วงกลางที่กลิ่นในช่วงต้นจะตามมาทั้งหมดแต่ให้ความครีมมี่มากขึ้นแต่ไม่ได้ถึงกับข้นมากของถั่วตองก้าที่จะมาแบบนุ่มนวลปุยเมฆมีความอบอุ่นกำลังดีเสริมเข้ากับโทนนุ่มของ Musk ได้ลงตัว เสริมด้วยกลิ่นของยาสูบที่มาทำให้เนื้อกลิ่นมีความหวานโปร่งกลั้วกับความเป็นไม้หอมติดเขียวนวลที่จะมีความแห้งมากขึ้นคงความเป็น Aromatic Tone ที่สมดุลมากและผสมผสานเป็นเนื้อเดียวกันได้ละมุนและอ่อนโยนมีระดับ กลิ่นมีความเรียบหรู และมีความสบายผ่อนคลายแบบยาวไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงท้ายที่กลิ่นของ Musk จะเริ่มเป็นตัวเด่นให้ความนวลนุ่มออกมาชัดเจนเคล้ากับความครีมมี่ติดหวานเขียวโปร่งที่กลายเป็นลูกคู่สนับสนุน (แอบมีความใกล้เคียงโทนสบู่ครีมสมุนไพรเบาๆ กลิ่นแนวธรรมชาติอยู่พอสมควร) กลิ่นมีโทนแบบผิวกายติดเค็มหน่อยๆ เสริมเข้ามาให้มีความละมุนมากขึ้นเป็นพื้นฐานของกลิ่นในช่วงนี้ เสริมด้วยโทนกลิ่นติดเขียวสากๆ แบบมีเสน่ห์ตามธรรมชาติของ Oak Moss จะเจือเข้ามาให้อารมณ์แบบหรูหราแนว Fougere และมีความอบอุ่นสบายๆ เพิ่มมากขึ้นจากความเป็นไม้หอมติดแห้งสบายๆ แบบกลิ่นเนื้อไม้นวลๆ ภาพรวมเลยเป็นกลิ่นที่ได้ความรู้สึกเรียบหรู นิ่งงันและสบายๆ ไม่ได้มาสายสดชื่นลั่นล้าแบบที่น้ำหอม Designer ทั่วไปเขาทำให้สดชื่นเข้าไปก่อนเป็นดี แต่มาสายนุ่มนวล ธรรมชาติ อบอุ่นแบบคล้ายต้องแสงแดดยามอากาศเย็นๆ (มากกว่าที่โดนแดดแล้วร้องโหยหวนแบบแดดเมืองไทย) ที่สำคัญเนื้อกลิ่นแม้มาสาย Unisex แต่ค่อนมาทางแนว Family Man หรือผู้ชายอบอุ่นพอสมควร ก็ลองนึกถึงเวลาที่เที่ยวป่าอากาศเย็นๆ มีแสงแดดอุ่นกำลังดีส่องลงมา แล้วอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายแข็งแรงซักคนที่กลิ่นกายสะอาดนุ่มๆ หอมนุ่มละมุนเคล้ากลิ่นธรรมชาติดูสิ ประมาณนั้นเลย 

เหมาะสำหรับ เหมือนที่บอกไปว่าแม้น้ำหอมตัวนี้จะบอกว่าเป็น Unisex ที่แตะได้ทุกเพศ แต่ค่อนมาทางผู้ชายมากกว่า ซึ่งเอาจริงๆ ผู้หญิงถ้าใส่กลิ่นนี้ก็จะได้อารมณ์อบอุ่นนุ่มนวลได้อยู่ แม้จะแอบเจือความสตรองลงไปบ้างก็ตาม เช่นนั้นจัดไป ได้หมดตั้งแต่วัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใส่น้ำหอมตัวนี้ได้แล้ว (ถ้ามีตังค์ซื้อ) เหมาะกับทุกสถานการณ์ยามกลางวันทั้งหมดกวาดเกลี้ยง แม้ยามออกกำลังกายก็ใส่ได้อยู่แต่งดใส่ในช่วงนี้เลยก็ดี เพราะเปลืองตายชัก (ไม่ได้ราคาถูกนะยู จะเอามาใส่ให้โดนเหงื่อชะล้างออกหมด ถ้ารวยจริงก็ทำไป หรือส่งมาให้เข็มขัดสั้นฟรีๆ เลยก็ได้ถ้าไม่เสียดายในการฉีดมากขนาดนั้น) ส่วนยามค่ำคืน กลิ่นนี้ไม่เหมาะกับการเอาไปท่องราตรีหาเหยื่อเลย อาจจะโดนกลบเอาได้ แต่ถ้าออกแนวใส่สบายๆ ผ่อนคลาย ให้แฟนซุกอยู่บ้านจะดีกว่า หรือไม่ก็ใส่ไปเดินเล่นให้กลิ่นหอมๆ ดึงดูดคนอื่นให้รู้สึกว่าคนนี้หอมจังเลย แบบนี้เข้าทางกว่าเยอะมาก 

ความทน ลงตัวมากกับ 8 ชม. เป็นพื้นฐาน ที่อาจจะมีบวกลบอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด รวมถึงสภาพอากาศด้วยส่วนหนึ่ง โดยส่วนตัวจัดตัวนี้ไป 4 สเปรย์โดยประมาณ (เพราะเสียดายไม่กล้าฉีดเยอะ) กลิ่นทนถึง 8 ชม. ได้ดีและลงตัวมาก

การกระจาย กลิ่นค่อนข้างมีความเสถียรในการกระจายที่ไม่หนัก ไม่พุ่ง มาสายปานกลางในช่วงต้น ก่อนจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวแบบนุ่มนวลธรรมชาติลากยาวไปจนถึงช่วงท้าย พอพ้นประมาณ 6 ชม. แล้วถึงจะเป็น Skin Scent

ทิ้งท้าย ก็ Parfum Extrait นี่เนาะความเข้มข้นสูง กลิ่นดีงาม หอมน่าหลงมาก ยอมใจจนอยากจะครอบครองหลายๆขวดเพื่อตุนกันเลย โปรดอย่าถามถึงเรื่องงบประมาณ เพราะสั้นจะไม่ตอบ มันเจ็บ -__-“

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - https://www.parfumsdusita.com/product-page/issara

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Comptoir Sud Pacifique - Mage d'Orient

Comptoir Sud Pacifique - Mage d'Orient

กลับมาที่แบรนด์ Niche ที่เก่งในเรื่องการทำกลิ่นขนมหอมหวานอวลแน่นอย่าง Comptoir Sud Pacifique อีกครั้ง จากที่เดิมที่กลิ่นแนวๆ ขนมที่วานิลลาเด่นๆ มักจะเป็นตัวเรียกแขกเสมอ และมาในแบบ Unisex ซึ่งถ้าไม่รวมไลน์ที่มี Oud หรือทำออกมาแนวๆ กึ่งตะวันออกกลาง เขาก็มีน้ำหอมชายที่น่าสนใจหลายๆ ตัวไม่น้อย และใครที่ชอบกลิ่นอายมะพร้าวคงจะพลาดตัวนี้ไม่ได้นั่นคือ Mage d'Orient 

สิ่งที่แรกที่รู้สึกได้เลยว่า ถ้า Virgin Island Water ของ Creed เป็นหนึ่งในกลิ่นมะพร้าวใสๆ ที่มีความเป็นธรรมชาติติดหรูหรา ก็อยากจะขอเพิ่มตัวนี้เข้าไปอีกตัวทันที เพราะว่ากลิ่นที่ได้จะมีความเป็นมะพร้าวแบบเมืองร้อน ที่ไม่ได้มาลักษณะแบบกะทิข้นๆ จนแน่นไปหมดแต่ประการใด ซึ่งเป็นพระเอกของน้ำหอมตัวนี้เลย โดย Top Notes ก็มะพร้าวสดใสมีกลิ่นอายติดเปรี้ยวของมะนาว และมีกลิ่นเจือหวานของสับปะรดเสริมเข้ามา ทำให้ช่วงแรกจะได้อารมณ์แบบน้ำมะพร้าวที่ติดเปรี้ยวเจือหวานติดสดใส ซึ่งแอบได้อารมณ์แบบค็อกเทล Pina Colada ที่ไม่ได้ใส่กะทิลงไปเยอะมากจนแย่งซีน ที่แน่ๆ ได้อารมณ์แบบเจือกลิ่นทะเลที่ไม่ติดคาวล้อมอยู่แบบบางๆ รอบๆ ด้วย เพียงแค่ช่วงต้นก็มาเต็มในลักษณะแบบเกาะกลางทะเลแบบตะวันออกในวันพักผ่อนพร้อมเครื่องดื่มค็อกเทลผลไม้ซักแก้วชัดเจน ซึ่งกลิ่นอายของความเป็นทะเลจะนำเข้าสู่ Middle Notes ตีคู่กับความเป็นกลิ่นอายของโทนดอกไม้ โดยจะมีมะลิมาให้ความนวลใส แกล้มความเป็นดอกส้มจางๆ ซึ่งมะพร้าวยังตามมาในช่วงนี้ เป็นมะพร้าวติดกลิ่นอากาศแบบทะเลเคล้าความนวลดอกไม้ กลิ่นจะออกแนวผ่อนคลายสบายๆ ไม่ได้ดูเป็นผลไม้เมืองร้อนหรือค็อกเทลแบบตอนแรกแล้ว เพียงไม่นานกลิ่นโทนครีมมี่นุ่มนวลแบบ Lite Version จะเริ่มผสมผสานเข้ามาเรื่อยๆ จนนำไปสู่ Base Notes ที่กลิ่นอายของวานิลลาจะมาแบบเบาๆ เคล้าความครีมมี่ที่เบาๆ ปุยนุ่น โดยจะมีความเป็นไม้หอมอบอุ่นเจือไปตลอดของซีดาร์และไม้จันทน์หอม ที่สำคัญมะพร้าวยังอยู่แบบเบาๆ บางๆ ให้รู้สึกได้อยู่ทำให้กลิ่นจะออกแนวสบายๆ นวลๆ ชิลล์ๆ ได้ความรู้สึกพักผ่อนสบายๆ ริมทะเลชัดเจน แม้กลิ่นจะมาแบบสไตล์ของแบรนด์กับความเป็นวานิลลาที่มีSignature ของตัวเอง แต่ถือว่าตัวนี้ลดระดับความเป็นขนมหอมหวานลงมาได้มากจนพอเหมาะพอเจาะจนเป็นอีกกลิ่นหนึ่งที่สื่อออกมาจนได้ภาพความชิลล์ สบาย และผ่อนคลายแบบที่เป็นโทนที่ผู้ชายไม่ตะขิดตะขวงใจในการใช้งานได้เลย

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียน ม.ต้น ขึ้นไปก็สามารถใช้งานน้ำหอมตัวนี้ได้สบายๆ เพราะกลิ่นมีความเป็นธรรมชาติแบบสภาพแวดล้อมแห่งการพักผ่อน และสบายๆ ริมทะเล ที่คนได้กลิ่นมักจะผ่อนคลายได้ไม่ยาก โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันได้เลย ทั้งทางการที่พอแตะได้อยู่ แบบไม่ได้ดูลั่นล้าจนน่าเกลียดแต่อย่างใด ส่วนชิลล์ๆ นี่เข้าทางมาก ถึงมากที่สุด ใส่ออกกำลังกายยังได้เลยสำหรับตัวนี้ เพราะไม่ได้มาสายขนมหนักหน่วง ส่วนยามค่ำคืนไม่ค่อยเข้าทางเท่าไหร่ ถ้าใส่แบบชิลล์ๆ พักผ่อน หรือเดินเล่นอันนี้ลงตัว แต่ถ้าเน้นไปหาเหยื่อเย้ายวน หยิบตัววานิลลาอื่นๆ ของแบรนด์นี้มาใส่แทนจะดีกว่า 

ความทน กลิ่นทนกำลังดีที่ประมาณ 6 ชม. อาจจะมากกว่านี้ได้ อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวจัดไปที่ 6 สเปรย์กดเต็ม กลิ่นทนไปถึง 8 ชม. ได้สบายๆ

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น อารมณ์ชิลล์ผ่อนคลาย แต่มีความสดใสที่ไม่ลั่นล้ากระโตกกระต๊าก จะชัดเจนขึ้นมาให้รู้สึกได้เลย ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัว แบบสบายๆ ผ่อนคลาย แล้วจึงเป็นกลิ่นอวลๆ แนว Skin Scent ที่ยามร่างกายขยับเนื้อตัวกลิ่นจะตีขึ้นแบบครีมมี่นวลๆ 

ทิ้งท้าย ไม่ผิดหวังเลย ที่ได้ใช้ตัวนี้ เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชอบน้ำหอมกลิ่นมะพร้าวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะกะทิแค่ไหนก็เถอะ แต่นี่ทำให้ได้อารมณ์มะพร้าวแบบค็อกเทลผลไม้ผ่อนคลายและแมนๆ ได้อารมณ์นอนริมทะเลจิบเครื่องดื่มแบบสบายๆ มีระดับ แบบที่ไม่ใช่สายฉิ่งฉับเคาะขวดเหล้าทัวร์เป็นหมู่คณะแต่ประการใด 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://fimgs.net/images/secundar/o.14855.jpg

วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Jo Loves - Pomelo

Jo Loves – Pomelo

หลังจากที่ Jo Malone ได้ประสบความสำเร็จอย่างแรงมาก แน่นอนว่าก็มีเครือดังมาขออุ้มชูต่ออย่าง Estee Lauder ก็ทำให้ Jo Malone ฮิตติดลมบนมาตลอดเป็นแบรนด์ดังระดับโลกทางด้านน้ำหอม จนมาถึงวันหนึ่งป้าโจเขาก็ปล่อยให้เครือนี้เขาดำเนินการโดยใช้ชื่อของเขาต่อ และหันมาเปิดแบรนด์น้ำหอมของตัวเองอย่าง Jo Loves แยกออกมาเป็น Exclusive แบบชัดเจนที่ UK เท่านั้น ไหนๆ มีโอกาสได้อะไรที่หายากมาเช่นนี้ก็ต้องขยายกันหน่อยแล้วว่ากลิ่นจะเป็นอย่างไงบ้างกับแบรนด์นี้ ในตัวแรกที่มีโอกาสได้ลองนั่นคือ Pomelo

ส้มโอชัดเจนมากตั้งแต่ต้นยันจบ เพราะกลิ่นนี้มาเต็มในเรื่องของความเป็น Citrus ที่ชัดเจนอย่างกับปอกเปลือกส้มโอแล้วกลิ่นฟุ้งขึ้นมา ตามด้วยหยิบเนื้อส้มขึ้นมากินให้มีกลิ่นอายเปรี้ยวฟุ้งในคอและในปากหอมอย่างธรรมชาติและอะโรม่าฟินๆ กันไป หรือจะเอาเปลือกส้มโอที้ปอกแล้วมาคลุมหัวเป็นผมหน้าม้ากลิ่นที่ได้ก็มาแบบเปลือกส้มหอมมาเลยก็ย่อมได้ และนี่คือ Top Notes แบบชัดเจนมากกับการเป็นส้มโอที่มาครบเครื่องในเรื่องความเป็นธรรมชาติเลยทีเดียว แม้ว่าเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นกุหลาบ แต่ก็แบบเบาบางพอสัมผัสได้แนวๆ สายสนับสนุนให้กลิ่นส้มโอจัดเต็มไปเลย เรียกว่าเป็นส้มโอเดินได้กันเลยทีเดียว จนเมื่อเข้าสู่ช่วงกลาง ความเป็นส้มโอในช่วงแรกจะยังคงชัดเจนอยู่ แต่กลิ่นของหญ้าแฝกจะเสริมเข้ามาให้มีความเป็นโทนไม้หอมแห้งๆ ลดทอนความสดชื่นหอมจัดเต็มของส้มโอในตอนแรกลงมาบ้างแบบสมดุล โดยที่ไม่ลดบทบาทส้มโอให้หายต๋อมแบบน้ำหอมโทนสดชื่นอื่นๆ ที่โทน Citrus มักมาเร็วเคลมเร็ว กลายเป็นสนับสนุนกันเป็นอย่างดีไม้หอมแห้งๆ ของหญ้าแฝกชูโรงความเป็น Citrus ได้ลงตัวติดขมนิดๆ กลิ่นจะมีความนวลเขียวติดดินกำลังดีและมีพิมเสนเริ่มเข้ามาเจือจนเข้า Base Notes ที่พิมเสนจะมาแบบนวลสะอาดเคล้ากลิ่นของส้มโอที่เริ่มเบาลงมา โดยจะมีกลิ่นนวลๆ นุ่มของหนังกลับเป็นตัวรองพื้นเอาไว้ตรึงกลิ่นให้สดชื่นติดหอมนวล โดยที่จะมีความสะอาดนุ่มแบบไม่โหลและมีความสดชื่นคลอแบบกลิ่นส้มโอติดผิวกายไปตลอดจนฟินไปเลย

เหมาะสำหรับ ทุกเพศตั้งแต่วัย ม.ต้นขึ้นไป ก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว เพราะกลิ่นมีความเป็นธรรมชาติสูงมากกับการปอกเปลือกส้มโอที่จะได้ความรู้สึกที่สดชื่นติดขมเขียวอะโรม่าชัดเจน กลิ่นเข้าถึงง่ายมากด้วยเช่นกัน จึงสามารถใส่ได้ในทุกๆ สถานการณ์ยามกลางวันแบบว่ากวาดหมด ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่ออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งก็สามารถ (แต่มันหายากนะจะเปลืองไปไหมถ้าไม่ได้อยู่ UK) ส่วนยามค่ำคืนอาจจะเหมาะกับยามอากาศร้อนๆ ที่จะช่วยให้สดชื่นและผ่อนคลาย แต่ไม่เหมาะกับการใส่ไป ล่าแต้มแต่ประการใด เพราะกลิ่นจะไปสู่โทนหวานไม่ได้แน่ๆ เผลอๆ อาจจะมีคนทักว่าใครปอกส้มโอมาเสียด้วยซ้ำ

ความทน เรียกว่าความทนลงตัวกับประมาณ 6 ชม. อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด รวมถึงเคมีด้วยเป็นสำคัญ ส่วนตัวใส่อยู่ในห้องแอร์ตลอดไม่ได้เจออากาศร้อนๆ มากนัก เจอที่ 8 ชม. ได้สบายๆ เลย

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่าได้ความเป็นส้มโอแบบจัดเต็มและธรรมชาติมากจริงๆ ก่อนจะลดลงมาที่ออร่ารอบๆ ตัวแบบคนใส่สดชื่นกับตัวเอง แล้วเป็น Skin Scent ในช่วงท้ายจนกว่าจะจางไปจากผิว

ทิ้งท้าย ตอนนี้บอกเลยว่าไม่มีน้ำหอมตัวไหนที่ให้กลิ่นอายแบบส้มโอได้ชัดและธรรมชาติได้มากเท่าตัวนี้แล้วจากที่เคยได้สัมผัสมา ของเขาดีจริงๆ ที่สำคัญมัน Rare Item มากด้วย อยากได้ก็ต้องบินไปหรือฝากชาวบ้านเขาสินะ 555555

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ
- http://www.joloves.com/media/catalog/product/cache/1/image/9df78eab33525d08d6e5fb8d27136e95/p/r/product_middle_fragrance_100_pomelo.jpg


วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Jo Malone – Basil & Neroli

Jo Malone – Basil & Neroli 

ปล่อยของกันแทบไม่ยั้งเลยในแต่ละปีกับ Jo Malone ที่มาทำให้คนที่ชอบน้ำหอมแบรนก์นี้ต่างฟินกันไปข้างนึงไม่พอ ยังทำให้เสียตังค์กันสนั่นหวั่นไหวเสียด้วย และเมื่อราวๆ ค่อนไปทางปลายปี 2016 ที่ผ่านมาก็ได้ปล่อยน้ำหอมในไลน์ปกติออกมาอีก 1 ตัว (ที่ไม่ใช่ Limited Edition แนวขวดมีลวดลายพร้อยเต็มไปหมด) กับการส่งต่อความหอมแบบธรรมชาติเรื่อยๆ มาเรียงๆ เรียบง่ายกับรุ่นนี้เลย Basil & Neroli 

เปิดตัวด้วยกลิ่นอายตามชื่อของรุ่นน้ำหอมกันอย่างชัดเจน โดยมาลักษณะแบบแนวเขียวนวลติดเผ็ดปร่าเบาๆ เคล้าหวานโปร่งจางๆ ของโหระพา (Basil) กันก่อน โดยที่กลิ่นจะไม่ได้มาแบบเหมือนเราขยี้ใบโหระพาสดดม เพราะจะมีกลิ่นโทนซิตรัสติดขมนิดๆ แต่มาแบบเบาๆ กำลังดี ได้ความรู้สึกสดชื่นที่มีพื้นฐานการผสมผสานของ Citrus และ Fresh Spicy อิงกลิ่นอายแบบธรรมชาติ พร้อมกับคู่บุญอย่างดอกส้มที่จะเสริมเข้ามาด้วยแบบโปร่งใสสดชื่นค่อยเป็นค่อยไปเน้นมาสายสนับสนุน เลยจะได้ความเขียวติดหวานนวลโปร่งกลั้วสดชื่นแบบ Citrus นวลๆ ซึ่งพอเข้าช่วงกลางจะเริ่มเปลี่ยนตัวเด่นของงานไปเป็นดอกส้มที่จะเริ่มปล่อยของ โดยจะมีความหอมนวลติดสดใสมีความสว่างและอ้อยอิ่งแบบกลิ่นระรวยรินกำลังดี และกลิ่นของโหระพาจะค่อยๆ ผันตัวเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กลิ่นให้ความสดชื่นติดเขียวแบบสบายๆ และมีความเป็นเครื่องเทศโทนสดชื่นล้อมความใสสว่างนวลเบาๆ ของดอกส้ม กลิ่นมีความอะโรม่าอิงกับความเป็นธรรมชาติที่จะเน้นที่ความเป็นโทนเขียวกลั้วกับความนวลผ่อนคลายไปเรื่อยๆ จนนำเข้าสู่ช่วงท้ายที่จะเป็นตัวรองพื้นสำคัญจาก Musk และมีโทนไม้หอมอ่อนๆ เสริมขึ้นมาแบบติดแห้งๆ จากหญ้าแฝกให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติของเนื้อกลิ่นที่ไม่ได้เน้นแต่ความเขียวและสดชื่นมันเข้าไปให้มีมิติของเนื้อกลิ่นแบบโทนสะอาดที่กำลังดี ไม่ไม้เกินไปและไม่นุ่มนวลจนเกินไปจนหลุดความเป็นธรรมชาติของเนื้อกลิ่น โดยที่กลิ่นอายของดอกส้มและกลิ่นอายติดเขียวสมุนไพรเผ็ดอ่อนๆ ยังคงอยู่และเป็นตัวเด่นที่แม้จะลดทอนความชัดลงมาบ้างแต่ก็ยังให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นสบายๆ หอมใสติดนวลเบาๆ ผสมผสานแบบมีความเรียบง่ายแต่หรูในความเป็นธรรมชาติของกลิ่นได้ดีมากกับการคุมโทน Cologne ที่ให้ความสดชื่นไปตลอดนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ทุกเพศตั้งแต่วัยเรียนประถมขึ้นไปก็สามารถ เพราะว่ากลิ่นมีความเป็นธรรมชาติสูงมากและเข้าถึงได้ง่ายมาก โดยมาสายไม่รบกวนใครแบบลักษณะของการเป็น Safe Scent ที่ยังไงก็รอดในการใช้งานและไม่ทำให้ชาวบ้านเบ้ปากใส่ลับหลังแน่ๆ ซึ่งสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันแบบว่ากวาดหมดทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะงานทางการหรือว่าชิลล์ๆ ผ่อนคลายทั่วไป ใส่ออกกลางแจ้งอยู่กับอากาศร้อนๆ ก็ทำให้สดชื่น ใส่ออกกำลังกายก็จัดเต็มได้เลยสบายๆ อาจจะมีแค่ช่วงตอนกลางคืนที่กลิ่นนี้ไม่ได้เหมาะกับการใส่ไปเด้งร่อนเอวแนวๆ สไตล์ท่องราตรีหาเหยื่อ เพราะกลิ่นเบามากตามสไตล์ของแบรนด์นี้ ยกเว้นคืนอากาศร้อนๆ ที่สามารถจัดได้เพิ่มความสดชื่นและผ่อนคลายแบบสบายๆ ดูแบบธรรมชาติไม่พยายามเกินกว่าเหตุอันนี้ดูดีเลย 

ความทน เอาตรงๆ เพราะเป็น Cologne เช่นนั้นความทนจะแกว่งอยู่พอสมควรที่ประมาณ 4 – 6 ชม. จะมากหรือน้อยกว่านี้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ โดยส่วนตัวติดผิวทนยาวไปถึง 6 ชม. ได้สบายๆ กับการฉีดทั้งหมด 7 สเปรย์ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีเป็น Top Notes ที่กลิ่นชวนให้สดชื่นมากในช่วงต้น ก่อนจะลดลงมากระจายแบบออร่ารอบๆ ตัว และเป็น Skin Scent ในที่สุด ซึ่งเทียบแล้วการเป็น Skin Scent จะเริ่มเป็นประมาณ 3 ชม. ในการใช้งาน 

ทิ้งท้าย ส่วนตัวมองข้ามรุ่นนี้พอสมควรในครั้งแรกที่เห็นว่าเปิดตัวออกมาว่ายังไงก็มาสไตล์เดิม เบา อ่อน สดชื่น ไม่ทน และทั่วไป แต่พอใช้แล้วในความป็นสไตล์เดิมนั้นดันมีความเป็นธรรมชาติในเนื้อกลิ่นที่มันสดชื่นเรียบหรูและงดงามในตัวและเป็นกลิ่นที่ใช้ยังไงก็รอด เช่นนั้นยกตำแหน่งนี้ให้เลยดีกว่า #ของดีเทคนิคไม่ต้อง 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://mitch-feinberg.s3.amazonaws.com/gs_57e5ab3b-a054-47c4-9d94-624c0a771fd0.jpg

วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: S.T. Dupont – Passenger for Woman

S.T. Dupont – Passenger for Woman

ถ้าพูดถึงน้ำหอมที่มาลักษณะ “คุณหลอกดาว” แบบว่าเปิดตัวมาได้แบบเบ๊าเบา แต่พอเข้าช่วงต่อๆ ไป คือการปล่อยของจัดเต็มไม่ลดราวาศอกแบบที่ทำให้ทึ่งในการวางสเต็ปการปล่อยของได้ดีงามมาก ก็ต้องยกให้รุ่น Passenger for Men ของ S.T. Dupont และคราวนี้ได้วนกลับมาหาแบรนด์นี้อีกครั้ง ก็ขอมาเยือนฝั่งผู้หญิงบ้าง ว่าจะออกมาในลักษณะไหนและรูปแบบใดกันหนอ

Passenger for Women มากับการเปิดต้น Top Notes ด้วยความเป็นกลิ่นโทนผลไม้หอมหวานโปร่ง แต่ไม่ได้มาสายฉ่ำมากเกินหรือแห้งเกินไป โดยกลิ่นของลูกแพร์จะเป็นตัวหลักในการเดินเรื่องให้ความหวานโปร่งติดกลิ่นของแบล็คเคอแรนท์ที่มาให้ความเปรี้ยวแบบโทนซิตรัส เนื้อกลิ่นมีความติดขมแบบมะกรูดหน่อยๆ เลยทำให้กลิ่นไม่ได้มาสายผลไม้แบบจ๋าเกินไป มีความรู้สึกแบบหวานเจือเปรี้ยวชัดเจน ซึ่งกลิ่นจะเริ่มมีความครีมมี่นวลๆ เสริมเข้ามาเรื่อยๆ จนเข้า Middle Notes กับการเป็นโทนดอกไม้นวลขาวครีมเด่นของดอกพุด ซึ่งจะนำเอาความเป็นดอกไม้นวลสะอาดและหอมสว่างมาด้วย เรียกว่ามาขอส่วนแบ่งการตลาดความเด่นกันแบบที่เน้นผสมผสานไม่ได้แย่งซีน ทำให้กลิ่นช่วงนี้เลยเป็นลักษณะเด่นแบบ Fruity Floral ได้หอมนวลเคล้าหวานโปร่งได้น่าสนใจมาก โดยที่กลิ่นของลูกแพร์ยังคงอยู่ให้จับได้ตลอดไม่หนีไปไหน ซึ่งความนวลในช่วงนี้จะเริ่มมีความนุ่มเข้ามาผสมผสานดึงไปสู่ Base Notes กับความเป็นกลิ่นนุ่มสะอาดติดแป้งนิดๆ ของ Musk โดยจะมีกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ สบายๆ เสริมเข้ามาให้มีความอบอุ่นกำลังดี โดยที่มีกลิ่นอายดอกไม้นวลๆ ให้พอรู้สึกได้อยู่ ภาพรวมเรียกว่าอาจจะไม้ได้มาสาย “คุณหลอกดาว” แบบรุ่นผู้ชายที่เน้นความเบาสู่หนัก มาแบบธรรมดาที่ให้ความรู้สึกลดหลั่นกันลงไปตามแต่ละสเต็ป ที่ให้ความเป็นผู้หญิงด้วยกลิ่นอายหวานโปร่ง ครีม และนุ่มสะอาดเรียบหรูได้ลงตัวมากเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถจัดได้แล้ว เพราะกลิ่นเข้าถึงง่าย ให้ความรู้สึกที่ลงตัวกำลังดีมาก และไม่โหลแต่ประการใด โดยสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันทั้งทางการและทั่วๆ ไป มีงดคือใส่ออกกำลังกายเพราะกลิ่นไม่ได้มาสายสดชื่นสู้เหงื่อได้มากขนาดนั้น ส่วนยามค่ำคืนใส่แบบสบายๆ ให้ดูกลิ่นอายที่หวานโปร่งมีระดับออกแนวอยู่กับแฟน หรือว่าดินเนอร์ จะดีกว่าใส่ไปร่อนเอวตามเพลงในยามราตรี เพราะลุคทางกลิ่นอาจจะไม่ได้นัก

ความทน อยู่ที่ประมาณ 6 ชม. โดยประมาณ ซึ่งจะมากหรือน้อยกว่านี้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด รวมถึงพึ่งเคมีบางส่วน

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่ามาเต็มเลย ก่อนจะลดลงมากระจายกลางๆ แล้วปิดท้ายที่ Skin Scent ในช่วงท้ายติดผิว

ทิ้งท้าย แม้ว่าจะไม่ได้มาสายเบาไปหนัก มาสายแบบน้ำหอมทั่วไป ที่หนักมาเบาตามลักษณะที่ควรจะเป็น แต่น้ำหอมตัวนี้มีดีที่การใส่ความรู้สึกหวานโปร่งเรียบหรูไปในทีได้ตลอดเลย ซึ่งสาวๆ ไม่น่าผิดหวัง แต่ส่วนตัวผมใส่แล้วโดนแซวสะบัดช่อมากจริงๆ ควรจะไปแต่งหญิงก่อนใส่ล่ะมั้ง จะได้ดูพีค 555555


หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
https://thumbnail.image.rakuten.co.jp/@0_mall/viporte/cabinet/fragrance9/stdppf.jpg

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Comme des Garcons – Play: Green

Comme des Garcons – Play: Green

Collection หัวใจมีตาหรือ Play ของ Comme des Garcons ถือว่ามาเต็มเกือบจะทั่วบ้านทั่วเมืองได้แล้วเพราะอย่างน้อยใน 1 วันจะต้องเห็นคนใส่เสื้อผ้าที่มีโลโก้หัวใจมีตานี้แน่ๆ ซึ่งบอกไม่ได้แน่ๆ ว่าของจริงหรือของปลอม และแน่นอนใน Collection นี้ก็มีทำน้ำหอมออกมาสนับสนุนเพื่อบ่งบอกถึงความสนุกสนานลั่นล้าตามแบบฉบับของ Collection ด้วย และเคยได้ผ่านการบอกเล่าไปแ้วก่อนหน้านี้ 1 ตัวคือ Play: Red ก็ได้เวลาเปลี่ยนสีกันบ้างจากสีลั่นล้าสนุกสนานมาเป็นสีเขียวสดชื่นบ้างดีกว่า เช่นนั้น มาเจอกับรุ่นนี้เลยนั่นคือ Play: Green

ใครชอบกลิ่นมิ้นท์ยกมือขึ้น (\^o^/)

เพราะว่าหัวใจสีเขียวนี้เปิดตัวด้วยกลิ่นโทนเขียวสดชื่นตีคู่กันระหว่างความเป็นซิตรัสและสมุนไพรเขียว ได้อารมณ์ค็อกเทลแบบ Mojito ที่จะสดชื่นหอมเขียวโปร่งติดคมบางๆ มีกลิ่นซ่าๆ เสริมเข้ามาทำให้มีความสดชื่นติดสะอาดเจือเขียวนวลเบาๆ อารมณ์จะออกแนวเหมือนเราจิบค็อกเทลเปรี้ยวสดชื่นได้อารมณ์ฟินๆ ก่อนลั่นล้าประมาณนี้ ซึ่งกลิ่นของ Mojito นำทีมด้วยมิ้นท์จะตามไปจนถึงช่วงท้ายๆ ของน้ำหอมโดยจะลดหลั่นลงไปตามลำดับแต่มีซีนอยู่ตลอด ไม่ได้โดนแย่งแต่ประการใด โดยเมื่อเข้าช่วงกลางกลิ่นติดเขียวซ่าๆ จะชัดขึ้นกับการเป็นจูนิเปอร์เบอร์รี่ ที่เป็นตัวเสริมที่ดีมากในการทำให้เกิดอารมณ์แบบ Mojito เพราะความที่เป็นกลิ่นโทนสดชื่นเคล้ากลิ่นแนวๆ เหล้าจินหรือวอดก้า โดยที่กลิ่นมิ้นท์กับซิตรัสจะยังคงมีความดีงามให้การให้ความรู้สึกสดชื่นอยู่ตลอด โดยในเนื้อกลิ่นจะจับได้ถึงความเป็นดอกไม้นวลๆ ทำให้กลิ่นมีความผ่อนคลายผสมผสานลงไปด้วย จนเมื่อผ่านไปก็จะเริ่มมีกลิ่นแนวๆ ไม้หอมแห้งๆ ดันขึ้นมา โดยมีกลิ่นยางไม้ติดเปรี้ยวเจือเข้ามาแทรกจนเต็มที่ในช่วงท้ายกับการเป็นกลิ่นของหญ้าแฝกที่มาในรูปแบบกลิ่นไม้แห้งๆ มีความแน่นนวลของยางไม้ติดเปรี้ยวจางๆ เสริมเข้ามาให้กลิ่นมีความเชื่อมโยงระหว่างไม้หอมกับกลิ่นโทนสดชื่นที่ยังคงอยู่ให้สัมผัสได้ ช่วงนี้เลยจะออกแนวเป็นกลิ่นไม้หอมเจือยางไม้ที่สะอาดๆ มีกลิ่นสดชื่นติดเขียวจางๆ ให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย แต่แฝงความลั่นล้าอยู่ให้รู้สึกได้อยู่ ซึ่งถือว่ายังคุมโทนความเป็Play ในรูปแบบโทนสีเขียวได้ลงตัวและชัดเจน 

เหมาะสำหรับ - Unisex เลยยยย เรียกว่าเข้ากับทุกเพศเต็มๆ ได้ตั้งแต่วัยเรียน ม.ต้น เลยก็ย่อมได้ อาจจะไม่ได้มาสายขี้เล่นแบบ Red แต่มาสายสดชื่นเขียวสบายสไตล์ Green ที่สะอาดและลั่นล้าได้แบบตีคู่กันไป จึงเหมาะกับทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ซึ่งถ้าใส่แบบทางการอาจจะต้องจำกัดสเปรย์หน่อย เพราะเดี๋ยวจะทำให้คนที่มาติดต่อรู้สึกว่าเราออกแนวขี้เล่นลั่นล้าไป ส่วนถ้าใส่แบบทั่วๆ ไปสบายๆ หรือทำงาน Office รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกายก็จัดไป กลิ่นหอมสบายสดชื่นสะอาดลั่นล้ากำลังดีมาก ส่วนยามค่ำคืน ถ้าไม่ได้เน้นการไปหาเหยื่อ ตัวนี้จัดได้สบายๆ แบบผ่อนคลายคืนที่อากาศร้อนๆ เดินเล่นชิลล์ๆ หรือลั่นล้าช้อปปิ้งอะไรแบบนี้ จะดีกว่า แต่ถ้าใส่ไปท่องราตรีก็ได้อยู่ แบบเป็นสายเต้น ไม่เน้นหา ไม่ได้มาสายเย้ายวนขี้เล่นแบบตัว Red นัก เพียงแต่ต้องอัดสเปรย์น่าดูชมกันถึงจะไม่โดนกลบ 

ความทน - อยู่ที่ 6 - 8 ชั่วโมง อาจจะมากกว่าก็ได้ โดยจะอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ เพราะส่วนตัวเจอที่ 8 ชั่วโมงหน่อยๆ แต่กลิ่นติดเสื้อที่สวมมากเลยทีเดียว 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในตอนแรก ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัว แล้วจะเป็น Skin Scent ในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่ใส่ความเป็นมิ้นท์ได้ลั่นล้า สดชื่น และสะอาดสบายมาก คอนเซปท์ของ Collection ยังมาเต็มไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งถ้ารู้สึกว่า Red มันขี้เล่นไป Green เป็นทางเลือกที่ดีมากเลยทีเดียวแบบมาสายสดชื่น แถมกลิ่นที่ได้ไม่โหลและซ้ำซากกับใครเสียด้วย 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - http://www.sephora.com/productimages/sku/s1662121-main-zoom.jpg

วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Diptyque - L'Eau

Diptyque - L'Eau 

กลับมาสู่ความอะโรม่ากันอีกครั้งกับแบรนด์ Diptyque กับการมาเจอกลิ่นอายแบบถุงหอมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งจะเป็นการผสมผสานระหว่างดอกไม้แห้งกับเครื่องเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจในการจัดเต็มน้ำหอมรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 1968 แต่ก็ยังเหนือกาลเวลาได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ เช่นนั้นมีโอกาสต้องได้ลองว่าจะออกมาเป็นยังไงบ้างกับรุ่นนี้เลย L'Eau 

เปิดตัว Top Notes กันเต็มๆ ด้วยกลิ่นอายแบบเผ็ดปร่าและมีความโปร่งของกานพลูที่เปรียบเสมือนเป็นกลิ่นใจกลางหลักของน้ำหอมตัวนี้อยู่อย่างยาวนานไปจนถึงช่วงท้ายให้ความอะโรม่าโปร่งจมูกมาเลย เพราะไม่หนักหน่วงเกินไป โดยที่จะดึงเอาความหอมแบบเครื่องเทศโทนอบอุ่นอย่างอบเชยมาแจมด้วย ตามด้วยมีความเป็นกุหลาบที่มาแบบแห้งแต่มาเบาๆ ให้กลิ่นมีมิติความเป็นถุงหอมได้ชัดเจนผสมผสานที่ลงตัวทั้งปร่าสดชื่นและอบอุ่นนำตามด้วยนวลดอกไม้เจือ ซึ่งพอเข้า Middle Notes ความเป็นถุงหอมที่ดอกไม้จะตีคู่มากับความเป็นเครื่องเทศจะเริ่มเด่นมาตีคู่มาเท่าเทียมกัน โดยที่กลิ่นกุหลาบจะยังคงอยู่แต่มีความสดชื่นจากความเป็นดอกเจอราเนียมที่เป็นกลิ่นนวลกุหลาบแบบติดเลมอนมาเข้ามาเสริมทำให้ความเป็นดอกไม้แห้งๆ ชัดขึ้นท่ามกลางความเป็นเครื่องเทศสดชื่นติดอบอุ่น กลิ่นจะมีความผ่อนคลาย ความสบายแต่มีความเรียบหรูอยู่ในทีและมีความอะโรม่าเจือตลอด ผ่านไปซักระยะกลิ่นจะมีความเป็นไม้หอมอ่อนๆ เข้ามาเจือแทรกไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึง Base Notes จะจับได้ถึงกลิ่นไม้จันทน์หอมที่จะมาแบบอ่อนๆ เจือเข้ากับกลิ่นถุงดอกไม้เครื่องเทศแห้งให้นวลสะอาดสบายจมูกมากขึ้น โดยยังคงความผ่อนคลาย สบาย สะอาด และอะโรม่าโปร่งจมูกไปเรื่อยๆ แบบที่ทำให้รู้สึกได้ว่ากลิ่นนี้แม้จะผลิตมานานแล้วและอิงความเป็นถุงหอมดอกไม้เครื่องเทศแบบย้อนยุค แต่กลิ่นไม่ได้มีความ Old School แต่อย่างใด เพราะความอะโรม่ามันแตะได้ทุกยุคทุกสมัยนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศเลย กลิ่นมาสายกลาง Unisex ชัดเจน กลิ่นเข้าถึงได้ง่าย แต่มีมิติและความอะโรม่าเป็นที่ตั้งเลยไม่ได้มาแบบ Mainstream เหมือนน้ำหอมที่จะได้กลิ่นจากผู้อื่นเป็นประจำมากนัก โดยสามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์ยามกลางวันเรียกว่ากวาดได้หมด เพียงแต่ถ้าจะออกกำลังกายรอช่วงท้ายๆ จะดีกว่า ส่วนยามค่ำคืนก็สามารถใส่ได้แบบเน้นผ่อนคลายสบายใจ อยู่กับครอบครัวหรือคนรักชิลล์ๆ เดินเล่นอะไรก็ว่าไป แต่ถ้าใส่ไปท่องราตรีคงต้องอัดสเปรย์กันหน่อยเพราะกลิ่นไม่ได้มาสายหวานเย้าอะไร การสู้คนอื่นอาจจะยากนิดนึง 

ความทน - ประมาณ 6 - 8 ชม. อาจจะมากกว่านั้นอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น แล้วลดลงมากระจายปานกลางลากไปเรื่อยให้ความอะโรม่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Skin Scent ในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - เอาจริงๆ ตอนแรกนึกว่าน้ำหอมรุ่นนี้จะมาโทนสดชื่น เพราะคำว่า L'Eau แปลว่า "น้ำ" ในความเข้าใจแบบตามตัวอักษร แต่สิ่งที่ได้จากน้ำหอมรุ่นนี้ดันมีมากกว่านั้นกลายเป็นกลิ่นถุงหอมเครื่องเทศเจือดอกไม้ชื่นใจซะงั้น เพียงแต่ต้องยอมใจให้เขาไป เพราะกลิ่นนี้ไม่แก่ ไม่หนักหน่วง และมีเสน่ห์แบบเครื่องหอมได้ดี สมกับที่ได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ -
http://www.diptyqueparis.com/media/catalog/product/cache/1/image/523x768/9df78eab33525d08d6e5fb8d27136e95/e/a/eau100v1.jpg

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Hermes – Galop d'Hermes

Hermes – Galop d'Hermes

เมื่อ Hermes มีการเปลี่ยนถ่ายสุคนธกรหลักของแบรนด์จากคุณลุงช่องคลอด Jean-Claude Ellena ที่เกษียณตัวเอง มาเป็น Christine Nagel คนส่วนใหญ่ก็ลุ้นกันน่าดูว่าทิศทางน้ำหอมของ Hermes จะออกมาในลักษณะไหนบ้าง แม้ว่าเดิมทีสุคนธกรสาวคนใหม่คนนี้ก็ปล่อยของกับรุ่น Cologne ขวดแดงน้องรูบาป (ที่จะขอมา Review ภายหลัง) จนได้รับความนิยมมากมายติดอันดับน้ำหอม Unisex ที่ยอดเยี่ยมตามเวบน้ำหอมต่างๆ ประจำปี 2016 ไปแล้ว เช่นนั้น ก็ได้เวลาของการเปิดตัวน้ำหอมของ Hermes  กับการไร้ความเป็นลุงช่องคลอดด้วยฝีมือของสาวคนนี้แล้ว กับรุ่นนี้เลย Galop d'Hermes

“การเต้นรำระหว่างกลิ่นหนังและกุหลาบ” คือสิ่งที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของน้ำหอมตัวนี้ ซึ่งรวมไปถึงการอ้างอิงถึงกลิ่นหนังของ Hermes ที่มีเสน่ห์เฉพาะออกมาเสียด้วย เช่นนั้นงานนี้เหมือนว่าเราจะโดนบิลด์เมื่อได้ลองจึงได้รู้ว่ากลิ่นเปิดความเป็นผลไม้จะมาก่อนเลยวูบนึงกลิ่นโทนเปรี้ยวอมหวานหน่อยๆ วาบมาเต็มๆ จากลิ่นของลูกควินซ์ที่มีลักษณะคล้ายแอเปิ้ลผสมลูกแพร์ แอบคล้ายลูกฝรั่งนิดหน่อยแล้วจะมีกลิ่นโทนหนังติดเครื่องเทศมาให้รับรู้ว่าตัวเอกของงานน่ะอยู่ตรงนี้ ซึ่งกลิ่นในช่วงนี้จะออกแนวมะรุมมะตุ้มกันพอสมควร เพราะเป็นกลิ่นที่ยังมีความแย่งซีนกันอยู่ ซึ่งถ้าคนที่ไม่ชอบกลิ่นออกทางผลไม้ที่ค่อยไปทางกลิ่นผลไม้ที่จะฉ่ำก็ไม่ฉ่ำจะแห้งก็ไม่แห้งอาจจะแบบว่านี่มันคืออะไรเนี่ย อาจจะทำให้โบกมือลากันได้ แต่ถ้าตามติดจะเริ่มสัมผัสได้ว่ากลิ่นกุหลาบจะขึ้นมาเสริมดังเข้าสู่ช่วงกลางที่มีความเป็นเครื่องเทศโทนหวานกลั้วกับดอกไม้นวลๆ และมีกลิ่นหนังที่เริ่มเข้มมากขึ้น ตีคู่กับกุหลาบได้อย่างลงตัว โดยที่ผลไม้จะเบาบางลงไป ส่งต่อให้ช่วงท้ายของน้ำหอมกลายเป็นกลิ่นหนังที่ผสมผสานกับกุหลาบมีความนุ่มนวลที่เป็นหนึ่งเดียวโดยไม่ได้แย่งซีนกันไปมาแบบช่วงแรกแล้ว กลิ่นจะมาสายสมูธและรื่นจมูกมากขึ้นแบบที่มีความเป็น Animalic ที่นุ่มและฉาบไปด้วยความนวลของกุหลาบ แบบที่ยังพอสมผัสได้จางๆ ว่ามีกลิ่นโทนออกหวานบางๆ เสริมเข้าไปอยู่ ซึ่งถ้าจินตนาการจะเห็นได้ว่าเหมือนเราได้กลิ่นเวลาเปิดกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอมชมพูกุหลาบที่มีกลิ่นกุหลาบนวลเคล้าหนังพุ่งขึ้นมาแบบอวลกำลังดีมีความหรูหราและมีระดับชัดเจน ซึ่งภาพรวมถือว่าเป็นกลิ่นที่วัดกันในช่วงต้นไม่ได้มากนัก แต่มีความดีงามในลักษณะแบบกลิ่นหนังเคล้ากุหลาบที่ลงตัวมากพอ และเป็นการสื่อสารถึงความเป็น Hermes ที่นอกจากโทนเขียวๆ ติดขมแบบที่เป็น Signature แล้ว กลิ่นหนังนี่แหละก็เป็น Signature ที่นำเสนอความเป็นแบรนด์ได้ดีไม่แพ้กัน

เหมาะสำหรับ เขาตราเอาไว้ว่าเป็นน้ำหอมผู้หญิง แต่จริงๆ มีความ Unisex อยู่เต็มๆ ในช่วงท้าย ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ทั้งแบบทางการและทั่วๆ ไป กลิ่นมีระดับในตัวเองมากเลยทีเดียว (นับจากช่วงกลาง) แต่ให้ข้ามการใส่เพื่อออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งแดจัดๆ จะดีกว่า แม้ว่ากลิ่นจะไม่ได้มาสายอบอวลมาก แต่ถ้าโดนความร้อนก็กระจายดีกันได้เลย ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นนี้ถ้าใส่ไปแนวๆ โรแมนติคหรือว่าออกงานจะเข้าทีมาก แต่ถ้าใส่ไปเต้นเอวร่อนหน้าลานรถบัมพ์ให้ตัดทิ้งได้เลย ไม่เหมาะทุกประการ

ความทน กลิ่นทนได้ดีงามมากที่ประมาณ 8 – 10 ชม. อาจจะมากกว่าซึ่งก็อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด โดยส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม.กับจำนวนสเปรย์ 6 สเปรย์ ซึ่งพึ่งเคมีด้วยส่วนหนึ่ง

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในช่วงต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลาง ตามด้วยเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้ายที่ไม่ได้หนักหน่วงแต่นวลกลิ่นหนังกลั้วกุหลาบได้ลงตัว

ทิ้งท้าย ขวดถือยากกกกกก จะลื่นหลุดมือตลอดเลย แม้ว่ามันจะสวยน่าจะวางโชว์ก็ตาม ส่วนกลิ่นมันค่อนข้างที่จะวัดกันพอสมควรว่าจะชอบหรือเบ้ปาก ส่วนตัวเบ้ปากให้ช่วงต้นค่อนมากลางแล้วมายิ้มพึงพอใจที่ช่วงท้ายเลยครับ


หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
http://media.hermes.com/media/wysiwyg/Prehome/galop-heading-gamme.jpg