วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Jo Malone - English Oak & Redcurrant

Jo Malone - English Oak & Redcurrant 

เม่ื่อเห็นว่า Jo Malone เปิดตัวกลิ่นใหม่ล่าสุดในปี 2017 กับการชูโรงความเป็นไม้ Oak ถึง 2 รุ่น มีหรือที่จะพลาด เรียกว่าตามติดไปดมถึง Counter กันเลยทีเดียวด้วยความอยากรู้ ซึ่งก็ถือว่ามาในสไตล์ของแบรนด์นี้ไม่มีผิดเพี้ยนกับความเป็น Whispering Cologne ที่เน้นความเบาบางเรียบหรูดูธรรมชาติในครั้งแรกที่ดม พอสบโอกาสได้จัดมา 1 รุ่นกับเขาซักหน่อยอย่าง English Oak & Redcurrant เพราะอยากรู้มากกว่าที่ดมจากกระดาษว่ากลิ่นจะเป็นเช่นไร ผลออกมาก็เป็นแบบนี้เลย 

เปิดตัวกันด้วยความสดชื่นติดเขียวและมีความเปรี้ยวใสกันอย่างชัดเจนเลยกับกลิ่นอายของ Redcurrant ที่เป็นผลไม้แนวเบอร์รี่เปรี้ยวจัดๆ กลิ่นจะเป็นเปรี้ยวสดชื่นติดเขียวบางๆ กำลังดี กลิ่นจะออกโทนเย็นๆ สว่างๆ ไม่ฉ่ำเกินไป ไม่แห้งเกินไปก่อนในช่วงนี้ และจะจับได้ถึงโทน Citrus หน่อยๆ จากส้มแบบบางๆ ที่ทำให้กลิ่นมีความอมหวานเป็นธรรมชาติเลยทีเดียว เพียงไม่นานจะเริ่มสัมผัสได้ถึงโทนไม้หอมจาก Oak และมีกลิ่นติดไม้หอมโปร่งสว่างขาวหน่อยๆ จาก ISO E Super ที่ให้กลิ่นแบบไม้แห้งโปร่งสว่างที่ค่อยๆ ดันขึ้นมา แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ชีวิตดูไม่รีบ ให้กลิ่นกุหลาบเบาบางอ้อยอิ่งรอบๆ ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีความสะอาดแบบโทนเครื่องเทศโปร่งๆ ติดหวานนิดๆ ซึ่งพอสัมผัสได้ว่าอาจจะเป็นพริกไทยหรือพริกไทยสีชมพูที่มาแบบบางมาก เรียกว่ากลิ่นจะมีลักษณะโทนสะอาดติดเปรี้ยวอมหวานสดชื่นกันเต็มๆ โดยมีความหอมกึ่งนวลกึ่งใสของกุหลาบที่อ้อล้อเบาๆ ตีคู่ไปด้วย รวมถึงกลิ่นโทนไม้ Oak ที่จะเริ่มเดินทางมาทันกลิ่นโทนสดชื่นแล้ว โดยเอาความเป็นไม้แห้งติดขมเจือๆ เสริมเข้ามา กลายเป็นโทน Fresh Wood แบบแห้ง และคุมโทนสว่างได้ดี ลากยาวไปจนถึงช่วงท้ายที่กลิ่นไม้ Oak จะแซงหน้าชาวบ้าน เพราะเพราะโทนสดชื่นในตอนต้นจะแผ่วลงไปเหลือเบาบาง Airy กันแล้ว โดยกลิ่น ไม้แห้งๆ จะมีความติดเปรี้ยวนิดๆ มีความสะอาดให้รู้สึกได้ ที่แน่ๆ กลิ่นในช่วงนี้จะมี Musk มาสร้างสมดุลไม่ให้กลิ่นเป็นไม้แห้งตรงๆ เกินไป กลิ่นเลยจะได้อารมณ์แบบผิวกายสะอาดๆ เคล้ากลิ่นไม้แห้งๆ มีความนวลกำลังดีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายไปจากผิว 

เหมาะสำหรับ - Unisex สุดๆ เรียกว่ากลิ่นอายแบบธรรมชาติเรื่อยๆ สบายๆ เบาๆ ซึ่งยังไงก็รอดอยู่แล้วกับทุกเพศ สามารถใส่ได้แบบกวาดหมดทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือว่าทั่วๆ ไป กลางแจ้งในร่มได้หมด มีช่วงยามค่ำคืนที่อาจจะเหมาะแค่การใส่สบายๆ อยู่กับบ้าน หรือเดินเที่ยวห้าง ซึ่งถ้าจะเอาไปใส่เพื่อท่องราตรีหาเหยื่อ นกแน่ๆ บอกเลย 

ความทน - อยู่ระหว่าง 4 - 6 ชม. เป็นสำคัญ จะมากหรือน้อยกว่านี้ อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ส่วนตัวจัดไป 8 สเปรย์ (รวมฉีดเสื้อที่สวม) กลิ่นยาวที่ 6 - 7 ชม. ได้อยู่ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น แล้วจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงกลาง แล้วเปลี่ยนเป็น Skin Scent ในเวลาต่อมา เข้าทางการเป็น Whispering Scent และ Safe Scent ที่ไม่รบกวนใคร 

ทิ้งท้าย - ใครชอบ Jo Malone และสายปลอดภัยไว้ก่อน กลิ่นนี้ถือเป็นอีกตัวที่สบายๆ ตามสไตล์ชัดเจน ไม่หวือหวา ไม่เยอะสิ่ง มีความธรรมชาติและเรียบง่าย ที่แน่ๆ น่าจะเป็นตัวที่เอาไป Layer ได้ดี แต่ถ้าคนที่ชอบการกระจายดีๆปล่อยของซักหน่อย ตัวนี้ไม่ได้ตอบโจทย์นักก็เท่านั้นเอง อยู่ที่การพิจารณาส่วนตัวกันเน้นๆ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Photo Credit by http://at-ph.s3.amazonaws.com/i/20170706180732-english-oak-redcurrant_resized_773x1031.jpg

วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: By Kilian - Good Girl Gone Bad Extreme

By Kilian - Good Girl Gone Bad Extreme

เป็นอีกหนึ่งรุ่นของ by Kilian ที่มีการเพิ่มความเข้มข้นให้เป็นสาย Extreme ตีคู่มากับรุ่น Straight to Heaven เลย ในความเป็นรุ่นฮิตติดตลาด ที่เอาเข้าจริงๆ ก็มีความก่งก๊งกันอยู่ไม่น้อยว่า “จะ Extreme ไปทำไมอี๊กกกกเพราะของเดิมมันดีงามมากอยู่แล้ว ในเมื่อออกมานักชิมิ ไม่เคยพลาดขอ Extreme กันให้สุดดูสิว่าจะออกมาแตกต่างจากรุ่นเดิมขนาดไหน 

มันมีความเข้มข้นมากขึ้นจริงๆ เพราะรุ่นเดิมให้ความรู้สึกเรียบร้อยหวานนวลติดใสๆ ไปสู่ความร้ายมั่นติดแมน และ Strong ชัดเจน แต่รุ่นนี้มีพัฒนาการ เพราะเปิดต้นกลิ่นก็มาในโทนเดียวกับรุ่นปกติ ที่จะเป็นดอกไม้ผสมผสานกับโทนผลไม้หวานนวลแนวๆ แอปริคอตหรือพีช ที่ให้ความรู้สึกเป็นกลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้ และมีกลิ่นอายติดเขียวหน่อยๆ แต่มันไม่ได้ใสให้รู้สึกได้แล้ว เพราะกลิ่นจะเข้มข้นและครีมมี่ให้ความหวานข้นมากขึ้นอย่างชัดเจน ได้อารมณ์สาวหวานนุ่มนวลจัดเต็มมาก เพราะกลิ่นของนมจะมาผสานกับกลิ่นของโทนดอกไม้หอมหวานข้นจนเป็นเหมือนกลิ่นนมรสหวานดอกไม้ติดผลไม้กันเลยทีเดียว ซึ่งกลิ่นครีมมี่นุ่มนมนี้จะนำไปสู่ช่วงกลาง ที่ความครีมมี่จะนวลข้นมากขึ้นไปอีก เพราะจะมีกลิ่นของซ่อนกลิ่นมาเสริมทัพให้ความนวลหวานสไตล์ดอกไม้ขาวเข้มข้น ตีคู่กับกลิ่นหอมหวานติดผลไม้จากหอมหมื่นลี้ กลิ่นเลยจะยังคุมโทนความครีมมี่ด้วยกลิ่นโทน Milky ของนมอยู่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เรียกว่าเล่นใหญ่สายหวานกันได้เลย เนื้อกลิ่นจะยังได้อารมณ์ความเป็นสาวหวานเต็มที่ Extreme อบอวล มีความนุ่มนวลติดอบอุ่นกำลังดีให้พอรู้สึกไประยะนึงเลยทีเดียว 

จนเมื่อมีกลิ่นไม้หอมติดขรึมๆ อย่างไม้ซีดาร์ค่อยๆ ดันขึ้นมาพร้อมกับความอบอุ่นของกลิ่นที่ติดวานิลลาจางๆ กลิ่นจึงเริ่มเปลี่ยนโทนมาเป็นกลิ่นอายมาขรึมแบบค่อยเป็นค่อยไป และเข้าสู่ช่วงท้ายที่เกมเริ่มพลิกมาลักษณะสายหวานแต่มีความมั่นใจและ Strong กันมากขึ้น เพราะกลิ่นโทน Milky Creamy ของนมรสหวานกลิ่นดอกไม้ขาวอวลนวลติดผลไม้จางๆ จะยังคงตัวสูสีกับความเป็นโทนขรึมมั่นของโทนไม้หอมกลั้วอบอุ่นอย่างชัดเจน กลิ่นจะไม่ได้มีความแมนในแบบรุ่นปกติแล้ว เพราะความหวานยังล้อมไว้อยู่ ซึ่งในเนื้อกลิ่นที่อบอุ่นมันแอบเซ็กซี่แบบให้รู้สึกได้แบบหลบๆ ซ่อนๆ ดึงดูดแบบทีละนิดๆ ให้ความแซ่บมั่นซ่อนในความหวานแบบที่ต้องมาค้นหาแล้วจะรู้ว่าใครเป็นใครกันอย่างชัดเจน แหมมมมม ให้มันได้อย่างนี้สิ 

เหมาะสำหรับ - ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไป กลิ่นนี้ยังคุมโทนความเป็นกลิ่นที่ไม่ผู้ใหญ้เกินไป มีความทันสมัย แต่จะขับโทนหวานครีมมี่ให้เด่นและเข้มข้นขึ้นมามากขึ้นนั่นเอง ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันแบบจำกัดจำนวนสเปรย์ เพราะกลิ่นหวานนวลข้นหนักและแน่น มากเกินไปเดี๋ยวจุกคอหอยรอบทิศรวมถึงคนใส่เองกันเอาได้ ซึ่งสามารถใส่ออกงานได้ กลิ่นเป็นสาวหวานนุ่มดูสมกับความเป็นผู้หญิงและแอบแซ่บแบบค่อยเป็นค่อยไปชัดเจน ใส่ทำงาน ใส่ทั่วๆ ไปได้หมด แต่งดใส่ออกกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกาย เพราะขาดอากาศหายใจเดี๋ยวช่วยเหลือไม่ทัน ส่วนยามค่ำคืน กลิ่นนี้มันหวานก็ได้ ล่อลวงก็สามารถเลยล่ะ จะใส่ไปโรแมนติคก็ดี หรือใส่ไปท่องราตรีจำนวนสเปรย์ดีๆ ไม่เยอะมาก ก็เรียกร้องความสนใจได้สบายมาก ออกแนวลูกคุณหนูที่มาเที่ยวกลางคืน ดูมีระดับหรูแต่มีความไม่ประสีประสา แต่จริงๆ หึหึ นางมีความเด็ดดวงและมาดมั่นกว่าที่เห็นจากฉากหน้าแน่นอ 

ความทน - กราบบบบบบ กลิ่นทนมากกกกก 15 ชม. กลิ่นครีมมี่หวานนวลยังตีขึ้นไม่หยุดไม่หย่อนเลย ยอมมมม 

การกระจาย - กราบบบบบบ กระจายจัดเต็มมาก สมกับคำว่า Extreme ซึ่งกลิ่นจะลดลงมากระจายดีในช่วงกลาง และปานกลางในช่วงท้าย พอผ่านซัก 10 ชม. ไปแล้วกลิ่นจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวยาวไป

ทิ้งท้าย - แอ๊บ กลิ่นนี้แอ๊บมากกกกก มันมีความหวานที่ซ่อนความแซ่บมั่นข้างในได้มิดชิดอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ออกแนวโต้งๆ และชัดเจนแบบรุ่นปกติที่เปลี่ยนจนจับได้ แต่นี่กว่าจะจับได้ก็เสร็จความแซ่บของนางไปเรียบร้อยแล้วนี่แหละครับ Good Girl Gone Bad Extreme 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Photo Credit by https://fimgs.net/images/secundar/o.46480.jpg

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: By Kilian - Straight to Heaven Extreme

by Kilian - Straight to Heaven Extreme 

เดิมทีก็คิดว่ารุ่นปกติของ Straight to Heaven ของ by Kilian เป็นตัวที่งาม ปล่อยของทางด้านกลิ่นอายรัม
 ผลไม้แห้งติดหวาน พิมเสน และไม้ซีดาร์ที่ลงตัวมาก และกลิ่นใช้ง่ายเป็นตัวยอดฮิตของแบรนด์อยู่แล้ว พอได้มาเห็นว่าอยู่ดีๆ มีรุ่น Extreme ออกมาอีกนั่นแหละ ถึงกับอุทานว่า จะ Extreme อะไรอี๊กกกกกกซึ่งพอได้คิดอีกมุมคือ ตัวรุ่นปกติเองมันค่อนข้างอิงประเภทผิวและเคมีพอสมควรที่จะทำให้ติดทนหรือกระจายดี เช่นนั้นเลยพอเข้าใจถึงการออกมาของรุ่นนี้ และแน่นอนมีหรือที่จะพลาด จัดไป เราต้องพิสูจน์

Straight to Heaven Extreme เรียกว่ามาสายจัดเต็มสมกับการ Upgrade เพราะว่าเปิดมาก็พุ่งมาเต็มกันเลยทีเดียวของกลิ่นอายเหล้ารัมเคล้าผลไม้แห้งหวานมีความคมกันพอสมควร โดยที่จะสัมผัสได้ได้ถึงกลิ่นอายของไม้ซีดาร์ และมีกลิ่นอายนัวๆ ของวานิลลาให้รู้สึกได้ กลิ่นจะมาเต็ม แน่น เรียกว่าอาจจะผงะได้ถ้าไม่ยั้งมือ ซึ่งจะทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างจากรุ่นปกติได้ทันทีตั้งแต่ช่วงนี้เลย เพราะว่ามันเข้มข้นมากจริงๆ เพียงไม่นานจะเข้าสู่ช่วงกลาง ที่กลิ่นอายของไม้ซีดาร์กับรัมผลไม้ติดหวานจะเริ่มผสมผสานกันเป็นกลิ่นอายที่มีความเป็นกลิ่นกรุ้มกริ่มติดโปร่งไม้เปียกเหล้า โดยจะมีกลิ่นของเม็ดจันทน์หอมที่ทำให้กลิ่นมีความนุ่มนวลมากขึ้น และตัวเอกอีกตัวอย่างพิมเสนที่เริ่มแทรกมาฟุ้งกระจายติดสากหน่อยๆ แต่ไม่ดิบห่าม มีความนวลใสเคล้าคลอไปกับกลิ่นไม้ซีดาร์ รวมถึงโทนกลิ่นอบอุ่นรองพื้นของวานิลลาที่เริ่มชัดขึ้น มาลักษณะผู้ชักใยเบื้องหลังที่ทำให้กลิ่นนวลนัวเต็ม โดยกลิ่นในช่วงนี้จะยังคงชัดในพื้นฐานความเข้มข้นที่ไม่ลดราวาศอกใดๆ ปล่อยพลังเต็มๆ แล้ววานิลลานี่แหละจะเป็นตัวดึงเข้าสู่ช่วงสุดท้าย เปลี่ยนจากฉากหลังมาเป็นตัวเด่นที่ยังดึงเอากลิ่นไม้ซีดาร์เคล้ากับพิมเสนมาปล่อยของด้วยเพียงแต่จะลดทอนกลิ่นลงไป โดยยังมีมิติของความเป็นโทนไม้หอมที่ยังชัดเจนอยู่ ซึ่งเนื้อกลิ่นจะมีความอบอุ่นหอมนวลและมี Musk ที่มาเป็นลูกมือให้ความนุ่มกับวานิลลามากขึ้น โดยที่ตัวให้ความกรุ้มกริ่มอย่างกลิ่นรัมติดหวานผลไม้จะบางลงไปเหลือจางๆ โดยจะยังพอรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของความเป็น Straight to Heaven อยู่ไม่มีหลุดกรอบไปไหนเพียงแต่เข้มข้นหวานนุ่มอบอุ่นนวลนัวเย้ายวนมากขึ้นนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ตัวปกติคือเน้นสายโปร่งสว่างที่มีความมาดแมนเป็นสำคัญสไตล์น้ำหอมผู้ชาย พอมา Extreme กลิ่นจะมีความเป็น Unisex มากขึ้น เพราะความเป็นวานิลลาในนี้นั่นเอง ซึ่งกลิ่นนี้สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันแบบจำกัดจำนวนสเปรย์ ไม่งั้นคนฉีดอาจจะเป็นลมจุกคอหอยไปเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือทั่วๆ ไป จัดได้หมด งดใส่ออกกลางแจ้งหรือออกกำลังกายได้เลย อันนี้ขาดออกซิเจนเอาได้ ส่วนยามค่ำคืนจัดไปแบบที่คนฉีดรับได้แล้วกัน เพราะกลิ่นนี้เปลี่ยนโทนจากรุ่นปกติมาเรียกร้องความสนใจได้น่าดูชมและดมกลิ่นเลยทีเดียว ยิ่งถ้าใส่ไปท่องราตรีแบบมีระดับหรูๆ อันนี้จะเข้าทางมาก บ่งบอกความกรุ้มกริ่มและหรูหราของคนใช้ได้ดีจริงๆ แต่กรุณาหยุดใส่ไปเต้นเด้งริมลานรถบัมพ์หรือว่าเต้นเป็นปลาช่อนโดนทุบหน้าโซนมอเตอร์ไซต์ไต่ถัง เพราะเสียลุคหมด 

ความทน - มากกกกก เรียกว่าทนกว่ารุ่นปกติเยอะเลย เพราะ 8 ชม. เรียกว่าเบสิคกันเลยทีเดียว ส่วนตัวเจอไปที่ 15 ชม. แบบชัดตลอดให้รู้สึกได้เลย กับการฉีดแค่ 3 สเปรย์ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายแบบมาเต็มชัดเจนมาเต็มเลยทีเดียว ก่อนจะลดลงไปกระจายดีในช่วงกลาง แล้วจึงค่อยลดลงไปเรื่อยๆ ตามลำดับ สิ้นสุดที่ออร่ารอบๆ ตัว จนกว่าจะล้างตัวออก ซึ่งกลิ่นก็ยังติดอยู่แม้อาบน้ำล้างออกแล้ว 

ทิ้งท้าย - รุ่นปกติจะให้ความรู้สึกโปร่งสว่างขาวสมคำว่า White Cristal แต่รุ่นนี้จะมาสายสีเหลืองนวลแต่มีความนัวเย้ายวนแผ่กระจายจัดเต็ม โดยมีการเสริมโทนอบอุ่นเย้ายวนเข้มข้นมากขึ้น แตกต่างทางอารมณ์และความรู้สึกในการใช้งานอย่างชัดเจน เรียกว่าใครชอบแบบไหนจัดไป 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ” 

Photo Credit by https://fimgs.net/images/secundar/o.46481.jpg



วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Tom Ford - Private Blend: Cafe Rose

Tom Ford - Private Blend: Cafe Rose 

เมื่อเจอน้ำหอมที่เขาบอกเล่ากันมาว่า Tom Ford ไลน์ Private Blend มีกลิ่นกาแฟที่น่าสนใจมีหรือที่จะไม่ค้นหามาลองตามประสาคนชอบกลิ่นหอมและมีเสน่ห์ที่ดึงดูดของโทนนี้ ซึ่งเมื่อได้เห็นตอนแรกมีความอึ้งนิดๆ เพราะมากับกุหลาบ จนทำให้เดาไปสารพัดไม่น้อยว่างานนี้จะเหมือนกลิ่นไหนในหลายๆ แบรนด์ที่ทำกลิ่นโทนนี้มาก่อนและเคยได้ลองมาหรือไม่ จนเมื่อได้ลองจึงรู้ได้
ว่า 

Cafe Rose เป็นการชูโรงความเป็นกุหลาบที่รองพื้นด้วยการเป็นกาแฟได้น่าดูชมและดมกลิ่นเลยทีเดียว โดยเปิดตัว Top Notes กับกลิ่นอายกุหลาบที่มาแบบไม่ได้แห้งอวลจัดหรือฉ่ำจ๋าๆ สดชื่นแต่ประการใด ให้ความรู้สึกของกุหลาบที่มาแบบนวลๆ ติดใสจางๆ มีความธรรมชาติแบบที่ไม่ได้มาหนักหน่วง มีสไตล์คล้ายน้ำกลิ่นกุหลาบหน่อยๆ โดยจะมีกลิ่นเครื่องเทศที่ออกโทนหวานปนขมอย่างหญ้าฝรั่นเป็นตัวเสริมโทนให้กลิ่นมีความเย้ายวนติดอบอุ่นกำลังดีและมีกลิ่นอายติดสะอาดโทนพริกไทยจางๆ ให้พอรู้สึกได้ กลิ่นจะมีความหวานลึกๆ ตรึงเอาไว้อยู่ ซึ่งกลิ่นกุหลาบจะเริ่มชัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำเข้าสู่ Middle Notes กับการเป็นกลิ่นกุหลาบนวลๆ อมหวานติดสะอาดโปร่งๆ ไม่แน่นไม่อวลจัดๆ โดยที่กลิ่นกาแฟจะเป็นตัวรองพื้นให้ความอะโรม่าติดขมไหม้เล็กๆ เหมือนอารมณ์หลังดื่มกาแฟไปแล้วกลิ่นยังค้างอยู่ ไม่ได้มาในแบบที่เป็นกลิ่นกาแฟขณะชงอะโรม่าขนาดนั้น ซึ่งจะเน้นขับให้กลิ่นกุหลาบมีความหอมนวลมีมิติแบบโปร่งๆ กึ่งดาร์ก ซึ่งกลิ่นยังคงมีความติดหวานกำลังดีจากหญ้าฝรั่นทำให้มีความเย้ายวนติดเซ็กซี่กำลังดีแบบไม่โจ่งแจ้ง เสริมให้กลิ่นกุหลาบที่มีระดับอยู่แล้วให้มีคลาสหรูหรามากขึ้น ซึ่งในช่วงกลางนี้จะเริ่มสัมผัสได้อย่างหนึ่งคือ กลิ่นจะเริ่มมีความอบอุ่นและมีความอ้อยอิ่งนวลๆ คล้ายพิมเสนเสริมเข้ามามากขึ้นตามลำดับ และจะเป็นตัวดึงเข้าสู่ Base Notes กันอย่างชัดเจน ซึ่งกุหลาบจะลดทอนลงไปเข้ากับกลิ่นโทนไม้หอมติดสะอาด มีความครีมมี่เล็กๆ มีความอ้อยอิ่งรื่นจมูกของพิมเสนให้รู้สึกได้ ในเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นโทนวานิลลาบางๆ ที่ออกทางแป้งหน่อยๆ ทำให้ได้ความอบอุ่นที่ติด Smoky จากโทนกาแฟในช่วงกลางที่ยังตามมาอยู่ กลิ่นเลยจะได้อารมณ์แบบแป้งหอมกุหลาบบางๆ ติดขมปนหวานอบอุ่นเย้ายวนแบบไม่หนัก กลิ่นจะออกทางดาร์กอยู่บ้างแต่มีความซีทรูที่ยังจับต้งและมองเห็นได้ เลยจะมีความดึงดูดแบบไม่ได้โจ่งแจ้งเข้ามารวมอยู่ด้วย ทุกอย่างลงตัวและสมดุล เรื่อยๆ มาเรียงๆ แบบที่ชูโรงความเป็นกุหลาบที่ไม่ได้ดูพยายาม Hard Sale จนเกินไป ได้อารมณ์เหมือนนั่งจิบกาแฟแล้วอ่านหนังสือใน Cafe หรูๆ สีออกทางเอิร์ธโทนที่ตกแต่งด้วยกุหลาบแบบกำลังดียังไงยังงั้นเลย 

เหมาะสำหรับ - Unisex ชัดเจน กลิ่นนี้เป็นโทนกุหลาบที่เข้ากับทั้งผู้หญิงและผู้ชายเพราะพื้นฐานของกลิ่นคือความอบอุ่นและมีระดับนั่นเอง ซึ่งเข้ากับทุกเพศวัยเรียนมหาลัยเป็นต้นไป สามารถใส่ได้ในแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือทั่วๆ ไป กลิ่นให้ความมีระดับแบบที่ทันสมัย แต่ให้ตัดการใส่เพื่อกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกายไปได้เลย เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายนี้ และน้ำหอมมันแพงนะตะเอง เปลืองตายชัก ส่วนยามค่ำคืนจัดไปกลิ่นเข้ากับทุกสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นยามราตรีได้หมด ไม่ว่าจะอยู่บ้านเฉยๆ กับแฟน เดินเที่ยวห้าง กินข้าว ออกงานหรู และท่องราตรี กลิ่นทำให้ดูมีระดับและมีรสนิยมที่ดีมากได้เลยทีเดียว 

ความทน - กลิ่นทนดีงามอยู่จะเฉลี่ยที่ราวๆ 8 ชม. เป็นสำคัญ ซึ่งจะมากกว่านี้ได้หรือไม่ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ส่วนตัวเจอไปที่ 10 ชม. กำลังดีกับเทียบเฉลี่ยการใช้ราวๆ 4 สเปรย์ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น และค่อนข้างคงตัว มีลดหลั่นลงไปกระจายปานกลางหลังจากผ่านราวๆ 4 ชม. ไปแล้ว แล้วจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ปิดท้ายที่ Skin Scent ยามเมื่อผ่าน 8 ชม. ที่เหลืออยู่ที่ว่าผิวใครจะเอื้อให้ยาวได้มากกว่านี้ก็ตามแต่ละคนกันไป 

ทิ้งท้าย - เรียกว่าเป็นกลิ่นกุหลาบอีกตัวที่ทำให้รู้สึกว่า เป็นกุหลาบไม่จำเป็นต้องดูพยายามเรียกร้องความสนใจแบบพยายามพรีเซนต์ตัวเองขนาดนั้น มันก็ทำให้รู้สึกน่าสนใจได้ไม่ยาก และแม้ว่ากลิ่นนี้อาจจะทำให้คอกลิ่นกาแฟรู้สึกว่าไม่สุด เพราะไม่ได้เด่นมาก แต่อย่างน้อยได้มาเจอกาแฟบางๆ กลั้วกุหลาบมันก็น่าสนใจอยู่นะนั่น แน่นอนไม่มีกลิ่น Oud ในตัวนี้ด้วยแหละ

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ” 

Photo Credit by https://i1.adis.ws/i/tom_ford/T1-CAFE-ROSE_OC_50ML_A?%24pdp_hero_mob%24



วันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Tom Ford - Private Blend: Tuscan Leather

Tom Ford - Private Blend: Tuscan Leather

ถือเป็นหนึ่งในตัว Top จากไลน์ Private Blend แบรนด์ Tom Ford กันได้เลยทีเดียว กับรุ่น Tuscan Leather ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามในเรื่องความงามของกลิ่นของตัวนี้มาก คราวนี้ก็ได้เวลาที่จะมาเรียนรู้เรื่องกลิ่นจากตัวนี้กันเสียทีว่าจะออกมาในลักษณะไหน

เปิดต้นทางกลิ่นได้น่าสนใจมากกับการสัมผัสได้เลยถึงกลิ่นอายของราสเบอร์รี่ที่มาแบบติดว้าวมาก เพราะเป็นกลิ่นราสเบอรร์รี่ที่ไม่หวานแบบน้ำหอมโทน Fruity ที่เคยได้กลิ่นของผลไม้ตัวนี้มา แต่จะมีความหอมเฉพาะตัวของราสเบอร์รี่เคล้ากับกลิ่นของหญ้าฝรั่นที่จะมาแบบติดโทนหนังและมีกลิ่นขมปนหวานแบบลึกๆ เจือด้วยกลิ่นอายเขียวทึบอมหวานเหมือนแนวๆ ใบไวโอเล็ตเคล้ากับกลิ่นหนังแบบไม่ได้ติดสาปตามเข้ามา กลิ่นจะมีความเป็นสมุนไพรปร่าติดเขียวโปร่งและนุ่มอยู่ด้วย ซึ่งจะผสมผสานกันสร้างออร่าความเป็นกลิ่นโทนหนังติดสดชื่นติดเขียวปนหวานหอมแบบลงตัวก่อน แล้วกลิ่นจะปรับตัวในระยะเวลาไม่นานเป็นกลิ่นหนังที่มาแบบไม่ดิบคล้ายแผ่นหนังชั้นดีที่มีความสะอาดเคล้ากลิ่นหวานจางๆ แต่มีเสน่ห์ของราสเบอร์รี่และติดขมลึกๆ จากหญ้าฝรั่น ซึ่งกลิ่นจะมีความนวลและดึงดูปนเซ็กซี่ให้รับรู้ได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย แล้วกลิ่นโทน Smoky จะเริ่มเข้ามาผสมผสาน เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเข้าสู่ช่วงกลางซึ่งกลิ่นโทนหนังจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นและมีความกึ่งดิบกึ่งนุ่มเคล้าโทนหวานหอมจากราสเบอร์รี่ยังคงอยู่ให้รู้สึกได้ท่ามกลางความดาร์กที่มาจากโทน Smoky ติดเปรี้ยวบางๆ และมีไม้หอมที่ติดเครื่องเทศอุ่นๆ เจือเข้ามา กลิ่นเขียวๆ ติดเย้ายวนได้จางลงไป ทำให้กลิ่นในช่วงนี้จะได้ความรู้สึกกึ่งดาร์กกึ่งสะอาดแห้งๆ มีควาทเท่ห์ปนหวานราสเบอร์รี่จางๆ ซึ่งกลิ่นจะมีความเซ็กซี่ที่มีคลาสมีระดับ ที่แม้จะมาสายสาปปลุกเร้าแต่ว่ามีความนุ่มนวลดึงดูดได้ชัดเจนเลยทีเดียว จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย กลิ่นหนังยังคงปล่อยของกึ่งดิบดาร์กและนุ่มสะอาดได้อยู่ มาลักษณะที่จะได้รับทั้งลิ่นหนังปกติและกลิ่นหนังกลับได้เลย มีความเป็น Rich โทนที่มีระดับจากกลิ่นที่มีความอบอุ่นเจือความเป็นไม้หอมเจือไปตลอด กลิ่นเลยจะมาสายกลิ่นหนังมีระดับและหรูหราในที อารมณ์จะได้ทั้งสะอาดนุ่มอุ่น หรือดิบแต่ไม่สาป มีความเซ็กซี่แบบปลุกเร้าแบบที่มีความนิ่งหรูฉาบหน้าอยู่ได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ - Unisex เลย ยิ่งถ้าใครมีพื้นฐานชอบกลิ่นหนังก็จะฟินกันได้เลย เพราะเนื้อกลิ่นทำมาได้ดีและเซ็กซี่และมีระดับติดหรูหราแกมดาร์กเย้ายวนน่าสนใจจริงๆ แต่กลิ่นนี้มีมุมที่ใส่แล้วทำให้ภูมิฐานได้ด้วย จึงเหมาะกับหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่เพื่อเพิ่มออร่าความภูมิฐานที่เซ็กซี่กำลังดี อบอุ่นน่าเข้าใกล้และทันสมัยสไตล์ TF ได้ไม่ยาก ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งหรือว่าออกกำลังกายเอาจริงๆ ไม่เข้าทางนัก เพราะกลิ่นมีความอบอวลในระดับหนึ่ง แต่ถ้ารอช่วงท้าย ๆก็พอถูไถไปได้อยู่ ส่วนยามค่ำคืนจัดไป กลิ่นบ่งบอกคลาสของคนใส่และดึงดูดมากจริงๆ ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม

ความทน - กราบบบบบ กลิ่นทนมากมาย ขั้นต่ำที่ 8 ชม. และมากกว่านั้นสบายมาก อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวเจอไปที่ 15 ชม. ได้เลยเทียบกับการฉีดที่ 5 สเปรย์

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในช่วงต้น ทำให้รู้ได้เลยว่ากลิ่นหนังตัวนี้มีดีจริงๆ แล้วจะลดลงมากระจายปานกลางแบบลากยาวไปจนถึงช่วงท้าย พอพ้นซัก 8 - 10 ชม. ไปแล้วจะเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัวยาวไป

ทิ้งท้าย - สมแล้วที่เป็นหนึ่งในตัว Top ของไลน์ Private Blend นี้ ทำออกมาได้ดีงามสมความเป็น Tom Ford จริงๆ

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Photo Credit by https://londonprettyboy.files.wordpress.com/2011/10/tuscan-leather.jpg?w=610



วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Etat Libre d’Orange - Rossy de Palma: Eau de Protection

Etat Libre d’Orange - Rossy de Palma: Eau de Protection

Rossy de Palma ถือเป็นหนึ่งในนักแสดงและนางแบบชาวสเปนที่หักปากกาเซียนด้านความสวยแบบที่เราๆ เคยมองกันไปเลย เน้นความมีคาแรคเตอร์ ความเก๋ และความแตกต่างในความงามตามที่ตนเองเป็น และถือเป็นหนึี่งในคนที่ถ่าย Photo Shoot ได้เก๋ลากมาก ร่วมงานกับทั้ง Jean Paul Gaultier และ Thierry Mugler มาแล้ว เป็น Fashion Icon มาตั้งแต่ปลายยุค 80 และทรงอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้เลยก็ว่าได้

เช่นนั้นเมื่อมีความเก๋ลากขนาดนี้ Etat Libre d’Orange เลยเชิิญแม่มาร่วมทำน้ำหอมออกมา (เป็นโปรเจคร่วม Collaboration แรกเริ่มก่อนที่จะมี Tilda Swinton มาร่วมทำ Like This ราวๆ 1 ปี) เช่นนั้น Eau de Protection จะเป็นอย่างไร ต้องลอง

เปิดตัวด้วยความเป็นโทน Fresh Spicy กับเครื่องเทศโทนโปร่งเจือหวานจางๆ จากขิงที่จะเป็นตัวเอกกันเลยในช่วงนี้ แต่จะมีความโปร่งติดเผ็ดกำลังดีจากพริกไทย และมีความเป็น Citrus แทรกอยู่ในเนื้อกลิ่นให้มีมิติของความสดชื่นอยู่  กลิ่นจะสมดุลมากตั้งแต่ตอนแรก ไม่ได้มาหนักหน่วงเกินไป กลิ่นจะออกแนวเผ็ดเจือหวานโปร่งมีโทนสว่างพอให้รู้สึกได้ ซึ่งเพียงวูบเดียวของช่วงต้นจะเริ่มจับได้ว่ากุหลาบค่อยๆ เดินเฉิดฉายออกมาผสมผสานจนกลายเป็นกุหลาบกลั้วเครื่องเทศโทนโปร่งที่เริ่มเปลี่ยนจากความสว่างมาเป็นความดาร์กแบบไม่ได้ข้น มีความโปร่งอยู่ไม่หนีไปไหน ทั้งหมดจะยกทีมเข้าสู่ช่วงกลางโดยที่ความเป็นกุหลาบจะเริ่มมีกลิ่นอาย Metallic ติดเขียวเจือเครื่องเทศโทนโปร่ง มีอารมณ์แบบกลิ่นเลือดอย่างบอกไม่ถูก ทำให้ได้ความรู้สึกแบบกุหลาบแดงที่มีหยดเลือดเปรอะบนดอกแบบไม่ได้ฉ่ำมาก อารมณ์เลยจะได้แบบดาร์ก ดุ และสวยงามในเนื้อกลิ่นที่ไม่ได้มาหนักหน่วง แอบทำให้รู้สึกถึงความดึงดูดกับกลิ่นได้ดีมาก  มีความเยือกเย็นในระดับหนึ่งเลยทีเดียว พอผ่านไปซักระยะกลิ่นของโทนอบอุ่นจะเริ่มแทรกขึ้นมาเรื่อยๆ ดึงเข้าสู่ช่วงท้ายที่จะเริ่มเป็นโทนอบอุ่นที่มีความดาร์กน่าค้นหาแบบไม่ได้ข้นนวล ซึ่งกุหลาบจะลดทอนลงมาผสมผสานกับกลิ่นโทนธูปจะมาแบบอ้อยอิ่งเคล้ากับพิมเสนที่ให้ความดาร์กแต่ไม่ดิบมีความนวลระดับหนึ่ง กลิ่นอบอุ่นจะจับได้ที่ความเป็นกำยานที่มาแบบนวลๆ นัวๆ แบบกำลังดี แอบมีกลิ่นโทนโกโก้ที่ให้ความรู้สึกขมนวลเสริมความอบอุ่นได้อย่างลงตัว กลิ่นโทน Metallic ที่ให้อารมณ์คล้ายเลือดจะลดทอนลงเหลือจางๆ เป็นสายสนับสนุนให้ยังรู้สึกได้บางๆ กลิ่นช่วงนี้ถือว่าตอบโจทย์คำว่า Protection ได้ชัดเพราะกลิ่นโทนอบอุ่นมันสื่อสารถึงการปกป้องได้ดีด้วย

ภาพรวมของน้ำหอมรุ่นนี้เลยจะได้ความรู้สึกที่หลากหลายบนพื้นฐานของความเป็น “กุหลาบ” ที่เป็นหัวใจหลักของกลิ่น ล้อมไปด้วยความสว่าง ความดาร์กมืด ความดุ ความเฉียบ ความดึงดูด ความอบอุ่น และการปกป้องได้ชัดเจน กลิ่นนี้แบบนี่แหละ “คุณแม่” ที่ใครยากจะเลียนแบบได้เหมือนอย่าง Rossy de Palma

เหมาะสำหรับ - แม้ว่้ากลิ่นนี้จะตราเอาไว้ว่าเป็นน้ำหอมของผู้หญิง แต่เอาจริงๆ มัน Unisex มากกกกกกก เป็นกุหลาบที่กลางๆ พอในการใช้งานของทุกเพศเลย ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันเพราะกลิ่นไม่ได้หนักหน่วงมาก ปล่อยพลังแบบกำลังดี เลยจะเข้ากับหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ซึ่งจะใส่ออกงาน พบปะผู้คนก็ได้ จะให้อารมณ์ของความมั่นใจ วางตัวมีความเฉียบคมแบบที่น่าค้นหาได้เป็นอย่างดี หรือจะใส่ทำงาน ใส่แบบทั่วไปก็สามารถ แต่งดใส่ออกกำลังกายจะดีที่สุดเพราะกลิ่นไม่ได้เข้าทาง ส่วนยามค่ำคืนอันนี้เข้าทางได้อยู่ ใส่ออกงานก็ได้ ใส่แบบท่องราตรีก็สามารถให้อารมณ์มั่นๆ แบบมีคลาส ไม่ได้ไก่กา และไม่ได้กินดันได้ง่ายๆ แต่ยังมีโทนดึงดูดให้รู้สึกได้นั่นเอง

ความทน - กลิ่นทนดีงามมากกับ 8 ชม. ขึ้นไปสบายๆ ซึ่งจะมากกว่านั้นหรือไม่อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ส่วนตัวเจอไป 12 ชม. กับวันอากาศร้อนๆ เหงื่อซึมตลอดวัน และ 15 ชม. กับการอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน เรียกว่า กราบบบบบแม่เลยทีเดียว

การกระจาย - กลิ่นไม่ได้กระจายหนักหน่วง ออกแนวกระจายปานกลางตั้งแต่ช่วงต้นลากยาวไปจนถึงช่วงท้าย ก่อนจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวเมื่อผ่านซัก 8 ชม. ไปแล้วแบบค่อยๆ ไม่ได้กระโตกกระตาก แล้วเป็น Skin Scent ตอนผ่านไปซัก 10 ชม.

ทิ้งท้าย - ผมเองใช้กลิ่นกุหลาบได้ เขียนบอกเล่าได้  แต่ไม่ได้ถึงกับรักเพราะมันไม่ใช่ทางสไตล์ผมเท่าไหร่ แต่แปลกตัวนี้ดันเข้ากับลุคของผมมากจนน่าตกใจ ยิ่งช่วงกลางนี่เป็นช่วงที่ทำเอาประทับใจในกลิ่นที่มีชั้นเชิง ไม่ได้โฉ่งฉ่าง ออกแนวร้ายแบบมีสติเมื่อจำเป็นได้ดีมาก แหมมมม โดนเต็มๆ กันเลยทีเดียว  

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า ”เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ”



วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Monotheme Fine Fragrances Venezia - Vetiver Bourbon

Monotheme Fine Fragrances Venezia - Vetiver Bourbon

ไม่รู้จัก Monotheme (ขอเรียกสั้นๆ) มาก่อนเลยด้วยซ้ำ จนมาวันหนึ่งได้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์แนะนำมาว่า ตัวนี้ดีมากกก เลยทำให้รู้จักแบรนด์นี้กันเต็มๆ มากขึ้นว่ามาจากอิตาลี และอยู่ในเครือใหญ่ทางด้านน้ำหอมอย่าง Mavive Vanezia ที่มีแบรนด์น้ำหอมและบอดี้แคร์ในอยู่เครือมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Pino Silvestre, Police หรือ Zippo เลยถามไถ่ทั่วหล้าว่าใครไปอิตาลีรบกวนช่วยฝากดูกันเลยทีเดียว จนกัลยาณมิตรท่านหนึ่งได้สอยมาฝาก เช่นนั้นเมื่อได้มากับรุ่นที่รับรู้มาว่าดีมากอย่าง Vetiver Bourbon ก็ต้องมาบอกเล่ากันหน่อยว่ากลิ่นเป็นอย่างไรบ้าง 

Top Notes เล่นเอาสดชื่นกันเลยทีเดียว แต่ไม่ได้มาสายคมพุ่งปรี๊ดนัก แบ่งสมดุลกันได้อย่างลงตัวระหว่างความเป็นโทน Citrus ของเลมอน ความเป็นสมุนไพรของโกฐจุฬาลัมพา (Artemisia) ที่ให้ความเขียวติดขื่นตามธรรมชาติ และความเป็นโทน Spicy เผ็ดปร่าโปร่งสดชื่นของเม็ดผักชี กลิ่นจะผสมผสานกันอย่างลงตัว ให้ความเป็น Spicy Herbal Citrus ที่ฟุ้งกระจายออกมาในโทนสว่างและสะอาดมาก โดยที่จะจับได้ถึงกลิ่นอายสดชื่ื่นติดไม้หอมของหญ้าแฝกและกลิ่นติดเขียวสากจางๆ อยู่เป็นตัวรองพื้นที่จะเป็นตัวดึงเข้าสู่ Middle Notes กับการเป็นกลิ่นหญ้าแฝกที่สดชื่นมีความฉ่ำจากโทน Citrus ติดเขียวสมุนไพรที่ตามมาจากตอนต้น และจะมาเคล้ากับกลิ่นอายดอกส้มที่มาแบบใสๆ ให้กลิ่นมีมิติของความสดชื่นที่โปร่งสว่างที่ยังคงอยู่ สนับสนุนให้หญ้าแฝกที่เด่นขึ้นมาเป็นกลิ่นสะอาดเจือไม้หอม กลิ่นอยู่ระหว่างความแห้งและความฉ่ำได้เป็นอย่างดีมาก ยังเจือกลิ่นสากเขียวที่เริ่มจะชัดขึ้นมาอย่าง Oak Moss ที่ให้ความรู้สึกแบบแมนๆ ติดคลาสสิคกำลังดีลากยาวไปจนถึง Base Notes โดยคราวนี้จะเป็นกลิ่นหญ้าแฝกที่มาสายไม้หอมแห้งๆ กลั้วกลิ่นเขียวติดสากเท่ห์ๆ ของ Oak Moss ชัดเจน ซึ่งจะยังสัมผัสได้ถึงความสดชื่นที่ยังมีอยู่ในเนื้อกลิ่น ซึ่งคุมโทนความสว่างและสะอาดชัดเจนตั้งแต่ต้นยันจบ ได้ความรู้สึกเหมือนผู้ชายสบายๆ สะอาดสะอ้าน ลุคร่วมสมัยที่คาบเกี่ยวความเป็นแนว Modern เคล้าความคลาสสิคแบบหวีผมเรียบแปล้ ใส่เสื้อสีขาวนวลตา นั่งผ่อนคลายท่ามกลางอากาศดีที่ปลอดโปร่งตามนี้เลย

เหมาะสำหรับ - ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถจัดตัวนี้ได้เแล้ว เพราะมันเป็นกลิ่นสะอาดที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ง่ายมาก แม้ว่าจะมีความคลาสสิคในเนื้อกลิ่นเจืออยู่ก็ตาม กลิ่นนี้เรียกว่ากวาดหมดทุกการใช้งานยามกลางวัน มีความครอบจักรวาลชัดเจน ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นนี้ไว้ใส่ยามอากาศร้อนๆ ให้สดชื่นสะอาดผ่อนคลายสบายใจ ให้คนที่อยู่ใกล้ๆ สบายจมูกและรู้สึกดี หรือใส่ไปทานข้าวนอกบ้าน เดินเล่นห้างได้หมด แต่กลิ่นไม่เข้าทางกับการใส่ไปท่องราตรีนักเพราะโดนกลิ่นสายหวานอวลกลบแน่นอน 

ความทน - นี่คือสิ่งดีงามมมมมมม เพราะว่ากลิ่นทนมากถ้าวัดโดยเฉลี่ยก็ 8 ชม. สบายๆ ในหลายๆ สภาพผิว อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด โดยส่วนตัวเจอความทนไปที่ 12 ชม. สบายมากไม่ว่าจะเจอเหงื่อ เจอความชื้น เจอการโต้ลมจากการขี่มอเตอร์ไซต์กลิ่นยังอยู่ไม่หนีไปไหน กับจำนวน 6 สเปรย์ อันนี้ยกดาวให้ทั้งฟ้าจริงๆ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมาปานกลางในช่วงกลาง แล้วจะเริ่มเป็นออร่าความสะอาดแมนๆ สบายๆ ในช่วงท้าย พอพ้นไปซัก 8 ชม. กลิ่นจะเริ่มเป็น Skin Scent ที่ตีขึ้นยามร่างกายขยับเนื้อตัว 

ทิ้งท้าย - นี่คือหนึ่งในกลิ่นหญ้าแฝกที่ดีที่สุดตัวนึงของผมเลยทีเดียว ที่ให้ความรู้สึกสะอาด สบาย โปร่ง และมีความดีงามในตัวสูงมาก คลาสสิคก็ได้ สบายๆ สไตล์ Modern แต่มินิิมัลก็ได้ ให้ตำแหน่ง #ของดีเทคนิคไม่ต้อง ก็ยังไม่พอ ขอยกดาวให้ทั้งฟ้ากับคุณภาพที่เกินราคาไปมากโขจริงๆ ด้วยเลย

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Photo Credit by http://asset1.marksandspencer.com/is/image/mands/SD_07_T23_3909I_NC_X_EC_0?%24PDP_MAXI_ZOOM_NEW%24

วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Yves Rocher - Naturelle Osmanthus

Yves Rocher - Naturelle Osmanthus

จากหนึ่งในรุ่นยอดฮิตของ Yves Rocher ที่อยู่ยั้งยืนยงมายาวนานอย่าง Naturelle ตั้งแต่ปี 2008 กับกลิ่นอายสดชื่นเขียวปนดอกไม้สบายๆ ใช้ง่ายเว่อร์ และมีแตกแยกย่อยขวดทรงเดียวกัน แต่เปลี่ยนชื่อรุ่นกันไปก็พอสมควร จนมาถึงปี 2015 ที่ตัว Naturelle เองได้มีผู้สืบทอดอย่างแท้จริงแล้ว กับการเอา Osmanthus หรือดอกหอมหมื่นลี้มาชูโรง ซึ่งกลิ่นจะเป็นยังไง ได้เวลาพิสูจน์ 

Naturelle Osmanthus เรียกว่าเอาความเป็นรุ่นปกติมาเพิ่มเติมโทนดอกไม้ใสๆ ลงไป แต่จะมีความหอมอ่อนหวานเคล้ากลิ่นใสๆ แบบที่ Naturelle เคยทำไว้ โดย Top Notes จะมากับโทนดอกไม้ผสมผสานกับกลิ่นอายของ Citrus ที่มาแบบสดใสและบ่งบอกถึงความเป็นหญิงกันอย่างชัดเจน กลิ่นของเลมอนจะเด่นขึ้นมามีกลิ่นอายเขียวๆ ติดสมุนไพรแห้งแต่โปร่งอมหวานกำลังดี โดยที่จะมีโทนผลไม้สดชื่นแบบแอปเปิ้ลเขียวติดเปรี้ยวให้ความน่ารักสดใส ตามด้วยกลิ่นดอกไม้ใสๆ อ่อนโยน ซึ่งกลิ่นเปิดเป็นช่วงที่วสามารถทำให้ชอบได้เลยเพราะไม่ได้ซับซ้อนแต่หอมแบบเข้าถึงง่ายมาก จนเมื่อเข้า Middle Notes กลิ่นโทนดอกไม้หอมหวานติดกลิ่นแอปริคอตนวลรื่นจมูกและหวานละมุนจะเริ่มดันขึ้นมาซึ่งกลิ่นจะได้อารมณ์ใกล้ๆ ความเป็นดอกหอมหมื่นลี้หรือOsmanthus ได้อยู่ แต่ว่าจะไม่ได้มาสายข้นนวล เพราะความใสของเนื้อกลิ่นยังคงอยู่ชัดเจนจากโทน Citrus ในตอนต้นที่ยังตามมาเด่นตีคู่ในช่วงนี้ แถมด้วยมีโทนดอกไม้ขาวที่มาแบบใสๆ ของมะลิคลอเคลียให้ความอ่อนโยนสบายๆ รื่นจมูกไปตลอด คงคอนเซปท์ความเป็นกลิ่นอายสดใสและธรรมชาติได้ลงตัว แล้วกลิ่นอายของไม้หอมติดโปร่งๆ จะดันขึ้นมาแบบเนียนๆ บางๆ นำเข้าสู่ Base Notes ในช่วงท้าย ซึ่งจะคงสไตล์กลิ่นบางเบาสบายๆ เป็นสายสนับสนุนแบบอ้อยอิ่งไม่แย่งซีนกลิ่นโทนดอกไม้ในช่วงกลางที่หอมสดชื่นที่ยังตามมาในช่วงนี้ เพียงแต่ว่าจะลดระดับลงมาแบบสบายๆ ในเนื้อกลิ่นจะพอสัมผัสได้ถึงความสะอาดของ Musk ที่มาแบบเบาๆ เลยจะทำให้รู้สึกถึงความสดชื่นบางๆ กำลังดี บางหวานโปร่งใสที่ไม่ลั่นล้าเกินเหตุ และมีความอ่อนโยนติดคุณหนูหน่อยๆ แบบลงตัวได้เลยทีเดียว 

เหมาะสำหรับ - ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียน ม.ต้น ก็สามารถใส่ได้แล้ว กลิ่นมีความเป็นโทนมหาชนชอบ ใครได้กลิ่นมักไม่ยี้ เพราะสบายจมูกมาก ซึ่งสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลย ออกกำลังกายก็ได้ เพราะกลิ่นไม่ได้หนักหน่วงมาก แต่อาจจะไม่ได้ดู Sport Girl/Woman นัก เพราะมันมีความอ่อนโยนสบายๆ ยิ่งอากาศประเทศไทย กลิ่นนี้เข้าทางสุดๆ ส่วนยามค่ำคืนเน้นใส่สบายๆ อยู่กับบ้าน อยู่กับแฟน หรือว่าออกแนวเดินห้างน่าจะดีกว่า กลิ่นไม่เข้าทางการใส่ไปเต้นเด้งหน้าเด้งหลังเด้งก้นหาเหยื่อ ดึงดูดความสนใจยามท่องราตรีแต่ประการใด ส่วนคุณผู้ชายถ้าไม่มายด์ความเป็นโทนดอกไม้ใสๆ ก็พอใส่ได้อยู่ เพราะช่วงท้ายๆ ติด Unisex ได้บ้าง 

ความทน - ราวๆ 6 ชม. เป็นสำคัญ อาจจะมีบวกลบราวๆ 2 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายปานกลางๆ สบายๆ ในตอนต้น เรียกว่าเปิดมาก็ทำให้รู้ได้เลยว่า กลิ่นมาสาย Safe Scent และเป็นกลิ่นที่ใส่เถอะยังไงก็หอมชัดเจน แล้วจึงลดลงมากระจานแบบเป็นออร่ารอบๆ ตัว ก่อนจะเป็น Skin Scent ในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - เอาตำแหน่งนี้ไปก่อนได้เลย มันใช่มาก #ของดีเทคนิคไม่ต้อง เพราะกลิ่นนี้มันหอมแบบไม่ต้องการความลึกล้ำอะไรให้มากมาย ใส สว่าง โทนชมพูอ่อน เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับกลิ่นดอกไม้ได้ดีมากเลยทีเดียว ซึ่งถือว่า Yves Rocher ทำน้ำหอมได้ดีเสมอต้นเสมอปลายโดยที่ราคาเป็นมิตรมากกว่าที่คิดเสียด้วยซ้ำไป

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ” 

Photo Credit by 
http://w23.yves-rocher-statics.com/medias/sys_master/retina/images/h80/h8c/8823269916702.jpg 

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Lacoste - Style in Play

Lacoste - Style in Play 

ส่วนใหญ่เรามักจะได้เจอน้ำหอมที่เป็นโทน Sport เสมอจาก Lacoste ซึ่งแม้จะมีน้ำหอมโทนแน่นๆ หรูๆ บ้าง แต่ก็โดนแย่งซีนเสมอ ในเมื่อเขามีความเป็น Sport ที่้พร้อมกว่า ลูกเล่นทางด้าน Sport ก็สามารถทำให้มีอารมณ์อื่นๆ
 ผสมผสานได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็มีรุ่น Style in Play ที่ทำออกมาได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะ 

โทนกลิ่นแม้จะไม่ได้มาแบบลั่นล้าจัดจ้านออกแนวผลไม้จ๋าๆ แต่ถือว่าเป็นการบิดโทนผลไม้สดใสกับโทนเขียวๆ สดชื่นให้ได้อารมณ์ของการเป็นโทนสีแดงได้ดีมากกับการเปิด Top Notes ด้วยกลิ่นออกทางเปรี้ยวสดชื่นของผลไม้โทนแอปเปิ้ลเขียวที่จะเด่นเป็นสง่าชัดเจนมาก โดยจะมีกลิ่นอาย Citrus กลั้วความเขียวสดชื่นติดไม้หอมจางๆ กลิ่นจะพุ่งพอสมควรแต่ไม่ได้ถึงกับคมจัดพุ่งทะลุบ้านอะไรนักเพราะต้องให้เครดิตแก่แอปเปิ้ลเขียวที่กลิ่นคุมโทนได้ดีไม่คมจัดแต่ยังคงสดชื่นแฝงด้วยความกรุ้มกริ่มได้ลงตัว ส่งต่อไปยัง Middle Notes ที่กลิ่นจะเริ่มลดโทนความเปรี้ยวหอมติดผลไม้ลงมาหน่อยเพราะกลิ่นของมะลิจะเป็นตัวเสริมให้มีความนวลๆ สบายมากขึ้น โดยที่เนื้อกลิ่นยังมีกลิ่นโทนเขียวๆ สดชื่นติดสะอาดอยู่และมีความเป็นไม้หอมที่ชัดขึ้นมามาก ทำให้โทนสดใสติดเขียวแต่ให้อารมณ์สีแดง ในตอนแรกจะเป็นลักษณะที่เฉดอ่อนลง ยืนพื้นที่ความสดชื่นอยู่ มีความสปอร์ตเจือจางๆ แต่ความเท่ห์สบายๆ เริ่มมีความขึ้นตามลำดับ นำไปสู่ Base Notes ที่ความสดชื่นยังคงตามมาอยู่จากโทนผลไม้ แต่กลิ่นจะลดทอนลงมาเบาๆ ได้ความนุ่มของ Musk ที่เป็นตัวรองพื้นในช่วงนี้ช่วยให้กลิ่นมีความสดชื่นติดสะอาดลงตัว โดยมีกลิ่นไม้หอมแห้งๆ อ่อนๆ สบายๆ กับกลิ่นโทนนวลๆ ของพิมเสนที่ทำให้กลิ่นมีเสน่ห์ขึ้นมา ภาพรวมจึงเป็นน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยสดชื่นแบบไม่ได้มาสายจัดชื่นเข้าไป แต่ได้ความกรุ้มกริ่ม เปลี่ยนความรู้สึกที่ควรจะเป็นจากเขียวเป็นโทนสีแดงลั่นล้าติดเท่ห์คูลได้ดี มีความเยาว์วัยและมีความสปอร์ตจางๆ ให้ไม่ออกทางเจ้าเสน่ห์ลั่นล้าเกินกว่าเหตุนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - กระทาชายทุกเพศ ตั้งแต่วัยเรียนม.ปลาย ขึ้นไปก็สามารถจัดตัวนี้ได้แล้ว เพราะกลิ่นใช้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย อาจจะไม่ได้มาสายสดชื่นจัดๆ แบบที่มักจะเห็นจากแบรนด์นี้ แต่ก็มีความแตกต่างออกมาไม่เหมือนใครได้ดีเลย ซึ่งสามารถใส่ได้ในแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวัน โดยเฉพาะใส่แบบทั่วๆ ไป ไม่ใช่แนวทางการจัดๆ ที่ต้องรับแขกบ้านแขกเมือง เพราะกลิ่นอาจจะทำให้รู้สึกว่าลั่นล้าเอาได้ ส่วนยามค่ำคืนถ้าใส่แบบทั่วๆ ไป Party แบบ Outdoor หรือเดินชิลล์ๆ ตามห้าง กลิ่นถือว่าดีงาม แต่ถ้าใส่ไปหาเหยื่อตามสถานที่ท่องราตรี ตัวนี้อาจจะต้องอัดเสปรย์กันน่าดูชม เพราะโดนกลบจากโทนหวานๆ เอาได้ 

ความทน - น่าสนใจกับที่ราวๆ 6 ชม. มีบวกลบบ้างประมาณ 2 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวจัดไป 6 สเปรย์ยามอากาศร้อนๆ ไม่ได้อยู่ห้องแอร์ กลิ่นลากไปที่ประมาณ 8 ชม. ได้อยู่ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลาง และเป็น Skin Scent ในช่วงท้ายจนกว่าจะหายไปจากผิว 

ทิ้งท้าย - กลิ่นได้อารมณ์ของความเป็น Summer ติดกรุ้มกริ่มมาก โดยที่ไม่ได้มาสาย Sport จ๋าๆ ซึ่งถือว่าใช้ง่ายแบบที่มีความเป็นตัวเอง ไม่ต้องเหมือนใครมากแถมดูวัยรุ่นซะด้วย ^^

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - http://cdn.fragranceexpert.com/media/catalog/product/cache/1/image/9df78eab33525d08d6e5fb8d27136e95/l/a/lac00166_1.jpg



วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560

Review: Jo Malone - Wood Sage & Sea Salt

Jo Malone - Wood Sage & Sea Salt 

เรียกว่าเป็นอีกตัวที่มองข้ามมาตลอดของ Jo Malone เพราะมักมีตัวอื่นที่มาจูงใจให้เกิดความน่าสนใจมากตลอดโดยเฉพาะโซน Intense ขวดดำที่มักจะทำให้กิเลสพุ่งอยู่ร่ำไป จนวันหนึ่งสบโอกาสได้มาลองและใช้แบบเต็มๆ ซึมซับจนได้ที ทำให้รู้ได้เลยว่า

Wood Sage & Sea Salt กลิ่นดีกว่าที่เคยคิดไว้ในใจอย่างมาก เพราะเปิดมากับกลิ่นสดชื่นแบบวันฟ้าโปร่งติดเค็มจางๆ โดยตัวเด่นนำที่ทำให้กลิ่นมีความสดใสปลอดโปร่งคือเกรฟฟรุต กลิ่นจะไม่ได้มาแนวเปรี้ยวสดชื่นจัดๆ นัก เน้นความผ่อนคลายและสะอาดมากกว่า โดยมีกลิ่นติดเปลือกเกรฟฟรุตติดขมเปรี้ยวนิดๆ ที่ให้ความรู้สึกอะโรม่ารื่นรมย์ท่ามกลางการเป็นสไตล์ Cologne สดชื่นโปร่งสว่างกระปรี้กระเปร่าแบบอากาศยามเช้า กลิ่นมีความแห้งในระดับหนึ่ง ไม่ได้ถึงกับฉ่ำเกินไปนัก และจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นติดเขียว Spicy โปร่งๆ ติดปร่าเจือพริกไทยนุ่มสะอาดเจือไปด้วยตลอด ซึ่งนี่แหละเซจ (Sage) ที่มาสื่อถึงกลิ่นอายหลักของกลิ่นตามชื่อรุ่นชัดเจน พอเข้าช่วงกลาง ความเป็นโทนสดชื่นปลอดโปร่งของเกรฟฟรุตจะจะลดทอนลงมาให้กลิ่นของเซจยังคงอยู่ให้ความรู้สึกสะอาด ซึ่งกลิ่นติดเค็มจางๆ ก็ยังคงอยู่ ให้ความรู้สึกแบบกลิ่นอายทะเลที่ไม่คาวได้ความรู้สึกผ่อนคลายแบบเดินเล่นริมทะเลยามเช้าค่อนไปทางสายๆ อากาศสบายๆ ซึ่งในช่วงนี้จะพอจับได้ว่ามีกลิ่นสาหร่ายเจือแบบบางเบามากให้กลิ่นความเป็นไอเกลือบางๆ มีความชัดขึ้นมา ซึ่งกลิ่นจะไม่ได้มีความคาวสาหร่ายหรือคาวเกลือทะเลเข้มๆ แต่ประการใด ต้องยกความดีความชอบให้เซจและเกรฟฟรุตที่คุมโทนตรึงไม่ให้กลิ่นออกทางทะเลจัดๆ เกินไป และผสมผสานออกมาเป็นกลิ่นสะอาดติดเค็มบางๆ ตามธรรมชาติจริงๆ จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายกลิ่นอายของ Musk ที่ให้ความนุ่มสะอาดจะเป็นตัวเด่นรองพื้นหลัก ตีคู่กับกลิ่นไม้แห้งๆ ที่ทำให้กลิ่นคุมโทนความสะอาดไม่หนีไปไหน โดยที่ยังมีกลิ่นอายเค็มๆ เจือ จะได้อารมณ์แบบผิวกายสะอาดๆ ที่ผ่านลมทะเลมา เรียกว่าภาพรวมเป็นกลิ่นราวกับไปเดินเล่นที่ริมทะเลยามเช้าและอากาศสดชื่นผ่อนคลายประมาณนั้นเลย

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศตั้งแต่เด็กน้อยวัยประถมขึ้นไปก็สามารถแล้ว กลิ่นเข้าถึงได้ง่ายมาก สะอาด และผ่อนคลาย เข้าถึงได้ง่ายแบบที่มหาชนชอบและมีความเป็น Safe Scent สูง จึงทำให้สามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันกวาดหมด เพราะกลิ่นไม่รบกวนใครให้ความสะอาดเป็นหลัก ส่วนยามค่ำคืนถ้าเน้นความสดชื่นสะอาดตัวนี้เหมาะมาก แต่ถ้าใส่ไปท่องราตรี เชิญข้ามไปเถอะกลิ่นนี้เบาไป

ความทน - ราวๆ 4 ชม. อาจจะมีบวกลบบ้างราวๆ 2 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ​ ซึ่งก็ตามสไตล์ของการเป็น Eau de Cologne ส่วนตัวเจอไปที่ 6 ชม.กำลังดีเลยทีเดียว กับการใช้ที่ 6 สเปรย์

การกระจาย - กลิ่นกระจายปานกลางให้ความสดชื่นรื่นรมย์ในช่วงแรก แล้วจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัวไม่นาน ก็จะลงเป็น Skin Scent ให้ความสะอาดปลอดภัยเรื่อยๆ จนกว่าจะหายไปจากผิว

ทิ้งท้าย - เดิมทีเป็นคนที่เจอกลิ่นออกแนวทะเลที่ติดคาวๆ หรือว่ากลิ่นสาหร่ายจัดๆ แล้วจะมีความมึนหัว แต่พอมาเจอตัวนี้ ต้องยอมใจว่าคุมโทนของเป็นเซจและเกลือได้ลงตัวสะอาดและปลอดภัยมาก แถมไปด้วยความเป็นธรรมชาติที่เรียบนิ่งกำลังดี Minimalism ชัดเจน

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Photo Credit by http://www.theperfumegirl.com/perfumes/fragrances/jo-malone/wood-sage-and-sea-salt/images/wood-sage-and-sea-salt-ad-lg.jpg