วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Britney Spears – Hidden Fantasy

Britney Spears – Hidden Fantasy

เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักขุ่นแม่ Britney Spears กันแน่ๆ รวมถึงในแวดวงน้ำหอมที่เป็นหนึ่งใน Celebrity Brand ที่ฮิตติดลมบนมาตลอดไม่เคยลดราวาศอกแต่ประการใ และไม่มีใครสามารถโค่นตำแหน่งน้ำหอม Celeb ที่ขายดีที่สุดมาอย่างยาวนานไปได้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าตัวยอดฮิตของแบรนด์นี้จะหนีไปไหนไม่ได้นอกจากรุ่น Fantasy ที่ใช้กันให้รึ่มไม่พอ ยังมีของปลอมกับน้ำหอม cc กล
ิ่นนี้เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดด้วยเช่นกัน แต่

จะไม่พูดถึงรุ่นฮิตอย่าง Fantasy เพราะว่าไม่เคยใช้มาก่อนเลย (ไม่ใช่กลัวใช้แล้วจะร้องเพลงลิ้นบวมคับปาก แต่เพราะดมแล้วมันส๊าววววสาวววไปหน่อย) ก็มารุ่นหลานเหลนโหลนอย่าง Hidden Fantasy ดีกว่า เพราะเตะตากันเต็มๆ กับขวดสีแดงแรงฤทธิ์ ว่าจะเป็นอย่างไรและสาวขนาดไหนบ้าง 

ต้องบอกว่า สาวได้อี๊กกกกกแม้ว่ากลิ่นอายจะมีความเป็นCitrus เด่นนำก็เถอะ แต่กลิ่นมีความสาวแบบขี้เล่นได้น่าสนใจมาก เพราะเปิดตัว Top Notes กับกลิ่นอายของความเป็นส้มมาเลย แต่กลิ่นส้มที่ได้รับนี่จะออกมาทางปรุงแต่งสังเคราะห์เลยจะได้อารมณ์แบบกลิ่นส้มที่เป็นลักษณะใส่ในขนม ลูกอม หรือออกแนวน้ำส้มที่เป็นน้ำอัดลมหรือพวกใส่ในค็อกเทลพอสมควร (มาลักษณะส้มแนวๆ A*Men Ultra Zest ในระดับหนึ่ง) ซึ่งกลิ่นเรียกว่าทำให้รับรู้ได้เลยว่านี่และกลิ่นส้ม อาจจะมีไพล่ไปทางกลิ่นเชอร์รี่หน่อยๆ เพราะในเนื้อกลิ่นจะมีความหวานเจือให้รับรู้ได้ ที่สำคัญกลิ่นมีความซ่าปร่าในตัวระดับหนึ่งให้ความความลั่นล้าชัดเจน และกลิ่นโทนนี้แหละจะอยู่แบบยาวไปจนถึงต้นช่วงท้ายๆ โดยผสมผสานกับโทนกลิ่นแต่ละช่วงโดยคงลายเซ็นความเป็นส้มร่าเริงแบบนี้ให้รับรู้ได้ตลอด ซึ่งเมื่อเข้า Middle Notes กลิ่นจะเริ่มมีความหวานมากขึ้นแอบจับได้ถึงความเป็นวานิลลาแบบเบาๆ แต่ยังคงความเป็นส้มลั่นล้าอยู่ และความซ่าแบบโซดาป็อปก็จะเริ่มจับได้ชัดว่ามาจากโทน Fresh Spicy โปร่งๆ เผ็ดปร่าของกานพลู แต่มาในลักษณะที่กลางๆ เพราะมีโทนแนวๆ ดอกไม้ขาวมาตัดทอนให้กลิ่นมีความนวลลงมาในระดับหนึ่ง กลิ่นเลยจะหวานกำลังดี ไม่ได้ฉ่ำโบ๊ะจนเลี่ยน เพราะถือว่าสมดุลกันดีเลยระหว่างความเป็นส้มซ่าๆ ความนวล และความหวาน ส่งต่อให้ Base Notes ที่คราวนี้ความหวานจะเริ่มมีความอบอุ่นเข้ามาเสริม เพราะวานิลลาที่จับได้แบบเบาๆ ในตอนแรกจะชัดขึ้น และมีกลิ่นอายแบบนวลหวานติดกลิ่นไม้หอมนวลๆ ที่เป็นโทนอบอุ่น และมีความเป็นโทนดอกไม้ขาวจางๆ กลั้วกับกลิ่นส้มซ่าๆ โซดาป็อปที่ตามมาจากช่วงกลางเสริมเข้ามาแบบค่อนไปเบามาแบบสายสนับสนุนให้กลิ่นยังคงคุมโทนลายเซ็นความลั่นล้าได้เช่นเคย เช่นนั้นภาพรวมน้ำหอมตัวนี้ของขุ่นแม่หอกศรีมาในลักษณะสาวลั่นล้าสนุกสนาน ที่มีความใช้ง่ายเข้าถึงง่าย ลงลายเซ็นลักษณะความหวานสไตล์น้ำหอม Celeb ได้ดีและครบถ้วนไม่มีผิดเพี้ยน 

เหมาะสำหรับ สาวๆ เลย กลิ่นนี้เป็นของคุณได้หมดตั้งแต่สาวน้อยวัยละอ่อนแบบ ม.ต้น จนถึงวัยที่ยังอยากใช้ Britney อยู่ กลิ่นเข้าถึงง่ายจริงๆ มีความลั่นล้าชัดเจน ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ที่ไม่ได้เป็นทางการมากนัก ใส่ทำงาน Office นี่ได้อยู่ แต่ถ้าใส่ไปรับแขกบ้านแขกเมืองหรือทางการจัดๆ ไม่ค่อยเข้าทีเท่าไหร่ ใส่แบบทั่วๆ ไป ทั้งในร่มและกลางแจ้งได้หมด ส่วนออกกำลังกายให้รอช่วงท้ายๆ จะดีกว่าส่วนยามค่ำคืน ถ้าเป็นปาร์ตี้แบบเฮฮาสบายๆ ไม่ได้เน้นว่าจะต้องไปยั่วยวนอะไร ตัวนี้ใส่ได้ ดูลดอายุได้ แต่ถ้ากะจะเอาไปปล่อยของยามท่องราตรี อัดสเปรย์ก็พอไหวอยู่ 

ความทน อยู่ที่ประมาณ 6 – 8 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ อาจจะมากกว่านี้ได้ถ้าอัดสเปรย์เหมาะสม 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น แล้วจึงลดลงมาเป็นกระจายแบบปานกลาง ก่อนจะเป็นออร่ารอบๆ ตัว ค่อนไปทาง Skin Scent ในช่วงท้าย พอผ่านไปซัก 6 ชม. แล้ว จะเป็น Skin Scent ชัดเจน 

ทิ้งท้าย ถ้าบอกว่า Hidden Fantasy กลิ่นนี้ก็ออกแนว เล่นซ่อนหาตามกลิ่นหนูมาสิตะเอง แล้วคุณจะตื่นตาตื่นใจมาก บอกเลย!ประมาณนั้น ซึ่งก็มีความเชื่อมโยงกับความเป็น Fantasy รุ่นปกติอยู่ในเรื่องของกลิ่นอายหวานติดขนม ซึ่งกลิ่นส้มลักษณะนี้ของรุ่นนี้บางวูบอาจจะทำให้นึกถึงยาแก้ไอรสส้มของเด็กน้อย อะไรก็ตามที่เป็นขนมกลิ่นส้ม หรือพวกน้ำอัดลมไปบ้าง แต่กลิ่นแบบนี้ก็ได้ความสนุกสนานน่ารักและสดใสดีเลยล่ะครับ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ” 

Credit ภาพ - http://th-live-03.slatic.net/p/5/britney-spears-hidden-fantasy-edp-100-ml-7410-2171081-1.jpg



วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Guerlain – Habit Rouge L'Eau

Guerlain – Habit Rouge L'Eau

ผ่านน้ำหอม Guerlain มาอาจจะไม่ได้มาก เพราะว่ากลัวติดใจแบรนด์นี้แล้วจะต้องตามเก็บทุกตัวที่ออกมาทั้งหมด คงจะได้ขายไต ขายตัวกันเข้าให้ แต่ยังไงก็ไม่เคยพลาดที่จะลองอะไรใหม่ๆ กับน้ำหอมชายของแบรนด์นี้ ซึ่งเดิมทีเรียกว่าสนใจไลน์ Habit Rouge เพียงแต่ตัวเดียวคือ รุ่น Sport (ผ่านการบอกเล่าไปเมื่อนานมาแล้ว) ครั้นพอกลับมาเจออีกที ก็มีความสนใจรุ่นที่ชื่อว่า L’Eau พ่วงนี้เข้ามา เพราะจะคงความเป็น Guerlain’s Style หรือว่าปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ผลการพิสูจน์จึงได้ออกมาเป็นลักษณะนี้

(เพราะไม่เคยลอง Habit Rouge ปกติมาก่อน เลยจะไม่พูดถึงในเรื่องความเชื่อมโยงกลิ่น เช่นนั้นจึงจะเน้นความเป็น Habit Rouge L’Eau เพียงอย่างเดียว)

กลิ่นมีลักษณะที่คงความหรูหราและนวลเนียนตามสไตล์ของความเป็น Guerlain อยู่ไม่หนีไปไหน แน่ๆ และมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่าเป็นตัวที่บอกถึง Signature ของทั้งแบรนด์เลยทีเดียว โดยกลิ่นที่เริ่มที่ความเป็น Citrus ที่มีความนุ่มจมูกเลยทีเดียว เพราะกลิ่นจะไม่ได้มาแบบว่าส้มจ๋า มะนาวจ๋า แต่มาแบบสดชื่นติดหวานอมเปรี้ยวมีความซ่าจางๆ ให้พอรู้สึกได้ ซึ่งน่าจะมาจากกลิ่นของส้มซ่า เคล้ากับความเขียวเบาๆ และมีเสริมด้วยกลิ่นใกล้ความเป็นโทนอบอุ่นให้พอรู้สึกได้ตั้งแต่ช่วงนี้ แล้วจะเข้าสู่ช่วงกลางกันในเวลาไม่นานซึ่งกลิ่นนวลนุ่มจะเริ่มเป็นตัวหลักให้สัมผัสได้จากความเป็นมะลิที่จะมาตีคู่กับพิมเสนเจือเขียวนวลอ้อยอิ่ง โดยที่ความเป็นกลิ่นสดชื่นอมหวานติดปลายซ่าจะยังคงตามมาอยู่ และมีความอบอุ่นที่เจอเข้ามามากขึ้นมีความรู้สึกแบบติดโทนแป้งนวลกึ่งสบู่อบอุ่นกำลังดี กลิ่นจะสะอาดติดหรูหรา ซึ่งโทนอบอุ่นจะเริ่มมาเทคโอเวอร์ในช่วงท้าย กับกลิ่นแนวถัั่วอมหวานนวลจากฮาเซลนัท จะมาเคล้ากับความเป็นโทนแป้งวานิลลาที่เป็นสไตล์ของ Guerlain แบบนวลเนียน เนื้อกลิ่นมีโทนหนังนุ่มๆ เจืออยู่ให้พอรู้สึกได้ กลิ่นเลยจะได้ความอบอุ่น สะอาด มีระดับและติดเนี้ยบ แบบมีสุภาพบุรุษที่ไม่หนักหน่วงยาวไปจนกว่าจะหายไปจากผิว

เหมาะสำหรับ - ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถจัดตัวนี้ได้สบายๆ เพราะกลิ่นมีความทันสมัย ใช้ง่ายในแบบที่มีความคลาสและหรูหราเข้ามาด้วย โดยสามารถใส่ได้ในแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลยไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป มีออกกำลังกายที่รอช่วงท้ายๆ จะดีกว่า ส่วนยามค่ำคืนถ้าใส่ออกงานหรือว่าจิบเบาๆ สบายๆ พูดคุยกับเพื่อนๆ หรือโรแมนติคกับคนรักจะเข้าทางมากกว่าใส่ไปเรียกร้องความสนใจยามท่องราตรี

ความทน - อยู่ที่ประมาณ 8 ชม. กำลังดี ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านั้น อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. กับ 6 สเปรย์ ยามอากาศชื้นๆ ที่เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น แล้วลงมาเป็นปานกลาง ปิดท้ายด้วยออร่าสะอาดอบอุ่นหรูๆ ในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย - เดิมทีค่อนข้างหวาดเสียวเพราะอ่านมาบ้างว่าตัวปกติกลิ่นหนังค่อนข้างชัด แอบกลัวความเป็นสุภาพบุรุษสไตล์ Guerlain อยู่ไม่น้อย แต่พอได้ลองตัวนี้ เรียกว่าทิ้งความกลัวได้เลย มันได้ความเป็น Modern แบบวางตัวดี สะอาดอบอุ่นได้ดีมาก ^^

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 



Credit ภาพ - https://www.guerlain.com/sites/default/files/products/P030329_Old/images/P030329_Old.png 

วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Ulric de Varens – Varens Lavande

Ulric de Varens – Varens Lavande

เมื่อเป็นคนชอบกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ไม่ได้ชอบไปวิ่งในทุ่งของมันนัก เลยมักจะเผลอเรอเสาะหามาตลอดว่าแบรนด์ไหนมีกลิ่นลาเวนเดอร์แบบไหนบ้าง ดียังไง ถูกจริตหรือไม่ และอยากใช้ต่อไหม เมื่อสบโอกาสหันไปเห็น Ulric de Varens เขาเองก็มีน้ำหอมที่ชูความเป็นลาเวนเดอร์ ก็เสร็จโต๋สิจ้ะ จัดมาเลย ผลออกมาคือ 

Varens Lavande เรียกว่ามีความเป็นลาเวนเด๊ออออ ลาเวนเดอร์มาก โดยจะเป็นกลิ่นหลักที่อยู่ตั้งแต่ต้นยันจบมีความชัดเจนในทุกช่วงและกลิ่นจะเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มจากการเป็นลาเวนเดอร์ที่มีความเป็นกลิ่นอายแบบธรรมชาติในระดับหนึ่งเพราะจะมีความนุ่มเจือเขียวให้รู้สึกได้แบบช่อลาเวนเดอร์ แล้วกลิ่นจะเริ่มเปลี่ยนโทนในเวลาไม่นานเข้าสู่ช่วงกลางที่เป็นกลิ่นอายแบบลาเวนเดอร์นุ่มสะอาดและผ่อนคลายเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นไม้หอมอ่อนๆ เสริมอยู่ แต่มาแบบสายสนับสนุนเบาๆ ให้พอรู้สึกได้ โดยที่ตัวหลักคือความหอมละมุนสไตล์ลาเวนเดอร์ที่มาแบบกำลังดี ไม่มากไม่มาย จนเมื่อมีกลิ่นอายนุ่มๆ ออกติดไปทางแป้งอบอุ่นแบบวานิลลาอ่อนๆ ดันเข้ามาเสริมทัพ ก็เข้าสู่ช่วงท้ายที่จะได้ความรู้สึกแบบลาเวนเดอร์ที่นุ่มคลอเคลียผิวลักษณะแบบโลชั่นลาเวนเดอร์ที่ไม่ได้ข้นคลั่ก มาแบบหอมละมุนนุ่มเบาๆ ซึ่งเนื้อกลิ่นมีพิมเสนมาเสริมให้เกิดความนุ่มนวลจมูกเบาๆ แบบยาวไป ภาพรวมกลิ่นให้ความรู้สึกอะโรม่าผ่อนคลายแบบกำลังดี สบายๆ คุมโทนความเป็นลาเวนเดอร์ได้ชัดเจนจั้งแต่ต้นยันจบแบบไม่ซับซ้อนและไม่ได้มามากสิ่ง เน้น Minimalist ที่เข้าถึงง่ายนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียน ม.ต้น ก็ใส่ได้แล้ว เพราะกลิ่นนี้ใช้ง่ายมาก มีความสะอาด นุ่ม แต่กลิ่นได้ความเป็นลาเวนเดอร์แบบสบายๆ เต็มๆ ที่สำคัญมาสายปลอดภัยไม่รบกวนใครเสียด้วย ซึ่งกวาดหมดทุกสถานการณ์ยามกลางวันในการใช้งาน ไม่ว่ากลางแจ้งหรือในร่ม ส่วนยามค่ำคืนเน้นฉีดสบายๆ ให้ความอะโรม่าจะเข้าทางมาก หรือว่าใส่ก่อนนอนให้เกิดความผ่อนคลายและหลับสบายได้เลย ส่วนตัวนี้คุณผู้หญิงคนไหนที่ชอบกลิ่นลาเวนเดอร์สะอาดๆ สามารถจัดได้สบายมาก เพราะมันก็มีความเป็น Unisex พอสมควรเลยทีเดียว

ความทน อยู่ที่ราวๆ 6 ชม. โดยประมาณ อาจจะมีบวกลบบ้างราวๆ 2 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ส่วนตัวเจอไปที่ 8 ชม. กับ 7 สเปรย์ พร้อมการฉีดเสื้อด้วยส่วนหนึ่ง

การกระจาย ตัวนี้ต้องยกให้เขาเรื่องการเป็นกลิ่นที่ปลอดภัย นุ่มสบาย และไม่ทำร้ายใคร เช่นนั้น Skin Scent ชัดเจน โดยในช่วงแรกจะกระจายแบบปานกลาง แล้วจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัว แบบอ่อนๆ แล้วปิดท้ายด้วยความเป็น Skin Scent ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสะอาดได้ไม่ยาก 

ทิ้งท้าย เอาจริงๆ นี่คืออีกหนึ่งกลิ่นยามที่นึกอะไรไม่ออก สามารถหยิบขวดนี้มาใช้งานแบบที่ยังไงก็รอดได้เสมอ ที่สำคัญกลิ่นอายนุ่มอะโรม่าผ่อนคลายแบบลาเวนเด๊ออออ ลาเวนเดอร์จริงๆ ในราคาที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Zara - Tobacco Collection: Rich Warm Addictive

Zara - Tobacco Collection: Rich/Warm/Addictive

ได้ยินมาพอสมควรว่า Zara ได้ปล่อย Collection น้ำหอมกลิ่นอายยาสูบที่น่าสนใจและเป็นอีกหนึ่งในตัวที่ทำออกมาได้ดี ที่สำคัญหลายๆ คนบอกว่ามันคล้ายรุ่นดังอย่าง Tom Ford – Tobacco Vanille เสียด้วย เช่นนั้นไม่มีทางพลาด การพิสูจน์จึงต้องมีก็เลยจัดมาซะเลยกับรุ่น Tobacco Collection: Rich/Warm/Addictive ผลที่ออกมาคือ 

ไม่ได้เหมือน Tobacco Vanille นะนั่น คือ มันมียาสูบมันมีวานิลลาอันนี้ใช่ แต่กลิ่นที่ได้มันไม่ได้มาสายสุขุมนุ่มลึกและเซ็กซี่จัดๆ ทั้งๆ ที่ยังใส่เสื้อผ้าเต็มยศแบบที่ Tom Ford ทำได้และทำดีมาก แต่ฉีกออกมาเป็นสายอบอุ่นน่ากินแทนเสียมากกว่า เพราะกลิ่นเปิดจะมาด้วยการเป็นกลิ่นอายของมะพร้าวที่เด่นพุ่งออกมาเลย ได้อารมณ์แนวๆ กลิ่นอายซันแทนโลชั่นหน่อยๆ มีความเป็นกะทิกำลังดีแบบไม่ได้ข้นมากให้รู้สึกได้ ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นวานิลลาที่ชัดเจนมากแกมหวานเสียด้วย และแน่นอนว่า 2 กลิ่นนี้แหละจะเป็นตัวยืนพื้นกันเลยที่จะอยู่แบบยาวไปตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเมื่อเข้าช่วงกลางกลิ่นอายของความเป็นมะพร้าววานิลลาจะยันเด่นเด้งขึ้นมาอยู่ แต่จะเริ่มได้กลิ่นอายของน้ำผึ้งที่มาให้โทนหวานแบบชัดเจน รวมถึงได้เจอกลิ่นอายยาสูบที่มาแบบเย้าๆ หวานนวลแบบสายสนับสนุนที่เป็นตัวเสริม Add-on ให้กลิ่นของวานิลากับมะพร้าวมีมะติของการเป็นขนมกลั้วกลิ่นยาสูบจางๆ แตะ Theme ที่ควรจะเป็นได้อยู่ และเป็นสายอบอุ่นน่ากินนวลมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อผ่านไปซักระยะกลิ่นอายขนมแบบวานิลลามะพร้าวหวานจะเริ่มมีกลิ่นไม้หอมมาตัดทอนให้เบาลงมา ซึ่งจะเป็นการเข้าสู่ช่วงท้ายของน้ำหอมที่กลิ่นจะเริ่มเป็นวานิลลามะพร้าวที่เริ่มตีจากจากการเป็นขนม มาเป็นโทนอบอุ่นแกมหวานที่มีไม้หอมอย่างจันทน์หอมที่เสริมแบบนวลสะอาด แต่ยังมีความดึงดูดครบถ้วนไม่หนีไปไหน กลิ่นจะให้ความรู้สึกแบบโทนสีออกทางน้ำตาลครีมนวลๆ ไปตลอด ภาพรวมอาจจะไม่ได้แตะคำว่า Rich ตามแบบที่สื่อสารมาเท่าไหร่ แต่ที่เหลือเรียกว่ากวาดหมดทั้ง Warm และ Addictive เลยออกแนวแบบกลิ่นอายผู้ชายที่อบอุ่น ขนม หวาน น่ากินน่าซุกได้สบายๆ 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไป ก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว เพราะกลิ่นมันมาสายหวานอบอุ่นน่ากิน ไม่ได้มาสายเนี้ยบอะไรมาก ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายสถานการณ์ยามกลางวันทั้งทางการและทั่วๆ ไปแบบจำนวนสเปรย์เหมาะสม ส่วนออกกำลังกายกับกิจกรรมกลางแจ้งให้ตัดออกไปได้เลย ไม่เช่นนั้นจะมึนตึ้บวานิลลามะพร้าวเต็มๆ จุกคอหอยกันเอาได้ทั้งคนใส่เองและคนรอบๆ ตัว ส่วนยามค่ำคืนถือว่าจัดไป เพราะกลิ่นใส่เที่ยวท่องราตรีได้ เรียกร้องความสนใจได้ดี น่าเข้าหาน่าซุกน่ากอดได้มากด้วย 

ความทน อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้ Zara เพราะรุ่นนี้เรียกว่าทนดีงามเลยทีเดียวกับ 8 ชม. ซึ่งสามารถยาวไปได้มากกว่านี้อีกอยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. กลิ่นยังคงอยู่ให้รับรู้ได้ กระจายก็ยังลงตัวเสียด้วย 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่าวานิลลามะพร้าวมาเต็ม ก่อนที่จะลดลงมากระจายดีกึ่งปานกลาง แบบที่คนรอบตัวจะรับรู้ คนใส่เองก็รับเต็มๆ ได้อยู่ และค่อยเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้ายแบบอบอุ่นน่าเข้าใกล้ 

ทิ้งท้าย รุ่นนี้เรียกว่าชูความเป็นวานิลลาและมะพร้าวได้ดีพอสมควร เพียงแต่ว่าถ้าใครคาดหวังความเป็นยาสูบที่จะมาชัดๆ ดีๆ อาจจะผิดหวังกันได้ เพราะมันไม่ได้มาชัดอะไรเท่าไหร่ มาแบบเบาๆ เสียด้วยซ้ำไป และถ้าสายที่ชอบความหวานอบอุ่นวานิลลา รับรองฟินกันแบบยาวไป ที่แน่ๆ ราคาไม่แพงมาก ไม่เกิน 1,000 บาท กับขวด 100 ml ก็คุ้มวนไปสิจ้ะแบบนี้ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://static.zara.net/photos///2017/V/2/2/p/0045/457/999/2/w/1024/0045457999_1_1_1.jpg?ts=1470850988361

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Comme des Garcons – Energy C Lime

Comme des Garcons – Energy C Lime

ไม่ใช่ว่า Comme des Garcons (ขอเรียกสั้นๆ ว่า CDG) จะมีแต่น้ำหอมล้ำๆ ที่ทำให้เราทึ่งและอึ้ง แต่ยังมีกลิ่นอายที่เข้าถึงง่ายใช้ง่ายและมีความน่าสนใจอีกไม่น้อยเลยทีเดียว แถมออกมาแบบเป็นไลน์ที่สอดคล้องกันเสียด้วย สามารถเลือกได้ตามความชอบหรือสอยมันให้หมดไลน์เลยก็ว่าได้ เช่นนั้น เนื่องจากส่วนตัวเสาะหาน้ำหอมกลิ่นมะนาวที่น่าสนใจมาเสมอเพราะมาสายเปรี้ยวมาตั้งแต่ต้น เช่นนั้นเมื่อได้เจอว่ามีน้ำหอมกลิ่นอายมะนาวจากแบรนด์นี้จึงไม่พลาดที่จะลองนั่นคือ Energy C Lime

เปิดต้นทางก็เปรี้ยวสดชื่นกันเลยทีเดียว กลิ่นอายจะมาสไตล์มะนาวที่อาจจะไม่ได้มาสายฉ่ำ มีความสดชื่นติดแห้งๆ ในระดับหนึ่งแบบที่ให้ความเปรี้ยวสะอาดสบายๆ เย็นๆ ตื่นตัว มีความรู้สึกแบบอากาศที่สดชื่นติดกลิ่นปลอดโปร่งที่เด่นกับความเป็น Citrus โทนสว่างเสียมาก แต่ในเนื้อกลิ่นจะติดปลายหวานเจือขมหน่อยๆ ซึ่งน่าจะมาจากเลมอนและมะกรูดที่เป็นสายสนับสนุนที่พอสัมผัสแยกโทนได้ ซึ่งความสดชื่นลักษณะนี้จะอยู่ยาวไปจนถึงช่วงท้ายแบบค่อยๆ ลดระดับลงไป ซึ่งเพียงไม่นานจะเริ่มจับได้ถึงกลิ่นอายของโทนดอกไม้ซึ่งจะเป็นตัวนำเข้าสู่ช่วงกลาง กับกลิ่นอายบางๆ นวลๆ ของมะลิที่มาแบบหอมใสๆ ตีคู่กับกุหลาบที่มาโทนเบาๆ ได้ความรู้สึกสะอาดนวลๆ มีกลิ่นหวานใสนิดๆ ให้พอจับได้จากโทนดอกไม้ที่ไม่ใช่มาสายแน่นแต่ประการใด อารมณ์ที่ได้จะมาแนวๆ สดชื่นติดกลิ่นดอกไม้ลอยมาตามลมแบบเบาๆ บางๆ อยู่ระหว่างความปลอดโปร่งโล่งสบายและกระตุ้นความรู้สึกกระปี้กระเปร่าได้ลงตัว ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีเริ่มมีความเป็นโทนสะอาดเสริมเข้ามาเรื่อยๆ จนเข้าสู่ช่วงท้ายที่จะมาสไตล์เรียบง่ายเพราะไม้หอมมาแบบเบาๆ อบอุ่นอ่อนๆ กลิ่นติดขรึมแห้งกำลังดี เจือความสะอาดแบบโทน Musk อ่อนๆ ซึ่งกลิ่นโทน Citrus จะยังคงอยู่ให้รู้สึกได้อยู่แบบสบายๆ เรื่อยๆ มาเรียงๆ ยังให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเคล้าความสะอาดสบายๆ ใกล้เคียงธรรมชาติแบบเข้าถึงง่ายแบบมีระดับอยู่ตลอดนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ – Unisex เลย เพราะว่ากลิ่นโทนสดชื่นสไตล์ธรรมชาติแบบนี้เข้าถึงได้หมด ได้ทุกช่วงวัยยกเว้นเด็กทารก ถ้าเป็นเด็กน้อยให้ฉีดเสื้อแทนน่าจะดีกว่า โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลยกวาดหมด ยิ่งกับอากาศบ้านเรานี่เหมาะมากสุดๆ ส่วนยามค่ำคืน ถ้าอากาศร้อนๆ ใส่ให้สดชื่นผ่อนคลาย ถือว่าเข้าทาง แต่ถ้าจะใส่ไปหาเหยื่อ หรือปล่อยพลังเสน่ห์ส่วนตัว มีแพ้ชาวบ้านเอาได้เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายเย้ายวนแต่ประการใด 

ความทน กลิ่นแม้จะมาสาย Citrus Aromatic เด่นๆ ที่กลิ่นน่าจะไม่ค่อยทนมากนัก แต่ถือว่า CDG ทำได้ดีในการทำให้กลิ่นทนได้ราวๆ 6 – 8 ชม. ซึ่งจะมีบวกลบบ้างอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ แต่กลิ่นนี้อาจจะทำให้รู้สึกคุ้นชินง่าย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันไม่ทนเอาได้ ต้องถาม Feedback ผู้อื่นด้วยในระดับหนึ่ง 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในช่วงต้นเรียกว่าสร้างความสดชื่นสว่างแบบโทนเขียวมะนาวกันได้เลย แล้วจะลดลงมากระจายแบบออร่ารอบๆ ตัว ก่อนจะเป็น Skin Scent ในช่วงท้ายแบบยาวไป 

ทิ้งท้าย เป็นน้ำหอมกลิ่นเด่นที่มะนาวอีก 1 กลิ่น ที่ทำออกมาได้ดีมากในแง่ของการกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า โดยที่ไม่เน้นฉ่ำเกินไป ก็ถือว่าสมชื่อรุ่นว่า Energy เลยล่ะครับ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://img5.zozo.jp/goodsimages/401/1739401/1739401_39_D_500.jpg

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Montale – Intense Tiare

Montale – Intense Tiare 

ได้เวลาของ Summer หรือฤดูร้อนที่เวลาเราไปตามรีสอร์ทริมทะเลอาจจะในไทย หรือว่าเมืองนอกแนวๆ บาหลี กับหมู่เกาะต่างๆ ในแถบแปซิฟิค เรามักจะได้กลิ่น Suntan Lotion หรือน้ำมันหอมระเหยนวดตัวกลิ่นมะพร้าวกะทิหรือกลิ่นครีมมี่ดอกไม้ขาวเมืองร้อนที่เรียกว่า Tiare (ชื่อไทย ดอกพุดแสงอุษา หรือดอกพุดพันธุ์ตาฮิติ) ที่เวลาได้กลิ่นจะอ้อ ฝรั่งทากันอีกแล้วสินั่น หรือไม่ก็เดินเข้าใกล้สปาในรีสอร์ทก็จะได้กลิ่นแบบนี้ ซึ่งแน่นอนกลิ่นนี้มีเสน่ห์และตรึงใจไม่น้อย Montale เลยเอามาเพิ่มเติมความเข้มข้นให้หนำใจไปเลยกับรุ่น Intense Tiare ซึ่งกลิ่นก็เป็นแบบนี้เลย 

ครีมมี่กันมาเลยตั้งแต่ช่วงเปิด เพราะว่ากลิ่นของ Tiare จะเป็นตัวเอกหลักที่อยู่ตั้งแต่ต้นยันจบสมคำว่า Intense Tiare เลย ซึ่งกลิ่นจะมาลักษณะเดียวกับดอกพุดที่มีความเป็นครีมมี่นวลๆ ข้นๆ เจือกันเลยทีเดียว ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีความเป็นมะพร้าวที่เป็นโทนครีมมี่ชัดเจนเป็นตัวสนับสนุนทำให้กลิ่นได้อารมณ์แบบ Suntan ชัดเจนก็จริง แต่กลิ่นมีความเป็นสบู่ครีมๆ ให้รู้สึกได้ และมีความหวานนวลๆ ละมุนพอสมควรตั้งแต่ช่วงนี้ ซึ่งเพียงไม่นานกลิ่นอายของมะลิจะเริ่มเสริมเข้ามาให้ความหอมนวลอ้อยอิ่งบนความครีมมี่ของ Tiare กับมะพร้าวอยู่ และในเนื้อกลิ่นมีเจือกุหลาบจางๆ ให้พอรู้สึกได้ ว่าเป็นช่วงของโทนดอกไม้เด่น กลิ่นจะมีความเป็นดอกไม้ขาวนวลครีมไปตลอดลากยาวไปเรื่อยๆ และมีความหวานหอมอบอุ่นติดวานิลลาให้สัมผัสได้ ซึ่งกลิ่นครีมมี่ดอดไม้ขาวกลั้วมะพร้าวจะลดระกับให้วานิลลาเป็นตัวเด่นในช่วงท้าย กลิ่นจะมีความอบอุ่นนวลๆ หอมละมุน ที่สำคัญกลิ่นอายที่เป็นลักษณะขาวข้นๆ ครีมมี่ในตอนแรกจะเริ่มเปลี่ยนโทนเป็นสีออกสีครีมค่อนเหลืองนวลๆ ก็ในช่วงนี้ เพราะกลิ่นของดอกกระดังงาฝรั่งจะมาแบบนวลๆ ที่เข้ากับกับวานิลลาอย่างมากให้เกิดความเย้ายวนกลั้วอบอุ่น ซึ่งทั้งหมดจะได้ความรู้สึกแบบกลิ่นอายรีสอร์ทริมทะเลของเกาะเขตร้อน มีความเป็นแนว Tropical ของมะพร้าวกะทิแบบกลางๆ กลั้วกับความเป็นดอกไม้ขาวครีมๆ ที่หอมนวลจมูกไม่บาดและมีความอบอุ่นแบบอารมณ์ชิลล์พักผ่อนดีแท้เลย 

เหมาะสำหรับ – Unisex และกลิ่นนี้แตะความชอบของทุกเพศที่เขาวัดจากฝรั่ง ซึ่งถ้าวัดจากจมูกไทยๆ กลิ่นนี้จะโอนเอียงไปทางสายสาวๆ ประมาณ 60-70% เพราะความเป็นดอกไม้ขาวครีมมี่ ซึ่งกลิ่นนี้สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ที่อาจจะไม่ได้ทางการมากนัก ใส่ทำงานหรือใส่แบบทั่วๆ ไปได้ ถ้าต้องรับแขกบ้านแขกเมืองกลิ่นนี้อาจจะชิลล์และข้นจนคนตกใจเอา แม้ว่ากลิ่นนี้จะออกกลางแจ้งได้ แต่ให้จำกัดจำนวนสเปรย์จะถือว่าหอมและเอาตัวรอดได้ ส่วนออกกำลังกายงดเลย กลิ่นไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ซักนิด แม้กลิ่นนี้จะทนเหงื่อก็ตาม เดี๋ยวกลิ่นจะตีจนจุกคอหอยเอาเสียก่อน ส่วนยามค่ำคืน ตัดใส่ออกไปตระเวนราตรีได้เลย ยกเว้นใส่ชิลล์ๆ สบายๆ หรือเที่ยวทะเลเดินเล่นริมหาดยามมืดอันนี้ได้อยู่ 

ความทน กราบบบบบบบ กลิ่นทนมากกกกกก 12 ชม. แล้วกลิ่นยังอยู่ และตีขึ้นตลอด แม้ผ่านไป 15 ชม. กลิ่นก็ยังอยู่ ยกนิ้วให้แบรนด์นี้เรื่องนี้จริงๆ 

การกระจาย อันนี้ก็กราบบบบบบ กลิ่นกระจายดีมาก มาเต็ม ไม่ลดราวาศอกใดๆ ในช่วงต้น ก่อนจะลดลงมาในช่วงกลางแบบกระจายปานกลาง แล้วจะมีความคงตัวแบบยาวไปถึงปลายๆ ช่วงท้าย ที่ผ่านซัก 10 ชม. แล้วกลิ่นจะเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัว 

ทิ้งท้าย จากเดิมที่เป็นคนไม่ค่อยถึงกับปลื้มกลิ่นโทนดอกไม้ขาวครีมมี่ แต่ตัวนี้ทำให้รู้สึกว่าเหมือนได้พักผ่อนที่บาหลี กลิ่นอายนวลๆ ครีมมี่ ลอยเข้าจมูก หอมหวาน ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เรียกว่าเป็นอีกตัวของ Montale ที่ทำให้อยากเสียเงินขึ้นมาทันทีเลย ซึ่งถ้าเทียบกลิ่นใกล้เคียงกันของแบรนด์นี้ เรื่องความเข้มข้นของกลิ่นครีมมี่ของ Tiare ต้องยกให้ Intense Tiare นี่แหละที่มาเต็มกว่า ส่วน Aoud Lagoon จะออกแนวอะโรม่ามากกว่า มีความเป็นไม้หอมแจมเข้ามาและติด Aquatic กว่าหน่อยนั่นเอง 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/originals/3d/a0/99/3da09954baa2b09b7a78f1a5915e6ef9.jpg

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Hermes – Hermessence: Ambre Narguile

Hermes – Hermessence: Ambre Narguile

หลังจากผ่านไลน์ Exclusive ของ Hermes อย่าง Hermessence มาหลายตัวก่อนหน้านี้แล้ว ก็ได้เวลาของกลิ่นอายที่น่าสนใจอีกตัวของไลน์นี้ที่เรียกว่าเอาความหอมของการเป็นโทนอบอุ่นมานำเสนอโดยมีลักษณะเด่นที่ความเป็นแอมเบอร์ เช่นนั้น ต้องมาลองยั่วยวนคนชอบโทนนี้กันหน่อยว่ากลิ่นจะมีลักษณะใดกับ Ambre Narguile 

กลิ่นเปิดเรียกว่ามาเต็มๆ กับกลิ่นอายของอบเชยที่มีความหวานอุ่นแบบเครื่องเทศโทนร้อน แบบผงอบเชยหรือชินนามอนที่โรยกาแฟ หรือทำพวกขนมที่เป็นอบเชยเป็นส่วนประกอบกลิ่นจะมาแบบชัดเจนเลยในวูบแรก แล้วจะมีกลิ่นอายแบบดอกไม้ขาวติดแป้งนวลๆ ที่มาเป็นสายสนับสนุนให้กลิ่นมีความนวล ติดแห้งนิดๆ ซึ่งจะมีความรู้สึกอบอุ่นในโทนแอมเบอร์อย่างชัดเจนที่เป็นสายกึ่งไม้หอมกึ่งวานิลลา ที่สำคัญกลิ่นอายจะหวานหอมกันตั้งแต่ช่วงนี้เพราะจะมีกลิ่นโทนน้ำผึ้งแทรกอยู่ให้สัมผัสได้ เพียงไม่นานกลิ่นของรัมจะเด่นขึ้นมาให้ความรู้สึกดึงดูดแบบติดเซ็กซี่อบอุ่นซึ่งจะดึงเข้าสู่ช่วงกลาง โดยที่กลิ่นน้ำผึ้งจะเริ่มเด่นเคียงคู่กับอบเชยจนกลายเป็นกลิ่นผสมผสานกันแบบเอาอบเชยมาคลุกเคล้าในชามน้ำผึ้งที่ผสมเหล้ารัมลงไป โดยที่จะมีกลิ่นอายแบบแอมเบอร์นวลๆ หอมวานิลลาเข้ามาแจมกับเขาด้วย และความหวานเริ่มชัดเจนเพราะจับความรู้สึกโทนคาราเมลเข้ามาด้วย ซึ่งเนื้อกลิ่นจะมีความอบอุ่นติดครีมมี่เข้าทางลักษณะกลิ่นอายแบบขนมที่มีความหวานแต่ไม่หนักหน่วงมีความผ่อนคลาย ดึงดูด และอบอุ่นในคราวเดียวกัน เหมือนอยู่ในสถานที่ทำขนมอันอบอุ่นกำลังดี และกลิ่นครีมมี่ที่รู้สึกได้จะดึงเข้าสู่ช่วงท้ายกับการเป็นกลิ่นอายแบบถั่วตองก้าที่จะมีความนุ่มติดนมหอมมีโทนยางไม้แบบหวานอย่างกำยานกลิ่นจะให้ความผ่อนคลายนุ่มไปตลอด โดยที่ยังมีความเป็นน้ำผึ้ง รัม และอบเชยให้รู้สึกได้ในเนื้อกลิ่น แต่ที่รู้สึกได้ชัดเจนคือความเป็นยาสูบที่ติดโทน Smoky หน่อยๆ จะแทรกซึมเข้ามาให้ความครีมมี่สะอาดอบอุ่นกลั้วหวานหอมนั้น มีมิติของความหวานติดควันไอเท่ห์กำลังดีเข้าไปด้วยและยังคงมีลักษณะของความเป็นโทนแอมเบอร์จางๆ เข้าโทนวานิลลาแบบอบอุ่นเป็นตัวรองพื้นแบบเบาบาง เลยจะยังคุมโทนอารมณ์ผ่อนคลาย หอมหวานแต่ไม่หนักหน่วงและไม่แน่นจนตื้อ ให้เราได้ฟินกับกลิ่นอายแนวหวานหอมรื่นรมย์และอบอุ่นแบบยาวไปนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ – Unisex ชัดเจนก็จริง แต่เอนไปทางฝ่ายหญิงซักประมาณ 65% ได้ เพราะความหวานน้ำผึ้งที่เสริมเข้ามา แต่ยังไงผู้ชายก็ยังใส่ได้สบายๆ โดยสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันทั้งแบบทางการและทั่วไป แบบที่จำนวนสเปรย์เหมาะสม เพราะกลิ่นถือว่าแน่นในระดับหนึ่ง งดใส่ออกกลางแจ้งหรือออกกำลังกายได้เลย เดี๋ยวมึนเอาได้ ส่วนยามค่ำคืน เรียกว่าตัวนี้มีคลาสหรูหราถ้าใส่ไปดินเนอร์ห้องแอร์ หรือว่าใส่ไปคลับเลาจ์หรูๆ จิบสบายๆ ดูดีเลย

ความทน ยกนิ้วให้ของเขาดีจริง เพราะทนถึง 8 ชม. ได้สบายๆ และมากกว่านั้นเสียด้วย 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่าความอบอุ่นสไตล์เครื่องเทศจะชัดเจนมาก แล้วจึงลดลงมากระจายปานกลาง ก่อนจะเป็นออร่ารอบๆ ตัวยาวไป 

ทิ้งท้าย - ถ้าเขาวางคำโปรยของรุ่นนี้ไว้ว่า “Sweet Intoxication” ก็ถือว่าเข้าทางและลงตัวแบบเป็นธรรมชาติเลยทีเดียวกับกลิ่นอายที่ทำออกมาเป็น Amber และเครื่องเทศแบบที่ต้องยกนิ้วให้เลยว่าทำออกมาได้ดีจริงๆ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://media.hermes.com/media/wysiwyg/Prehome/Fragrances/ambre-narguil_.jpg

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: S-Perfume – S-ex

S-Perfume – S-ex 

เห็นแค่ชื่อรุ่นครั้งแรกเรียกว่า หูยยยยยย พลางคิดว่าถ้าเอามาใส่แล้วจะได้จะโดนกับเขาไหมนั่น ก็ทำให้ได้รู้จักแบรนด์ S-Perfume ที่เป็นเจ้าของรุ่นนี้ไปด้วยเลยว่าเป็นแบรนด์ Niche Perfume จาก USA เกิดมาจาก Project: Olfactory Art ที่จะกลิ่นต่างๆ ที่ทำขึ้นใส่ลงไปในประติมากรรมที่จัดแสดงเข้าไปด้วย ให้คนค้นหากันว่ากลิ่นมาจากไหน แล้วจึงต่อยอดมาจนเป็นแบรนด์ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้มาครอบครองและลองใช้ก็ต้องบอกเล่ากันหน่อยกับคำว่า S-ex ของรุ่นนี้ว่าจะสื่อสารออกมาอย่างไรกันบ้าง 

เปิดขึ้นมาได้ความรู้สึกแบบกลิ่นหนังที่รองพื้นอยู่ชัดเจนและมีกลิ่นอายของ Musk ที่มีกลิ่นอายเค็มๆ ของเกลือให้รู้สึก โดยกลิ่นโทนนี้แหละจะเป็นศูนย์กลางของกลิ่นที่อยู่ตั้งแต่ต้นยันจบ โดยที่ในช่วงแรกนี้กลิ่นจะมีความนัวในความสดชื่นอยู่พอสมควรเพราะจะได้กลิ่นแนวๆ อากาศสะอาดๆ มีความเป็นเครื่องเทศโทนโปร่งแบบพริกไทยแต่ตัดให้นุ่มด้วยเม็ดจันทน์เทศ และมีกลิ่นซิตรัสจางๆ ผสมผสานกันได้กลิ่นอากาศแนวๆ ลมทะเลที่มีความเย็นมากกว่าจะอุ่น ช่วงต้นเลยจะเป็นช่วงที่ได้ความเป็นกลิ่นอายนุ่มในความสดชื่นแบบนวลๆ ไม่ได้คมบาดแต่ประการใด แล้วกลิ่นจะเริ่มมีโทนผลไม้แนวๆ สตรอเบอร์รี่เข้ามาดึงไปสู่ช่วงกลาง แต่ไม่ได้มาแบบผลไม้จ๋าๆ สดใสขนาดนั้น เพราะจะมาแบบติดนวลหอมเพราะกลิ่นหนังและ Musk ติดเกลือคล้ายผิวหนังนุ่มติดกลิ่นเค็มหน่อยๆ คุมโทนอยู่ เลยจะได้ความเป็น Leather Musky Fruity ติดหวานจางๆ กำลังดี แบ่งโทนผสมผสานกันได้น่าสนใจมาก โดยจะมีสายสนับสนุนอื่นๆ จากมะลิเสริมเข้ามาให้กลิ่นติดโทนเย้ายวนตามด้วย มีความ Smoky จางๆ ให้รู้สึกได้ กลิ่นช่วงนี้จะมาสายเย้ายวนเซ็กซี่และมีความกรุยกรายแบบมีเสน่ห์ไม่ค่อยเหมือนใคร มีความล้ำกำลังดี เพราะไม่ได้หนักไปโทนใดโทนหนึ่งจนทำให้กลิ่นมันดูจงใจให้เซ็กซี่แบบทื่อๆ จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายกลิ่นหลักต่างๆ ยังคงเดิมเพียงแต่จะเริ่มบิดไปทางสาปปลุกเร้า Animalic มากขึ้นแบบผิวกายตามธรรมชาติ ซึ่งโทนดอกไม้ขาวของมะลิจะยังตามมาอยู่ผสมผสานแบบเบาๆ ทำให้กลิ่นแม้จะรู้สึกได้ถึงความนุ่มแต่กรุยกราย และไม่ได้ออกทางสาปกลั้วดอกไม้ขาวจัดๆ แบบที่โทนคลาสสิคมักจะมี เพราะกลิ่นไม้จันทน์หอมนวลๆ ที่เข้ามาเจือ ตามด้วยมีพิมเสนจางๆ ที่มาทำให้กลิ่นมีความนุ่มเย้าลงตัว แต่ก็ยังชูโรงให้กลิ่นหลักทั้ง 3 กลิ่นที่บอกข้างต้นคงความเป็นตัวเด่นอยู่ กลิ่นเลยจะมีความเป็นผิวกายติดเค็มๆ กลั้วความเป็นแป้งหอมหน่อยๆ มีความเซ็กซี่กลั้วความถือตัวหน่อยๆ ให้มีจริตและให้โทนขาวที่ทันสมัยชัดเจน 

เหมาะสำหรับ แบรนด์เขาตราเอาไว้ว่าตัวนี้เป็น Unisex แต่กลิ่นค่อนข้างไพล่ไปทางผู้หญิงพอสมควรประมาณ 70% ได้ แต่ผู้ชายใส่ได้สบายๆ เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายปล่อยพลังมากเท่าไหร่ จึงเหมาะกับหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะเป็นทางการที่ไม่ได้ถึงกับรับแขกบ้านแขกเมือง หรือทั่วๆ ไป กลิ่นแม้จะเซ็กซี่แต่ยังมีความถือตัวอยู่ ไม่ได้โพล่งตรงๆ ออกไปว่าต้องได้ต้องโดน ณ บัดนาวเลย ส่วนการใส่ออกกลางแจ้งก็สามารถ แต่ถ้าใส่ออกกำกายไม่เข้าทางนัก เพราะกลิ่นโทน Musk และหนังอาจจะทำให้มีความ Animalic เกินกว่าเหตุจนตกใจเอาได้ ส่วนยามค่ำคืนใส่ได้เลย แต่จะไม่เหมาะกับการใส่ท่องราตรีอะไรนัก เน้นออกแนวดินเนอร์ โรแมนติค หรือยั่วยวนแบบไม่โจ่งแจ้งแทนจะดีกว่า 

ความทน เรียกว่ามีความดีงามกับราวๆ 8 ชม. ขึ้นไป อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนตัวจัดไปราวๆ 4 สเปรย์ กลิ่นลากยาวไปที่ 10 ชม. ได้สบายๆ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้นให้อารมณ์แบบ Contrast กันแต่ก็ Match กันได้ก่อน แล้วจะมากระจายแบบออร่ารอบๆ ตัว ปิดท้ายที่ Skin Scent ที่ตีขึ้นยามขยับร่างกาย

ทิ้งท้าย เดิมทีเวลาที่ผมเจอ Animalic ที่มีดอกไม้ขาวมาผสมผสานทีไร ชีวิตมักจะพังเพราะกลิ่นจะออกแนวติดสาปมากกว่าที่คิด แต่ตัวนี้ไม่ทำให้รู้สึกเช่นนั้นเลย เรียกว่าทำให้รู้สึกถึงความนุ่มติดเซ็กซี่ ไม่แสดงออกโจ่งแจ้งแบบไร้ชั้นเชิง เน้นทางภาษากายที่บอกว่า สนใจดมใกล้ๆ ไหมล่ะประมาณนี้เลย 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://www.perfumemaster.org/images/fragrances/s/S_Perfume/2004/S_Perfume_S_EX_U_001.JPG


วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: Elizabeth Arden – White Tea

Elizabeth Arden – White Tea

ถ้าพูดถึงน้ำหอมกลิ่นชาเขียวหรือ Green Tea แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องนึกถึงแบรนด์ Elizabeth Arden ที่มีน้ำหอมกลิ่นนี้เป็นตัวชูโรงแถมออกลูกออกหลานมากันตรึมๆ เยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหนึ่งใน Safe Scent ที่กลิ่นอ่อนให้ความสดชื่นและไม่รบกวนใครมาเสมอ แต่แล้วเมื่ออยู่ดีๆ แบรนด์นี้ประกาศทำชาขาวหรือ White Tea ออกมานี่สิ ความน่าสนใจบังเกิดขึ้นมาทันทีว่ากลิ่นจะเป็นแบบไหน และผลออกมาก็คือ 

ก็ชาขาวจริงๆ เพียงแต่อาจจะไม่มาแบบเพียวๆ ขนาดนั้น โดยเปิดตัวที่ Top Notes กับกลิ่นแนว Aquatic ที่ออกทางทะเลหน่อยๆ แต่ไม่ได้มาสายที่มีกลิ่นคาวใดๆ และมีความเขียวแบบเปียกๆ เจือกันก่อนเลย ซึ่งกลิ่นจะมีความสดชื่นติดสมุนไพรหน่อยๆ ให้รู้สึกได้ ที่สำคัญกลิ่นชาจะมาผสมผสานอยู่ในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน จนเมื่อเข้าสู่ Middle Notes กลิ่นโทนเขียวติดโทนทะเลจะเริ่มลดลงเป็นสายสนับสนุนที่ยังมีอยู่ให้รู้สึกได้เบาๆ แต่สิ่งที่เด่นขึ้นมาเลยคือกลิ่นชา ที่จะเจือความเป็นสมุนไพรติดเขียวจางๆ แต่กลิ่นไม่ได้ไปสายชาเขียวอย่างที่คิดเพราะว่ากลิ่นโทนแป้งของดอกไอริสที่มาแบบติดจืดอับมันมาลดทอนความเขียวลงไปทำให้ได้กลิ่นชาใสบางแบบชาขาวได้อยู่ ซึ่งจะลอย On Top ออกมาให้รู้สึกได้ว่าเป็นกลิ่นชาขาว แต่พอดมใกล้ๆ ก็จะเป็นโทนที่ติดเขียว Aquatic บางๆ เพียงไม่นานกลิ่นจะเริ่มมีความครีมมี่มาขึ้น นำเข้าสู่ Base Notes ที่คราวนี้กลิ่นจะเปลี่ยนโทนชัดเจนแบบเรียกว่าพลิกเกมกันได้เลยในระดับหนึ่งจากชาขาวใส มีความเขียวนิดๆ จะเป็นกลิ่นอายชาที่จะครีมมี่เข้ามาผสมผสาน โดยมีกลิ่นอายแนว Musk กับถั่วตองก้าเป็นตัวทำให้เกิดความนวลนุ่มครีมชัดเจน ที่สำคัญเนื้อกลิ่นมีความเป็นไม้หอมแห้งๆ แต่มีโทนอบอุ่นให้รู้สึกไปตลอด ซี่งช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ให้อารมณ์แบบสีขาวนวลนุ่มจมูกไปเรื่อยๆ ซึ่งภาพรวมต้องยอมรับว่ากลิ่นนี้ได้ความเป็นชาขาวอย่างที่บอกไว้ข้างต้น แต่จะมาสายกลิ่นชาที่เป็นโทนสีขาวนวลเสียมากกว่า ออกแนวแบบจิบชาขาวริมทะเลกับเสื้อผ้าสีขาวนวลผ่อนคลายนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียน ม.ปลาย ก็ใช้ได้แล้ว เพราะกลิ่นใช้ง่ายมาก เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อนๆ กลิ่นให้ความหอมที่สบายๆ ไปเรื่อยๆ โดยสามารถใช้ได้แทบทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่ออกกลางแจ้งก็ยังได้ แต่ถ้าออกกำลังกาย รอช่วงท้ายๆ จะดีกว่า ซึ่งยังไงกลิ่นนี้ก็ถือว่าครอบจักรวาลมากเลยทีเดียว ส่วนยามค่ำคืน เน้นใส่ไปชอปปิ้ง เดินเล่น หรือพักผ่อนสบายๆ จะลงตัวกว่าใส่ไปท่องราตรีที่เรียกว่าแพ้ชาวบ้านเขากันอย่างชัดเจนได้เลย เพราะเบาไป

ความทน เรียกว่าลงตัวเพราะกลิ่นทนราวๆ 6 – 8 ชม. ซึ่งจะมีบวกลบไปบ้างอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งกลิ่นนี้ถ้าฉีดเสื้อทับจากฉีดตัวด้วย กลิ่นจะติดทนขึ้นพอสมควรเลย 

การกระจาย กลิ่นกระจายกำลังดีในตอนต้น เรียกว่าไม่ได้มาสายหนักหน่วงปล่อยพลังนัก แต่คนใส่ได้กลิ่นเต็มๆ แน่ๆ แล้วจึงลดลงเป็นออร่ารอบๆ ตัว ที่ยังทำให้รู้สึกได้อยู่ ก่อนจะผันเป็น Skin Scent ที่จะตีกลิ่นอายอบอุ่นนวลขาวขึ้นให้รู้สึกได้ยามร่างกายขยับเนื้อตัว 

ทิ้งท้าย กลิ่นถือว่าฉีกออกมาจากความเป็น Green Tea ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานได้สบายๆ และเป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกสีขาวนวลสบายๆ และมีความอบอุ่นไปในตัวได้ดีเลย เอาตรงๆ กลิ่นแบบนี้มัน #ของดีเทคนิคไม่ต้อง อยู่แล้วล่ะ

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - https://www.punmiris.com/himg/o.51439.jpg

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Review: L'Artisan Parfumeur - Premier Figuier Extreme

L'Artisan Parfumeur - Premier Figuier Extreme

ถือเป็นอีกหนึ่งกลิ่นของการเปิดศักราชกลิ่นมะเดื่อฝรั่งหรือ Fig ที่ทำให้คนได้มากหลงใหลได้ปลื้มกันเลยก็ว่าได้กับการเปิดตัวรุ่น Premier Figuier ของ L'Artisan Parfumeur ในปี 1994 และมีคู่แข่งตามมาติดๆ อย่าง Diptyque – Philosykos ที่ก็เรียกว่ามาเทียบเคียงความโดดเด่นกันได้เลยทีเดียว ซึ่งต่างได้รับความนิยมเป็นกลิ่น Fig ที่ดีเป็นลำดับต้นๆ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งความเข้มข้นของเก่าอาจจะยังดูน้อยไป ก็ต้องต่อยอดเพิ่มกันให้มีความโดดเด่นขึ้นมาอีก เช่นนั้นแบรนด์จึงได้เปิดตัวรุ่นนี้ออกมาให้รู้กันไปเลยว่าของเขาครบเครื่องเรื่อง Fig ไม่น้อยนั่นคือ Premier Figuier Extreme

ต้องบอกกันก่อน คือ เพราะไม่เคยได้ลอง Premier Figuier รุ่นปกติแบบเต็มๆ มาก่อน ขอมาแตะที่ความเป็น Extreme เลย เช่นนั้นจึงจะไม่ได้มีเปรียบเทียบในเรื่องของโทนกลิ่นและความเชื่อมโยง จะเน้นที่การเล่ากลิ่นว่าตัว Extreme จะเป็นอย่างไรแทน

แน่นอนว่ากลิ่น Fig จะเป็นกลิ่นอายเด่นหลักอยู่ยาวที่มาแบบ 3 ประสานใบ ลูก และต้นไล่เรียงกันลงไป โดยเปิดตัวเป็นกลิ่นโทนเขียวออกขมติดฝุ่นแห้งๆ ของใบ Fig ที่พุ่งออกมาพร้อมกับความครีมมี่ของมะพร้าวที่ไม่ได้ถึงกับเป็นโทนกะทิที่ข้นหนัก เพราะโดนกลิ่นเขียวๆ ของใบ Fig กลบ กลิ่นที่ได้เลยจะมาแบบครีมมี่เขียวๆ แต่มีความหอมใสของลูก Fig ให้พอรู้สึกได้ ที่สำคัญจะสัมผัสได้ว่ากลิ่นมีความหวานอยู่ประปรายซึ่งกลิ่นของลูก Fig จะเป็นตัวดึงเข้าช่วงกลางที่กลิ่นจะเริ่มมีความใสหอมเขียวโปร่งอมหวาน แต่เนื้อกลิ่นจะมีความครีมมี่แบบแห้งๆ ไม่ได้ออกทางเขียวสดฉ่ำแบบเอาจมูกเคล้ากับ Fig สดตามธรรมชาติ เพราะจะมีกลิ่นอายของไม้จันทน์หอมที่ทำให้กลิ่นครีมมี่กลั้วเขียวใสของ Fig ทั้งใบและลูกรวมถึงมะพร้าว มีความแห้งลงมาแบบหอมนวลละมุน ซึ่งกลิ่นไม้จันทน์หอมจะเชื่อมโยงความเป็นโทนไม้หอมส่งต่อให้ช่วงท้ายกับการเป็นกลิ่นอายของต้นและเปลือกต้น Fig ที่จะมาเสริมทัพให้ความเขียวกลั้วไม้หอมแบบแห้งครีมๆ โดยยังคงเอกลักษณ์ที่จะมีความเขียวของกลิ่นต้น Fig กลั้วมะพร้าวอยู่ ที่สำคัญจะมีกลิ่นออกโทนหอมติดแป้งนมนวลแบบอัลมอนด์ทำให้กลิ่นมีความนุ่มหอมละมุนมากขึ้น กลิ่นมีความอะโรม่าที่ได้ความรู้สึกเขียวกลั้วขาวนวลได้ลงตัว

เหมาะสำหรับ กลิ่นนี้บอกไว้ว่าเป็น Unisex ที่ใช้ได้ทุกเพศ แต่เอนไปทางฝ่ายหญิงอยู่ 70% ได้เพราะความเป็นโทนแป้งนุ่มนมผสมอัลมอนด์ แต่ยังไงผู้ชายก็ใส่ได้อยู่ถ้าไม่มายด์อะไร เพราะ Fig ยังเป็นตัวเด่นหลักที่ทำให้เข้าได้กลับทุกเพศ ซึ่งสามารถใส่ได้ในทุกๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ใส่ออกกลางแจ้งได้อยู่ และใส่ออกกำลังกายอาจจะพอได้บ้าง แต่รอท้ายๆ จะดีกว่า ส่วนยามค่ำคืนเรียกว่าอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์แต่ถ้าชอบกลิ่นเขียวข้นติดอับฝุ่นแบบ Fig ที่ทำให้อะโรม่าและรื่นรมย์อยู่กับบ้านก็ใส่ได้สบายมาก

ความทน อาจจะเพราะความเป็น Extreme และเป็น EDP เลยทำให้กลิ่นนี้ความทนลงตัวมากที่ประมาณ 8 ชม. มีบวกลบประมาณ 2 ชม. ตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ที่แน่ๆ อิงเคมีด้วยในระดับหนึ่ง

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น แล้วจะลดลงมากระจายแบบปานกลางก่อนจะเป็นออร่ารอบๆ ตัวกึ่ง Skin Scent ในช่วงท้าย ซึ่งเรื่องการกระจายนี้ก็อิงเคมีด้วยเช่นกัน

ทิ้งท้าย เป็นตัวที่เรียกว่ามีความเป็น Fig ที่ยังคงชัดแต่เสริมความนุ่มนวลละมุนลงไปจนได้ความเป็น Fig ที่ลงตัวแถมมีความแตกต่างจากความเป็น Fig ในสไตล์ของ Diptyque ได้ดีเสียด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลิ่น Fig ที่ดีงามและควรจะได้ลอง ^^


หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
https://www.perfume.com/images/products/sku/large/PFEX34W.jpg