วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Review: Creed – Fleurs de Bulgarie

Creed – Fleurs de Bulgarie

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในความคลาสสิคของ Creed เลยทีเดียว และได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานมาตั้งแต่ปี 1845 เลยทีเดียว แถมน้ำหอมรุ่นนี้เป็นการสร้างขึ้นเพื่อสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียกันเลยทีเดียว โดยการเอากลิ่นอายดอกไม้ที่หอมตลอดกาลอย่าง “กุหลาบ” มาเป็นตัวชูโรง เช่นนั้นมาดมกันเลยดีกว่ากับรุ่น Fleurs de Bulgarie

กุหลาบบัลแกเรียจะเป็นกลิ่นอายที่เป็นหัวใจหลักของน้ำหอมตัวนี้เลยและจะคงอยู่ตั้งแต่ต้นยันจบเป็นลักษณะกลิ่นที่เป็นหัวใจหลัก โดยจะมีกลิ่นอายอื่นๆ ต่างเข้ามาผสมผสานในแต่ละช่วงให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป โดยในช่วงแรกกลิ่นอายของมะกรูดจะมาเสริมให้เกิดความรู้สึกในแบบกุหลาบที่หวานแบบลึกติดดาร์กนิดๆ โดยจะมีกลิ่นอายของโทนซิตรัสที่ไม่ได้มาแบบใสๆ แต่มาแบบแน่นและมีความเป็นซิตรัสแบบน้ำหอม Old School ติดเครื่องเทศหน่อยๆ เสริมให้กลิ่นกุหลาบมีความนวลแน่นชัดเจนฟุ้งกระจายกันเต็มเหนี่ยว ก่อนที่กลิ่นอายจะเริ่มลดโทนลงมาเป็นกุหลาบที่เบาขึ้นแต่ยังคงความหอมหวานนวลและลึกอยู่ แต่จะมีความครีมมี่นวลๆ รองพื้นอยู่ด้านหลังให้กลิ่นกุหลาบมีความนวลติดหวานคลาสสิคและโรแมนติค โดยไม่ได้มีความเป็นแป้งอะไรมากและไม่ได้กลิ่นออกทางกุหลาบแห้งๆ เลย ออกแนวมีโทน Animalic แบบเย้าเสริมขึ้นมาเป็นระยะ จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายกลิ่นครีมมี่ที่รองพื้นด้านหลังจะเปิดตัวออกมานั่นคือ Musk และมีตัวสำคัญที่เสริมให้กลิ่นกุหลาบตรึงความหอมนวลลึกมาตลอดได้อย่างงดงามเปิดตัวขึ้นมาชัดเจนกับการเสริมโทน Animalic นั่นคืออำพันปลาวาฬ (Ambergris) กลิ่นเลยจะมีความนวลเนียนของกุหลาบที่มีความนุ่มนวลติดกลิ่นอายผิวกายเคล้าความเค็มนิดๆ ซึ่งแน่นอนว่าให้ความหรูหราและสง่างามกันอย่างเต็มที่โดยไม่มีกั๊ก เคล้าความคลาสสิคเหนือกาลเวลาที่ส่งเสริมความเป็นสุภาพสตรีที่มีพลังของความเป็นหญิงกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงวัยทำงานขึ้นไป ซึ่งอย่างน้อยอาจจะต้องผ่านน้ำหอมกลิ่นคลาสสิคมาบ้างจะทำให้ฟินกับน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเหนือกาลเวลาแบบนี้ได้ไม่ยาก กลิ่นนี้ให้ความเป็นผู้หญิงสูงศักดิ์กับกุหลาบที่มาแบบไม่ได้หนักหน่วงแต่พลังความหอมของกลิ่นชัดเจน สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไปที่เน้นเรื่องการวางตัวในระดับหนึ่งเพราะกลิ่นมีพลังและให้ความคลาสสิคเหนือกาลเวลาชัดเจน แต่จะใส่ตัวนี้นุ่งผ้าถุงวิ่งกระโจนลงน้ำตีโป่งมันก็คงไม่ใช่ เพราะมาดหรูหายหมด ส่วนยามค่ำคืน เหมาะมากกับการออกงานกาล่า หรืองานหรูทุกประเภท แต่ไม่เหมาะกับการใส่ไปเต้นเด้งแบบหน้าลานรถบัมพ์หรือเที่ยวเต้นสีกับชาวบ้านแน่นอน ความขลังมันไม่ใช่และดูใช้ผิดงานชอบกล

ความทน มากกกกกกก เกิน 8 ชม. ได้สบายๆ ซึ่งส่วนตัวกลิ่นลากยาวมาที่ 12 ชม. แล้วยังไม่หยุดให้ความหอมเลยแม้แต่นิดเดียว

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในช่วงต้น ก่อนจะคงตัวการกระจายแบบปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัว แล้วค่อยๆ ลดลงมาเป็นออร่าแบบโรแมนติคนุ่มนวลกำลังดีไปตลอด

ทิ้งท้าย -  แม้จะมีกลิ่นอายแบบ Old School เป็นโทนยืนพื้น แต่กลิ่นก็ยังคงพลังของความเป็นราชิดีแห่งดอกไม้ทั้งมวลที่เหลือกาลเวลาได้อย่างดีและไม่ลดราวาศอกแต่อย่างใด จึงไม่แปลกใจเลยทีกลิ่นนี้คงความเหนือกาลเวลาและยังคงได้รับความนิยมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น