วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

Review: La Ong Siam Perfume – ข้าวหอม (Siam Rice)

La Ong Siam Perfume – ข้าวหอม (Siam Rice)

ห่างหายจากแบรนด์ไทยแบรนด์นี้ไปนาน เมื่อสอดส่ายสายตาหันไปเห็นว่าออกน้ำหอมรุ่นใหม่ออกมา ก็ต้องหามาลองกันซักหน่อย เพราะส่วนตัวมีความชอบกลิ่นข้าวหอมๆ ไม่ว่าจะขณะเป็นข้าวสารหรือว่าจะเป็นข้าวหุงสุกแล้วก็ตาม เพราะมีความหอมนวลจมูกอะโรม่าไม่พอ ยังชวนหิวอย่างมากมาเสมอ เช่นนั้นเมื่อได้มาต้องมาลองให้หนำใจว่าน้ำหอมรุ่นนี้ของ La Ong จะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ข้าวหอม จะมีกลิ่นที่เป็นเหมือนหัวใจหลักอยู่ในแต่ละช่วงของน้ำหอม ซึ่งคงเป็นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกลิ่นข้าวหอมมะลิ ซึ่งจะเริ่มต้นกันที่ความหอมหวานแบบคมๆ กันก่อนในวูบแรกที่จะพุ่งออกมาจากการฉีด ด้วยกลิ่นที่มีความเป็นซิตรัสติดเชื่อมหวานพอสมควร แต่จะล้อมด้วยกลิ่นชาที่ออกนวลๆ เพียงแว้บเดียวกลิ่นข้าวจะโชว์ตัวออกมา พร้อมกับกลิ่นใบเตยเขียวนวลจางๆ ทำให้กลิ่นที่ออกมามีลักษณะคล้ายข้าวหอมหุงสุกใส่ใบเตยในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งจะดำเนินเข้าสู่ช่วงที่ 2 กับกลิ่นอายที่จะเริ่มมีลักษณะของกลิ่นแนวมะพร้าวติดกะทิจางๆ เข้ามา โดยจะมีกลิ่นของมะลินวลๆ ตามมาต้อยๆ กับเขาด้วย เสริมให้กลิ่นข้าวหอมน้ำชาใบเตยที่ติดหวานคม มีลักษณะคล้ายข้าวเปียกหอมมะลิราดกะทิแบบขลุกขลิก มีความเป็นกลิ่นแบบขนมไทยๆ ที่มีความหวานมันในตัว ซึ่งกลิ่นในช่วงนี้จะอยู่ยาวนานเลยทีเดียวและสามารถทำให้เรามีความหอมหวาน + ทำให้เราหิวได้ถ้าท้องว่าง จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายความเป็นข้าวหอมที่มาสายขนมจะเปลี่ยนโทนทำให้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับการเปลี่ยนเป็นโทน ซึ่งเนื้อกลิ่นจะมีความนุ่มติดแป้งของแนว White Musk รองพื้นอยู่เบื้องหลังและมีกลิ่นของผลไม้อมหวานเบาๆ เสริมเข้ามา ทำให้กลิ่นลักษณะข้าวหอมหวานมันในช่วงกลางกลายเป็นกลิ่นแป้งข้าวหอมที่มีความหวานนวลๆ นุ่มๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ ถือเป็นการเปลี่ยนโทนที่พลิกเกมกันในระดับหนึ่ง และลดความหวานที่อาจจะทำให้คนใส่กลายเป็นขนมหวานลงมาเป็นความสบายนวลๆ ผ่อนคลายได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งภาพรวมของกลิ่นถือว่า ไล่เรียงความเป็นข้าวหอมในรูปแบบต่างๆ ได้ดีไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมน้ำชาใบเตยหุงสุก ข้าวหอมเปียกน้ำกะทิ และแป้งข้าวหอมหวานนวล ซึ่งเป็นการแทรกความเป็นไทยแต่ไม่ได้ไทยจ๋ามากผ่านกลิ่นที่เราคุ้นเคยได้น่าสนใจเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ กลิ่นนี้เป็น Unisex ที่เรียกว่าใส่ได้ในทุกเพศ แต่จะมีความเป็นหญิงในเนื้อกลิ่นอยู่ประมาณ 60 -70% เพราะกลิ่นมาโทนหวาน ซึ่งถ้าผู้ชายไม่ได้ใส่ใจเพราะมันหอมก็ใส่ได้ เพราะยังไงช่วงท้ายคือ Unisex อย่างชัดเจน โดยกลิ่นนี้สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ซึ่งจะให้ลุคที่หวานเรียบร้อย และนุ่มนวลได้เลย ยกเว้นใส่ออกกลางแจ้งร้อนจัดๆ หรือว่าใส่ออกกำลังกาย เดี๋ยวจะหวานจนแน่นเสียก่อน ส่วนยามค่ำคืนจัดไปได้เลย เพียงแต่กลิ่นนี้อาจจะไม่ได้มาสายเย้ายวนมากและไม่ได้เซ็กซี่จัดๆ จนสามารถเต้นรูดเสาที่ไหนแบบไม่สนใจชาวโลก แต่จะมาแบบเรียบร้อย น่ารัก หอมหวานนวลๆ ที่ผู้หญิงจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน ส่วนผู้ชายจะเป็นคนหวานนุ่มนวลอะไรประมาณนี้

ความทน น่าพึงพอใจมากกับราวๆ 8 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวฉีดไป 6 สเปรย์ทนไปได้ยาวถึง ประมาณ 10 ชม. ได้เลย

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในช่วงต้น แบบหวานแหลมมาก่อน แต่เพียงแว้บเดียวจะลดลงมากระจายแบบดีกึ่งปานกลางลดหลั่นลงไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป จนพอเข้าช่วงท้ายถึงเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัวกึ่ง Skin Scent ในเวลาต่อมา

ทิ้งท้าย ดีใจ เพราะเดิมทีกลัวใจพอสมควรว่ากลิ่นนี้จะเป็น Traditional Fragrance ที่การเข้าถึงจะได้จำกัดเฉพาะกลุ่ม แต่พอใช้จริงกลิ่นคาบเกี่ยวความเป็นไทยแนวทั้งสมัยนิยมและเอกลักษณ์แบบไทยได้ลงตัวไม่น้อยเลย ที่สำคัญยินดีกับอีกก้าวของแบรนด์นี้ที่ตอนนี้ไปสู่ระดับประเทศแล้วด้วยเช่นกัน


หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
https://www.facebook.com/LaOngSiamPerfume/photos/a.1626718807552002.1073741828.1626693334221216/1842240085999872/?type=3

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น