วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559

Review: Giorgio Armani - Code Profumo


Giorgio Armani - Code Profumo 

ผ่านความหอมกันมาตั้งแต่ต้นตระกูลอย่าง Code ปกติ มาเรื่อยๆ จนล่าสุดก็ได้เวลาของตัวใหม่ที่ Armani จะมาปล่อยของกันบ้าง ซึ่ง'านนี้จะต่อยอดความหอมเย้ายวนและเซ็กซี่ได้มากขนาดไหนต้องมาลองกันหน่อยกับรุ่นนี้เลย Code Profumo 

เรียกว่าเริ่มฉีกตัวออกมาพอสมควร โดยที่ไม่ทิ้งความเป็นลักษณะแบบต้นตระกูลแต่อย่างใดที่ยังคงความเย้ายวนได้ตั้งแต่ต้นยันจบไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งสิ่งที่ฉีกออกมาจะเริ่มกันที่ Top Notes เป็นหลักกันก่อนกับกลิ่นแนวผลไม้สดชืิ่นกลั้วซิตรัสของแอปเปิ้ลเขียวกับส้ม ที่จะมีเม็ดกระวานมาให้ความหวานเย้า กลิ่นช่วงนี้จะได้อารมณ์แบบหมากฝรั่งผลไม้รสแอปเปิ้ลกันก่อนแบบติดซ่าๆ นิดๆ แล้วเพียงไม่นานก็ผันตัวไปสู่ Middle Notes ที่กลิ่นกระวานยังคงอยู่ให้โทนหวานเย้ายวนแบบเครื่องเทศ โดยจะมีกลิ่นโทนนุ่มจมูกของลาเวนเดอร์และดอกส้มมาเสริมให้เกิดความ Modern แบบเซ็กซี่ กลิ่นจะออกโทนละมุนติดนุ่มๆ มีความครีมมี่อบอุ่นให้รู้สึกได้ไปตลอด และจะเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วยจนนำไปสู่ Base Notes ที่กลิ่นหนังจะชัดขึ้นมา เคล้าความครีมมี่ของถั่วตองก้า ซึ่งมาในลักษณะเดียวกันกับความเป็น Code แบบต้นตระกูลเลย เพียงแต่จะมีกลิ่นอายของแอมเบอร์ติดไม้หอมที่จะเด่นขึ้นมาตีคู่จนได้ความนุ่มนวลจมูกแบบครีมมี่เคล้าความอบอุ่นและมีเสน่ห์เย้ายวนกันอย่างชัดเจน ภาพรวมอาจจะไม่ได้มาในลักษณะแบบต้นตระกูลที่จะเนียนด้วยยาสูบและหนังแบบติดซิตรัสและความหวามเครื่องเทศ แต่ออกแนวเป็นการต่อยอดจาก Code Ultimate ที่ตัดวานิลลาออกเอาถั่วตองก้าขึ้นมาเด่นให้มีความโรแมนติคและไม่ได้แน่นจัดเท่านั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้่นไปก็สามารถจัดตัวนี้ได้แล้ว เพราะกลิ่นถือว่าเป็น Code ที่อยู่ระหว่างความวันรุ่นก็ได้ความเป็นผู้ใหญ่ก็ดี กลิ่นเข้าถึงได้ไม่ยากตามแบบฉบับ Code ต้นตระกูล ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันแบบจำนวนสเปรย์เหมาะสม ได้หมดทั้งทางการและทั่วๆ ไป ที่ออกแนวเสริมความหอมหวานติดโรแมนติค งดใส่เพื่อกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกายจะดีที่สุดไม่งั้นขาดออกซิเจนเอาได้ กลิ่นกลิ่นตีขึ้นหนักไม่น้อย ส่วนยามค่ำคืนจัดไป ใส่ได้สบายๆ และฉีกจากความเป็น Code ในระดับหนึ่งที่ไม่เกร่อเกินไปเสียด้วย 

ความทน - นี่คือข้อดีที่สุดของรุ่นนี้ที่ความทนเหนือกว่าทุกตัวในไลน์เลย เพราะ 12 ชม. กลิ่นยังคงอยู่ เรียกว่าสูสีกับ Code Ultimate แต่มีความเสถียรมากกว่า ซึ่งถ้าสภาพผิวไม่เอื้ออำนวย อย่างน้อย 8 ชม. ก็ยังอยู่ได้สบายๆ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น แล้วจะลดลงมากระจายดีไปเรื่อยๆ จนปิดท้ายที่ปานกลางกึ่งออร่ารอบๆ ตัวตามเวลาที่ผ่านไป 

ทิ้งท้าย - ส่วนตัวมองว่าตัวนี้ใช้ง่ายกว่า Code Ultimate ที่แน่นจัดจ้านมาก และมีความกรุ้มกริ่มกว่า Code ปกติ ถือว่าเป็นอีกตัวที่ทำออกมาแล้วไม่ผิดหวังครับ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ - http://www.favforward.com/wp-content/uploads/2016/04/Armani-Code-Profumo-00-900x550.jpg

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น