วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

Review: Hermes – Galop d'Hermes

Hermes – Galop d'Hermes

เมื่อ Hermes มีการเปลี่ยนถ่ายสุคนธกรหลักของแบรนด์จากคุณลุงช่องคลอด Jean-Claude Ellena ที่เกษียณตัวเอง มาเป็น Christine Nagel คนส่วนใหญ่ก็ลุ้นกันน่าดูว่าทิศทางน้ำหอมของ Hermes จะออกมาในลักษณะไหนบ้าง แม้ว่าเดิมทีสุคนธกรสาวคนใหม่คนนี้ก็ปล่อยของกับรุ่น Cologne ขวดแดงน้องรูบาป (ที่จะขอมา Review ภายหลัง) จนได้รับความนิยมมากมายติดอันดับน้ำหอม Unisex ที่ยอดเยี่ยมตามเวบน้ำหอมต่างๆ ประจำปี 2016 ไปแล้ว เช่นนั้น ก็ได้เวลาของการเปิดตัวน้ำหอมของ Hermes  กับการไร้ความเป็นลุงช่องคลอดด้วยฝีมือของสาวคนนี้แล้ว กับรุ่นนี้เลย Galop d'Hermes

“การเต้นรำระหว่างกลิ่นหนังและกุหลาบ” คือสิ่งที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของน้ำหอมตัวนี้ ซึ่งรวมไปถึงการอ้างอิงถึงกลิ่นหนังของ Hermes ที่มีเสน่ห์เฉพาะออกมาเสียด้วย เช่นนั้นงานนี้เหมือนว่าเราจะโดนบิลด์เมื่อได้ลองจึงได้รู้ว่ากลิ่นเปิดความเป็นผลไม้จะมาก่อนเลยวูบนึงกลิ่นโทนเปรี้ยวอมหวานหน่อยๆ วาบมาเต็มๆ จากลิ่นของลูกควินซ์ที่มีลักษณะคล้ายแอเปิ้ลผสมลูกแพร์ แอบคล้ายลูกฝรั่งนิดหน่อยแล้วจะมีกลิ่นโทนหนังติดเครื่องเทศมาให้รับรู้ว่าตัวเอกของงานน่ะอยู่ตรงนี้ ซึ่งกลิ่นในช่วงนี้จะออกแนวมะรุมมะตุ้มกันพอสมควร เพราะเป็นกลิ่นที่ยังมีความแย่งซีนกันอยู่ ซึ่งถ้าคนที่ไม่ชอบกลิ่นออกทางผลไม้ที่ค่อยไปทางกลิ่นผลไม้ที่จะฉ่ำก็ไม่ฉ่ำจะแห้งก็ไม่แห้งอาจจะแบบว่านี่มันคืออะไรเนี่ย อาจจะทำให้โบกมือลากันได้ แต่ถ้าตามติดจะเริ่มสัมผัสได้ว่ากลิ่นกุหลาบจะขึ้นมาเสริมดังเข้าสู่ช่วงกลางที่มีความเป็นเครื่องเทศโทนหวานกลั้วกับดอกไม้นวลๆ และมีกลิ่นหนังที่เริ่มเข้มมากขึ้น ตีคู่กับกุหลาบได้อย่างลงตัว โดยที่ผลไม้จะเบาบางลงไป ส่งต่อให้ช่วงท้ายของน้ำหอมกลายเป็นกลิ่นหนังที่ผสมผสานกับกุหลาบมีความนุ่มนวลที่เป็นหนึ่งเดียวโดยไม่ได้แย่งซีนกันไปมาแบบช่วงแรกแล้ว กลิ่นจะมาสายสมูธและรื่นจมูกมากขึ้นแบบที่มีความเป็น Animalic ที่นุ่มและฉาบไปด้วยความนวลของกุหลาบ แบบที่ยังพอสมผัสได้จางๆ ว่ามีกลิ่นโทนออกหวานบางๆ เสริมเข้าไปอยู่ ซึ่งถ้าจินตนาการจะเห็นได้ว่าเหมือนเราได้กลิ่นเวลาเปิดกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอมชมพูกุหลาบที่มีกลิ่นกุหลาบนวลเคล้าหนังพุ่งขึ้นมาแบบอวลกำลังดีมีความหรูหราและมีระดับชัดเจน ซึ่งภาพรวมถือว่าเป็นกลิ่นที่วัดกันในช่วงต้นไม่ได้มากนัก แต่มีความดีงามในลักษณะแบบกลิ่นหนังเคล้ากุหลาบที่ลงตัวมากพอ และเป็นการสื่อสารถึงความเป็น Hermes ที่นอกจากโทนเขียวๆ ติดขมแบบที่เป็น Signature แล้ว กลิ่นหนังนี่แหละก็เป็น Signature ที่นำเสนอความเป็นแบรนด์ได้ดีไม่แพ้กัน

เหมาะสำหรับ เขาตราเอาไว้ว่าเป็นน้ำหอมผู้หญิง แต่จริงๆ มีความ Unisex อยู่เต็มๆ ในช่วงท้าย ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ทั้งแบบทางการและทั่วๆ ไป กลิ่นมีระดับในตัวเองมากเลยทีเดียว (นับจากช่วงกลาง) แต่ให้ข้ามการใส่เพื่อออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งแดจัดๆ จะดีกว่า แม้ว่ากลิ่นจะไม่ได้มาสายอบอวลมาก แต่ถ้าโดนความร้อนก็กระจายดีกันได้เลย ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นนี้ถ้าใส่ไปแนวๆ โรแมนติคหรือว่าออกงานจะเข้าทีมาก แต่ถ้าใส่ไปเต้นเอวร่อนหน้าลานรถบัมพ์ให้ตัดทิ้งได้เลย ไม่เหมาะทุกประการ

ความทน กลิ่นทนได้ดีงามมากที่ประมาณ 8 – 10 ชม. อาจจะมากกว่าซึ่งก็อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด โดยส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม.กับจำนวนสเปรย์ 6 สเปรย์ ซึ่งพึ่งเคมีด้วยส่วนหนึ่ง

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในช่วงต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลาง ตามด้วยเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้ายที่ไม่ได้หนักหน่วงแต่นวลกลิ่นหนังกลั้วกุหลาบได้ลงตัว

ทิ้งท้าย ขวดถือยากกกกกก จะลื่นหลุดมือตลอดเลย แม้ว่ามันจะสวยน่าจะวางโชว์ก็ตาม ส่วนกลิ่นมันค่อนข้างที่จะวัดกันพอสมควรว่าจะชอบหรือเบ้ปาก ส่วนตัวเบ้ปากให้ช่วงต้นค่อนมากลางแล้วมายิ้มพึงพอใจที่ช่วงท้ายเลยครับ


หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
http://media.hermes.com/media/wysiwyg/Prehome/galop-heading-gamme.jpg

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น