วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Review: Serge Lutens - Vitriol d’Oeillet

Serge Lutens - Vitriol d’Oeillet

ทุกครั้งยามที่ได้มีโอกาสลองน้ำหอมของ Serge Lutens มักจะคิดไปก่อนเสมอว่าเราต้องเจอกับความซับซ้อนและน่าค้นหาของกลิ่นนะ แม้ว่าบางครั้งอาจจะเจอตัวที่ใช้ง่ายกว่าที่คาดก็ตาม แต่ก็ยังมิติทางด้านกลิ่นที่ให้ได้รู้สึกถึงความน่าค้นหาและลึกล้ำอยู่เสมอ และรุ่น Vitriol d’Oeillet ก็เป็นหนึ่งในนั้นนั่นเอง

ในการตีความทางภาษาความหมายของน้ำหอมรุ่นนี้ คือ "ความโกรธกริ้วของดอกคาร์เนชั่น" ที่เป็น กลิ่นหลัก ของน้ำหอมตัวนี้และอยู่ลากยาวต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงท้ายของน้ำหอมเลยทีเดียว โดยเปิดตัวที่กลิ่นอายแบบดอกคาร์เนชั่นสดที่มีความเขียวติด Spicy เคล้ากลิ่นสะอาดคมๆ แบบ Aldehydes ซึ่งจะได้ความสดชื่นติด Old School กันบ้าง แต่เพราะกลิ่นอายที่มีลักษณะโปร่งๆ และมีกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ของลิลลี่ ที่เป็นหวานโปร่งติดเครื่องเทศผสมแว๊กซ์จะลอยมาอ่อนๆ กับกลิ่นพริกไทยสีชมพูที่ให้ความอมหวานเบอร์รี่ฟรุตตี้อยู่เบาๆ ซึ่งเพียงไม่นานกลิ่นกานพลูจะเริ่มมาผสมผสานกับคาร์เนชั่น กลิ่นจะรับช่วงกันอย่างดีเพราะลักษณะโทนกลิ่นใกล้เคียงกัน ซึ่งกานพลูจะมาให้ความเป็นเครื่องเทศโทนโปร่งแบบชัดเจนมากขึ้นให้กับคาร์เนชั่นให้กลิ่นอายออกทางแป้งติดเครื่องเทศโปร่งๆ โดยจะมีกลิ่นที่มาทำให้สะอาดมากขึ้นแบบเครื่องเทศอีกตัวคือพริกไทยและมีกลิ่นเผ็ดนุ่มของเม็ดจันทน์เทศมาทำให้กลิ่นอายนวลขึ้น แฝงกลิ่นอายไม้หอมจางๆ ทำให้กลิ่นช่วงนี้มีความเผ็ดโปร่งที่นั่มละมุนก็จริงแต่มีความถือตัวและซับซ้อนทางความรู้สึกว่าเข้มข้นอยู่ภายใต้ความโปร่งนุ่ม ซึ่งกลิ่นในช่วงกลางจะยังตามไปเด่นในช่วงท้ายๆ ที่ให้ความรู้สึกแบบไม้หอมอ่อนๆ อบอุ่นกำลังดี มีกลิ่นอายแบบสบู่กลิ่นโปร่งผสมผสาน เคล้าความเป็น Musk ที่ให้ความนุ่มสะอาด โดยที่กลิ่นของคาร์เนชั่น กานพลู และกลิ่นโทนออกทางสบู่กลิ่นหอมเผ็ดนุ่มจะยังลอย On Top ออกมาให้รู้สึกได้ เรียกว่าภาพรวมมาในลักษณะ Bomb of Fresh Spicy เลยเพราะกลิ่นคาร์เนชั่นมันมีความเป็น Spicy เผ็ดๆ ติดเขียวอยู่แล้ว พอมาเจอกานพลูและเหล่าเครื่องเทศเผ็ดโปร่งอื่นๆ เรียกว่ารวมกันกันเต็มๆ และสนุกสนานกับการค้นหาความซับซ้อนของกลิ่นได้ดีมาก

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศวัยทำงานขึ้นไป กลิ่นเรียกว่าต้องผ่านน้ำหอมมาในระดับหนึ่งกลิ่นอาจจะมาแบบที่ไม่ได้เข้าถึงทุกคนได้ในทันทีมากนัก แม้กลิ่นจะดูเหมือนเข้าถึงได้ง่าย แต่กลิ่นมีความน่าค้นหาและซับซ้อนในการบอกเล่าเรื่องราวแบบนิ่งขรึมแต่เข้มข้นในความรู้สึกเสียมาก จึงเข้ากับหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป ตัดการใส่เพื่อออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งออกน่าจะดีกว่า เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายสดชื่นลั่นล้า ส่วนยามค่ำคืนสามารถใส่ได้แบบออกงานหรือใส่ไปจิบเบาๆ แบบมีระดับมีมาดจะดีกว่า เพราะกลิ่นไม่ได้มาโทนเย้ายวนนักออกแนวถือตัวแต่มีเสน่ห์ท่ามกลางความนิ่งขรึมเสียมากกว่านั่นเอง

ความทน - ลงตัวมากที่ 8 ชั่วโมงเป็นพื้นฐาน บวกลบประมาณ 2 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางโปร่งแต่เข้มข้นในช่วงกลาง และเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย - ต้องบอกว่ากลิ่นนี้เป็นอีกหนึ่งที่แสดงความเป็นคาร์เนชั่นได้ชัดไม่พอ ยังบอกความรู้สึกแบบภายใต้ความโปร่งและดูเหมือนไม่มีอะไรสวยงามตามที่เห็น แต่ภายในมีความเข้มข้นคุกรุ่นออกมาให้รู้สึกได้ ถ้าจะบอกว่านี่คือความโกรธของคาร์เนชั่น มันก็ออกมาแบบที่โกรธแบบปล่อยบรรยากาศมาคุแบบนิ่งๆ แต่ยังมีชั้นเชิงในการเก็บอารมณ์ที่ให้เห็นความซับซ้อนได้อยู่ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่สอนให้ผมแตะความรู้สึกของน้ำหอมได้อีกระดับเลยทีเดียว

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น