วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Benetton – Let’s Move

Benetton – Let’s Move

สำหรับน้ำหอมโซนราคาไม่แรงและใช้ง่าย หลายๆ คนต้องนึกถึง Benetton เป็นแน่แท้ ซึ่งเรียกว่าไม่ได้ทำน้ำหอมขี้เหร่แต่ประการใดเสียด้วย ที่สำคัญทำให้หลายๆ คนสบายกระเป๋ามานักต่อนัก ซึ่งในยามที่อยากได้น้ำหอมแบบราคาดีๆ ก็ได้หันไปเห็นว่ามี Benetton อยู่รุ่นหนึ่งที่ดูน่าสนใจนั่นคือ Let’s Move จัดมาพร้อมกับลองจนหนำแล้วก็มาบอกเล่าเรื่องกลิ่นกันซักหน่อยว่าจะเป็นอย่างไร

Top Notes มากันที่กลิ่นอายแบบซิตรัสติดพริกไทย ที่จะจับได้ถึงกลิ่นอายของลาเวนเดอร์และวานิลลารองพื้นอยู่ด้านหลังค่อนข้างชัดมาก กลิ่นจะมาสายแมนๆ ติดอบอุ่นตั้งแต่ต้น กลิ่นช่วงนี้อาจจะออกแนวมะรุมมะตุ้มกันนิดนึงเพราะยังจะมาแบบนัวๆ กันทุกโทนทั้งจะสดชื่นติด Sport จาก Citrus ทั้งยังจะ Spicy จากพริกไทย แถมด้วย Aromatic จากลาเวนเดอร์ และมีโทนอบอุ่นจากวานิลลาที่ไม่ยอมโดนแย่งซีนอีก อาจจะทำให้งงๆ กันนิดนึง แต่เพียงไม่นานก็จะเข้า Middle Notes ซึ่งกลิ่นจะเริ่มพัฒนามาสายนุ่มติดอบอุ่นมากขึ้น โดยที่กลิ่นของลาเวนเดอร์กับวานิลลาจะเริ่มเป็นตัวเด่นเป็นสง่าชัดเจนกันตั้งแต่ช่วงนี้และอยู่ยาวไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงท้ายเลย โดยในช่วงกลางนี้จะมีกลิ่นอายที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างโทน Citrus กับดอกไม้อย่างเจอเรเนียมเป็นตัวทำให้กลิ่นนุ่มเคล้าสดชื่นรับช่วงต่อจากช่วงแรกในระดับหนึ่ง และมีจับได้ถึงความรู้สึกของไม้หอมอุ่นๆ แมนๆ แทรกอยู่บางๆ เพียงแต่มาสายสนับสนุนรองได้ซีนบ้างอะไรบ้าง เมื่อเข้าช่วง Base Notes กลิ่นจะเริ่มอบอุ่นขึ้น โดยวานิลลากับลาเวนเดอร์จะยังคงเป็นเจ้าของซีนไม่ให้ใครมาแย่งอยู่ตลอด เพียงแต่ในเนื้อกลิ่นจะมีความอบอุ่นมากขึ้นจากกลิ่นอายสนับสนุนอย่างแอมเบอร์ เลยทำให้ได้กลิ่นโทนแมนๆ อุ่นนวลๆ ซึ่งภาพรวมถือว่าเป็นน้ำหอมสายอบอุ่นที่มีความ Sport เสริมเข้ามาแล้วลดหลั่นลงมาเป็นกลิ่นแมนๆ นวลๆ นั่นเอง

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียน ม.ปลาย ก็สามารถใช้กลิ่นนี้ได้แล้ว เพราะกลิ่นถือว่าใช้ง่าย แมนๆ อบอุ่นแบบไม่หนักหน่วงมากหรือกลิ่นอายเป็นผู้ใหญ่เกินไปและกลิ่นก็เข้าถึงได้ง่ายเช่นกัน โดยสามารถใส่ได้ทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ทั้งทางการหรือทั่วไปก็สามารถ ซึ่งใส่ออกกำลังกายอาจจะรอช่วงกลางๆ กึ่งท้ายๆ หน่อยก็น่าจะดีกว่า ส่วนยามค่ำคืนถือว่าออกแนวใส่เที่ยวเล่นได้สบายๆ หรืออกแนวใส่แมนๆ เดินเล่นกับแฟนประมาณนี้ แต่ถ้าจะเน้นไปสายหาเหยื่อเกรงว่าจะสู้โทนหวานเย้ายวนยากหน่อย

ความทน ราวๆ 6 ชม. ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น เรียกว่าอาจจะมาแบบนัวๆ กันนิด แล้วจะลดลงมากระจายแบบปานกลาง แล้วปิดท้ายด้วยออร่ากึ่ง Skin Scent ในช่วงท้าย พอพ้นซักประมาณ 5-6 ชม. ไปแล้วจะเป็น Skin Scent ชัดเจน ก็จะจางไปตามเวลา

ทิ้งท้าย ถือว่าเป็นน้ำหอมใช้ง่ายมาในสาย Sport ที่ยืนพื้นด้วยความอบอุ่น กลิ่นไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก คือค่อนข้างเป็นเส้นตรงกับการเป็นวานิลลาเคล้าลาเวนเดอร์แบบที่ไม่ได้มาสายขนม ไม่ได้มาสายกลิ่นอายธรรมชาติเท่าไหร่ แต่หอมแมนอบอุ่น ใช้แล้วผ่าน อย. ด้านกลิ่นได้สบายๆ ประมาณนี้เลย

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - https://fimgs.net/images/secundar/o.18600.jpg



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น