วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Paco Rabanne pour Homme

Paco Rabanne pour Homme

สำหรับแบรนด์ Paco Rabanne ใช่ว่าจะมีแต่น้ำหอมที่ออกสายเมโทรยั่วยวนในแบบที่คนใช้น้ำหอมหลายๆ คนได้เห็น แต่สำหรับแบรนด์นี้ถือว่าได้สร้างประวัติศาสตร์กับหนึ่งในความคลาสสิคที่อยู่มาอย่างยาวนาน ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นที่นิยมของผู้คนหลายๆ รุ่นมาตลอดตั้งแต่ปี 1973 จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการปรับสูตรแล้วก็ตาม ซึ่งจะเป็นตัวไหนไปไม่ได้นั่นคือ Paco Rabanne pour Homme

เหตุที่กลิ่นนี้ได้รับความนิยมมาเสมอไม่มีคำว่าตกยุคเพราะคาบเกี่ยวได้หมดทั้งการเป็น Retro และ Modern ได้สบายๆ ด้วยกลิ่นอายที่ความแมนจัดเต็มจริงๆ โดยเริ่มกับ Top Notes อย่างโทนเขียวติดเครื่องเทศเผ็ดปร่าสดชื่นอย่างโรสแมรี่ เสริมด้วยใบเซจทำให้กลิ่นเขียวฟุ้งปร่าซ่ากันมาเลย และมีความเขียวสากแมนจากๆ จาก Oak Moss มาให้รู้สึกอยู่ด้วย ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีกลิ่นออกทางไม้หอมติดกุหลาบจางๆ แทรกอยู่ข้างในและที่สำคัญกลิ่นของลาเวนเดอร์จะเสริมเข้ามาไวมาจนทำให้ได้กลิ่นแนวสบู่เขียวสะอาดสดชื่นคมๆ ฟุ้งกระจายออกมาจัดเต็มชัดเจน เรียกว่าถ้าง่วงๆ อยู่ ใช้กลิ่นนี้สามารถตื่นได้เลยเพราะกลิ่นปลุกความสดชื่นแบบจริงๆ ซึ่งกลิ่นโทนเขียวปราสดชื่นติดนวลสบู่สะอาดนี้จะตามไปยัง Middle Notes ซึ่งจะมีความนุ่มในเนื้อกลิ่นเสริมเข้ามามากขึ้นจากลาเวนเดอร์ และมีกลิ่นติดกุหลาบจางๆ ซึ่งจะมาจากดอกเจอเรเนียมเป็นตัวกลางเชื่อมกลิ่นโทนนุ่มสบู่คาบเกี่ยวกับกลิ่นอายติดเลมอนหน่อยๆ ที่มาสายสนับสนุนให้กลิ่นโทนสมุนไพรยังคงปล่อยของเต็มที่อยู่เช่นเดิมคงเส้นคงวาไปตลอด ที่สำคัญ Oak Moss จะเริ่มปล่อยของมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำเข้าสู่ Base Notes โดยมีกลิ่นอายแบบเขียวติดสากแมนเท่ห์ ไม่ได้มาสายอลังหรือดำมืดแต่ประการใด โดยจะมีความนวลของ Musk ความหวานของน้ำผึ้ง และความอบอุ่นติดครีมมี่ของไม้หอมมาเสริมทำให้กลิ่นดูมีความเป็นสุภาพบุรุษที่มีความแมนภูมิฐานปนความเท่ห์ติดหวานอบอึ่นจางๆ กำลังดี เป็นช่วงที่เรียกว่ากลิ่นกลมกล่อมยืนพื้นของความเป็นสบู่และสมุนไพรได้ลงตัวมากเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยทำงานขึ้นไป ซึ่งจริงๆ น้องๆ วัยมหาลัยก็ใช้ได้ ถ้าสนใจ กลิ่นไม่ได้สร้างความรู้สึกว่าแก่อะไรขนาดนั้น เพราะมันเป็นกลิ่นสะอาดสมุนไพรที่อาจจะไม่ได้รับคำชมในคราแรกดม แต่มันจะสร้างความเป็นสุภาพบุรุษและความคุ้นชินมากกว่าที่จะเป็นความแน่นหวานย้วย โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันกวาดได้หมด แต่อาจจะต้องจำกัดจำนวนสเปรย์หน่อย เพราะกลิ่นฟุ้งกระจายแน่นคมพอสมควร เดี๋ยวจะทำให้ชาวบ้านอึดอัดเอาได้ ซึ่งถ้าออกกำลังกาย อาจจะรอนิดนึงให้ความคมมันลดทอนลงไปก่อน ส่วนยามค่ำคืนก็เรียกว่าจัดได้สบายๆ เอาอยู่และสู้กับกลิ่นโทนหวานได้เสียด้วย เพียงแต่อาจจะไม่ได้ถึงขั้นเย้ายวน เซ็กซี่อะไรเด่น เน้นเป็นสุภาพบุรุษสะอาดสะอ้านติดคลาสสิคผมเรียบแปล้ใส่ Pomade ประมาณนี้เลย

ความทน มากกกกกกกก ยอมใจ เพราะ 12 ชม. กลิ่นยังคงอยู่

การกระจาย กลิ่นกระจายดีสุดๆ ในตอนต้นเรียกว่ามาเต็มกันเลยทีเดียว แล้วจะลดลงมากระจายดีในช่วงกลาง ก่อนจะค่อยๆ ลงมากระจายปานกลาง และเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้ายแบบยาวไป

ทิ้งท้าย -  จึงไม่แปลกใจเลยที่ทำไมกลิ่นนี้ถึงได้เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ได้รับความนิยมมาเสมอและเป็นหนึ่งในความคลาสสิคตลอดกาลของแบรนด์นี้ ถือเป็น Masterpiece กันอย่างชัดเจน

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
https://groomingguru.files.wordpress.com/2013/05/prphflacon-high-res.jpg


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น