วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Wrangler Cologne for Men

Wrangler Cologne for Men

ใครไม่รู้จัก Wrangler บ้างเนี่ย ถือว่าจะเอาท์กันได้เลย เพราะหนึ่งในแบรนด์ทางด้านยีนส์นอกจากลีวายส์ก็มีแบรนด์นี้แหละที่ได้รับนิยมมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนเขาก็มีน้ำหอมของเขาด้วยนอกเหนือจากเรื่องยีนส์และเสื้อผ้า มีโอกาสได้มาก็จัดไปว่าน้ำหอมของแบรนด์นี้จะเป็นเช่นไรกันบ้างกับ Wrangler Cologne for Men 

เรียกว่าเป็น Cologne ที่กลิ่นสดชื่นสร้างความแมนสบายๆ ได้ดีมาก ให้ภาพในหัวออกมาแบบผู้ชายใส่เสื้อลายสก็อต หรือเสื้อยืดสีขาว + กางเกงยีนส์รองเท้าเท่ห์ๆ แบบแนวหนุ่มคันทรี่หรือท้องทุ่ง ลุคดูไม่หวือหวาแต่ปฏืเสธไม่ได้ว่ากลิ่นหล่อได้อยู่ ซึ่งกลิ่นไม่ได้มาสายซับซ้อนอะไรมาก เปิดต้นทางด้วยความเป็นกลิ่นอายแบบซิตรัสติดเขียวสมุนไพรเจือกับกลิ่นนุ่มนวลของลาเวนเดอร์ และมีกลิ่นเครื่องเทศโทนโปร่งจางๆ ให้รู้สึกได้ กลิ่นช่วงนี้ให้ความสดชื่นแบบแมนๆ เลย ที่สำคัญกลิ่นในช่วงต้นนี้มาสายเดียวกับ Creed Green Irish Tweed หรือ Davidoff Cool Water กันในระดับหนึ่ง เพียงแต่ไม่ได้หรูหราเท่า Creed หรือออกทางสายกลิ่นทะเลเท่า Davidoff แต่จะออกแนวสบายๆ แมนๆ สดชื่นปลอดภัย พอเข้าสู่ช่วงกลางกลิ่นของลาเวนเดอร์จะยังคงอยู่เคล้าความเขียวแบบติดกลิ่นสมุนไพร ซึ่งจะมีกลิ่นอายของจูนิเปอร์เบอร์รี่ที่มาสายกลิ่นเหล้า Gin จางๆ เสริมเข้ามา ได้ความรู้สึกติดเขียวซ่าหน่อยๆ มีกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ เจือเข้ามาผสมผสานให้ความรู้สึกสบายๆ ไปเรื่อยๆ ส่งต่อให้ช่วงสุดท้ายที่เป็นจะเป็นกลิ่นแนวปลอดภัยสะอาดๆ แบบอากาศสบายๆ มีกลิ่นจากช่วงกลางตามมาแบบติดผิวอ่อนๆ เบาๆ เรื่อยไปจนกว่าจะหายไปจากผิวนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยม.ต้น ขึ้นไปก็สามารถใส่ได้แล้ว กลิ่นเข้าถึงได้ง่ายมาก มหาชนได้กลิ่นมักจะชอบได้เลยในทันที กลิ่นก็ไม่ต้องพยายามปีนบันไดดมใดๆ เลยโดยสามารถใส่ได้หมดในทุกๆ สถานการณ์ยามกลางวันกวาดทุกอย่าง ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป เพราะกลิ่นมาสายปลอดภัยไม่เน้นรบกวนใครนั่นเอง ใส่ออกกำลังกายยังได้เลย เพราะมาสาย Cologne ที่สดชื่นสะอาดเสียด้วย ส่วนยามค่ำคืนถ้าอากาศร้อนๆ ใส่แบบชิลล์ๆ เดินเล่น หรือไม่ได้ออกแนวไปหาเหยื่ออะไร ใส่ได้สบายๆ แต่งดใส่ไปเน้นความเซ็กซี่และจัดเต็มตามผับบาร์คลับหรือปาร์ตี้ต่างๆ เถิด เพราะกลิ่นเบามาก โดนกลบเกลี้ยงแน่นอน 

ความทน – Cologne นี่นา เอาอะไรมากไม่ได้กับแนวๆ นี้นัก ซึ่งความทนจะอยู่ระหว่าง 2 – 4 ชม. เป็นสำคัญ อิงตามสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจจะทนน้อยกว่านี้ได้ ถ้าจำนวนสเปรย์ไม่มากพอ แต่ส่วนตัวเมื่อทดสอบฉีดเสื้อที่ใส่ด้วย กลิ่นติดทนที่เสื้อยาวถึง 6 ชม. ได้อยู่ กับการอยู่ในห้องแอร์ทั้งวั 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น เรียกว่า หอมสดชื่นแมนๆ กันมาเลย แล้วกลิ่นจะลดลงไปเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงกลาง ก่อนจะปิด Job ด้วย Skin Scent 

ทิ้งท้าย ถือว่า Cologne ตัวนี้ทำออกมาเสริมความเป็นหนุ่มสบายๆ เท่ห์ๆ ไม่ได้ออกแนวพร๊อพเยอะ และไม่ได้เน้นว่าต้องปล่อยพลังทางกลิ่นมากอะไร เน้นปลอดภัย เพราะว่าคนใส่หล่ออยู่แล้วประมาณนี้ ^^

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ  http://fragrancesimgs.azureedge.net/prodimgs/07340495905-2-700.jpg

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Jaguar – Excellence

Jaguar – Excellence 

กลับมาเจอกันอีกครั้งกับน้ำหอมแบรนด์รถหรูหราอย่าง Jaguar ซึ่งในคราวนี้โดนดึงดูดด้วยชื่อรุ่นกันอย่างเต็มๆ กับคำว่า Excellence ที่สำคัญเห็นว่าผลิตออกมา 2 เวอร์ชั่น คือ EDT กับ EDP กับโทนกลิ่นที่จริงๆ ไม่ได้แตกต่างกันมากนอกจากความเข้มข้นที่เพิ่มเข้ามารวมถึงความแน่นของกลิ่น เลยจะขอพุ่งเป้ามาที่ตัว EDT แทน เช่นนั้นได้เวลามาพิสูจน์กลิ่นตามชื่อรุ่นแล้วว่าจะ Excellence ขนาดไหน 

Top Notes มากับกลิ่นอายติดแน่นๆ เคล้าความเป็น Citrus กันก่อนเลย เพราะกลิ่นของพริกไทยสีชมพูจะเด่นพุ่งออกมาโดยมีสานสนับสนุนรองชั้นดีอย่างกลิ่นแนวโปร่งสร้างบรรยากาศสดชื่นของเกรฟฟรุต แอบจับได้ถึงความเป็นโทนอมหวานหน่อยๆ และมีกลิ่นแนวๆ ดอกส้มเสริมเข้ามากันตั้งแต่ตอนนี้ และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่รองพื้นอยู่ในแบบความเป็นโทนอบอุ่น กลิ่นเปิดค่อนข้างทำให้รู้สึกคุ้นชินเพราะน้ำหอมแนวที่มาสายพริกไทยสีชมพูที่ให้โทนหวานเย้าติดเผ็ดปร่าแนวนี้มีเยอะไม่น้อย เผลอๆ จะไปนึกถึงตัวดังอย่าง Paco Rabbane 1 Million เสียด้วยซ้ำ แต่จะแตกต่างตรงที่ไม่ได้มาสายหวานติดอบเชยและให้ความรู้สึกเมโทรขนาดนั้น และพอเข้า Middle Notes ความเป็นดอกส้มจะเริ่มชัดมากขึ้น โดยที่กลิ่นโทนหวานเย้าติดสดชื่นในช่วงต้นจะยังตามมาอยู่ จะเป็นตัวดึงเข้าสู่ช่วงกลาง ที่กลิ่นช่วงต้นยังคงตามมาผสมผสานอยู่แต่จะเริ่มมีความเป็นแป้งติดอบอุ่นมากขึ้น โดยกลิ่นบางๆ ติดแป้งของดอกไอริสที่มาทำให้กลิ่นไม่ได้มาสายหวานมากนัก มีความครีมมี่หน่อยๆ และมีความอุ่นในเนื้อกลิ่นที่มาในลักษณะแป้งติดโทนเครื่องเทศจะเริ่มชัดจนจับได้ถึงกลิ่นอายของวานิลลาติดไม้หอมอุ่นอมเปรี้ยวที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังมาตั้งแต่ช่วงต้น ก็จะเป็นตัวนำเข้าสู่ Base Notes ที่จะได้ความรู้สึกแบบชัดเจนกับการเป็นแอมเบอร์โทนติดเปรี้ยวเคล้ากับความเป็นวานิลลาที่มาในโทนแป้งอบอุ่นที่กลิ่นจะครีมมี่นุ่มๆ แต่ไม่ได้มาโทนหวานเพราะติดโทนไม้หอมมาเจือ ซึ่งยังมีกลิ่นดอกส้มติดเครื่องเทศจางๆ ตามมาในช่วงนี้ให้กลิ่นมีความเย้ายวนกำลังดี ภาพรวมของน้ำหอมตัวนี้เลยจะออกแนวกลิ่นอายแบบแป้งอบอุ่นติดเท่ห์ มีความเย้ายวนติดเครื่องเทศกำลังดี ไม่ได้มาสายเมโทรแบบสุดช่วงตัว หรือเซ็กซี่กันเต็มเหนี่ยวโจ่งแจ้งเกินไปนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไป กลิ่นถือว่ามาสายอบอุ่นติดเย้ายวนแบบหวานแบบกลางๆ กำลังดี ไม่เมโทรหรือออกทางเซ็กซี่จัดจ้านเกินไป เลยทำให้สามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะเป็นทางการหรือทั่วๆ ไป เรียกว่าแตะได้หมด ยกเว้นใส่เพื่อออกกำลังกายเพราะเดี๋ยวกลิ่นจะตีขึ้นจนอึนกันไปเสียก่อน ส่วนยามค่ำคืนจัดได้สบายมากอัดสเปรย์หน่อยก็ร่อนได้แล้ว อาจจะไม่ได้ออกทางล่าเหยื่อมากนัก แต่กลิ่นอบอุ่นน่าเข้าใกล้ก็เรียกแขกได้อยู่นา 

ความทน กลิ่นทนประมาณ 8 ชม. บวกลบบ้างอิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนที่จะลดลงมากระจายปานกลาง และปิดท้ายที่ออร่ารอบๆ ตัว พอพ้นราวๆ 6 ชม. ไปแล้วกลิ่นจะเริ่มเป็น Skin Scent ที่ยังให้ความรู้สึกหอมอบอุ่นนุ่มๆ ได้อยู่ 

ทิ้งท้าย เรียกว่ากลิ่นทำได้ดี มีความใช้ง่าย โดยที่ไม่ได้มาสายเย้ายวนเซ็กซี่แบบจัดหนักจัดเต็ม เน้นความเท่ห์อบอุ่นซึ่งถือว่าเป็นอีกกลิ่นที่ไม่ผิดหวังในการใช้งานครับ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://www.parfum-outlet.ch/WebRoot/Store17/Shops/62708177/5290/9CA6/3B15/1857/8B21/C0A8/2AB9/90A5/jaguar_excellence.jpg

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Alfred Sung – Hei

Alfred Sung – Hei

ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามแบรนด์นี้พอสมควรและมีความอยากลองมาตลอดเลยกับ Alfred Sung แบรนด์สัญชาติแคนาดาที่มาสายแฟชั่นแนวน้อยแต่ได้มากเน้นสายภูมิฐานและเรียบหรู โดยทางฝั่งน้ำหอมก็จะมาสายกลิ่นอายธรรมชาติและเรียบง่ายเป็นสำคัญ เอาเข้าจริงส่วนใหญ่แบรนด์นี้อาจจะมีน้ำหอมผู้หญิง แต่จริงๆ ก็มีน้ำหอมผู้ชายที่น่าสนใจไม่น้อย เช่นนั้นสบโอกาสจัดมาเลยต้องบอกเล่าเรื่องกลิ่นกันหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้างกับรุ่นนี้เลย Hei

กลิ่นนี้เรียกว่าเอาใจคนชอบสาย Safe Scent สุดๆ เพราะว่ากลิ่นจะไม่ได้เน้นเรื่องการปล่อยของไม่ยั้ง มาสายนิ่งๆ สะอาด สบายๆ และเน้นเอาใจคนชอบกลิ่นแนวติด Sport เพราะ Top Notes จะเปิดตัวมากับกลิ่นอายแบบเขียวติดสดชื่นแบบอากาศเย็นๆ ยามเช้า โดยจะมีกลิ่นของไม่ไผ่ที่มาแบบหอมสะอาดอ่อนๆ จะเจือไปกับกลิ่นเขียวโปร่งเจือหวานเบาๆ ของใบไวโอเล็ต ซึ่งเนื้อกลิ่นจะมีความสดชื่นของกลิ่นมินท์และกลิ่น Citrus เข้ามาผสมผสานด้วย โดยจะแอบสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่มีความฉ่ำหน่อยๆ กำลังดี ซึ่งจะมีความรู้สึกติด Sport แบบกลางๆ เคล้ากับกับกลิ่นอายสบายๆ จนเมื่อเข้าสู่ Middle Notes กลิ่นในช่วงต้นก็ยังคงอยู่ชัดเจนที่ยังคงเป็นลักษณะแบบไม้หอมเบาๆ ติดเขียวสดชื่นแต่จะจับได้ถึงกลิ่นอายแบบโทนน้ำสะอาดๆ และจะมีกลิ่นนุ่มของลาเวนเดอร์เคล้ากับความนวลติดสดชื่นของกลิ่นดอกส้มเจือมะลิแบบบางๆ และจะมีความเขียวของสมุนไพรแบบสบายจมูกเสริมเข้ามาด้วยเช่นกัน กลิ่นจะได้อารมณ์แบบบรรยากาศสดชื่น หรือเสื้อผ้าสะอาดๆ ติดกลิ่นนวลๆ คุมโทนความสบายในเนื้อกลิ่นไปตลอด ส่งต่อไปยัง Base Notes ที่จะเป็นกลิ่นไม้หอมเบาๆ มีกลิ่นที่รองพื้นอย่าง Musk ให้ความนุ่มนวลสะอาดปุยเมฆแบบเบาๆกำลังดีซึ่งภาพรวมกลิ่นให้ความรู้สึกแบบสดชื่นสะอาดและสบายใช้ง่ายมากตั้งแต่ต้นยันจบเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ - ผู้ชายทุกเพศ ยกเว้นเด็กน้อยเบบี๋ เพราะกลิ่นใช้ง่าย เข้าถึงง่าย มหาชนชอบ มหาชนได้กลิ่นแล้วไม่ยี้ เพราะมาสายสะอาด สดชื่น สบายๆ ที่สำคัญเข้ากับอากาศบ้านร้อนๆ ของบ้านนี้เมืองนี้เต็มๆ โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันที่เรียกว่ากวาดทั้งหมด ยิ่งถ้าใครชอบออกกำลังกายกลิ่นนี้เข้ากับการใส่ไปออกกำลังกายโดยที่ไม่รบกวนใคร แล้วคนใส่ยังสดชื่นจากกลิ่นได้อยู่ตลอดเสียด้วย ส่วนยามค่ำคืนตัดออกไปได้เลยถ้าจะใส่ไปท่องราตรี เพราะโดนกลบหมดและไม่ได้เย้ายวนอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าจะใส่แบบอากาศร้อนๆ ชิลล์ๆ สบายๆ ถือว่ายังเข้าทางได้อยู่ ที่สำคัญกลิ่นนี้สาวๆ ใช้ได้ในระดับหนึ่งเลย ให้ลุคสะอาดสบายทะมัดทะแมงในวันแบบสบายๆ ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ชิลล์ๆ อะไรประมาณนี้ 

ความทน - 4 – 6 ชม. โดยประมาณ ตามประสาน้ำหอมโทนสดชื่นเบาสบาย กลิ่นอาจจะแกว่งไปบ้าง อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด รวมถึงประเภทผิวของผู้ใช้ด้วย กลิ่นอาจจะทำให้รู้สึกว่าไม่ได้ทนมากเท่าไหร่นัก ซึ่งอาจจะต้องดมจากผิวตรงๆ ด้วยส่วนหนึ่ง 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้นให้ความสดชื่นเย็นๆ สบายๆ ไม่คมไม่หนัก แล้วจะลดลงมาเป็นออร่าสดชื่นสะอาดรอบๆ ตัว ก่อนจะเป็น Skin Scent ในช่วงท้ายที่ให้ความรู้สึกสดชื่นสะอาดสบายๆ และตีขึ้นเบาๆ ยามร่างกายทำความร้อน 

ทิ้งท้าย - กลิ่นมาสายปลอดภัยมากจริงๆ คือ ใช้ไปยังไงคนก็ไม่ด่าหรือจิก เผลอๆ บางคนอาจจะไม่คิดว่าเราใส่น้ำหอมมา เพราะกลิ่นมันสบายๆ ธรรมชาติที่คนได้กลิ่นมักคุ้นชินอยู่แล้ว เช่นนั้น ใครที่เป็นสาย Safe Scent ตัวนี้คือกลิ่นที่ลงตัวและยังไงก็รอด แถมพกไปเต็มระหว่างวันให้สดชื่นได้สบายแฮเสียด้วยซ้ำไป 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -https://cdn.shopify.com/s/files/1/0910/0818/products/Alfred-Sung-Hei-Mens-Eau-de-Toilette-Spray-3.4-Best-Price-Fragrance-Parfume-FragranceOutlet.com-Main.jpg?v=1474491064

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Benetton – Let’s Move

Benetton – Let’s Move

สำหรับน้ำหอมโซนราคาไม่แรงและใช้ง่าย หลายๆ คนต้องนึกถึง Benetton เป็นแน่แท้ ซึ่งเรียกว่าไม่ได้ทำน้ำหอมขี้เหร่แต่ประการใดเสียด้วย ที่สำคัญทำให้หลายๆ คนสบายกระเป๋ามานักต่อนัก ซึ่งในยามที่อยากได้น้ำหอมแบบราคาดีๆ ก็ได้หันไปเห็นว่ามี Benetton อยู่รุ่นหนึ่งที่ดูน่าสนใจนั่นคือ Let’s Move จัดมาพร้อมกับลองจนหนำแล้วก็มาบอกเล่าเรื่องกลิ่นกันซักหน่อยว่าจะเป็นอย่างไร

Top Notes มากันที่กลิ่นอายแบบซิตรัสติดพริกไทย ที่จะจับได้ถึงกลิ่นอายของลาเวนเดอร์และวานิลลารองพื้นอยู่ด้านหลังค่อนข้างชัดมาก กลิ่นจะมาสายแมนๆ ติดอบอุ่นตั้งแต่ต้น กลิ่นช่วงนี้อาจจะออกแนวมะรุมมะตุ้มกันนิดนึงเพราะยังจะมาแบบนัวๆ กันทุกโทนทั้งจะสดชื่นติด Sport จาก Citrus ทั้งยังจะ Spicy จากพริกไทย แถมด้วย Aromatic จากลาเวนเดอร์ และมีโทนอบอุ่นจากวานิลลาที่ไม่ยอมโดนแย่งซีนอีก อาจจะทำให้งงๆ กันนิดนึง แต่เพียงไม่นานก็จะเข้า Middle Notes ซึ่งกลิ่นจะเริ่มพัฒนามาสายนุ่มติดอบอุ่นมากขึ้น โดยที่กลิ่นของลาเวนเดอร์กับวานิลลาจะเริ่มเป็นตัวเด่นเป็นสง่าชัดเจนกันตั้งแต่ช่วงนี้และอยู่ยาวไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงท้ายเลย โดยในช่วงกลางนี้จะมีกลิ่นอายที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างโทน Citrus กับดอกไม้อย่างเจอเรเนียมเป็นตัวทำให้กลิ่นนุ่มเคล้าสดชื่นรับช่วงต่อจากช่วงแรกในระดับหนึ่ง และมีจับได้ถึงความรู้สึกของไม้หอมอุ่นๆ แมนๆ แทรกอยู่บางๆ เพียงแต่มาสายสนับสนุนรองได้ซีนบ้างอะไรบ้าง เมื่อเข้าช่วง Base Notes กลิ่นจะเริ่มอบอุ่นขึ้น โดยวานิลลากับลาเวนเดอร์จะยังคงเป็นเจ้าของซีนไม่ให้ใครมาแย่งอยู่ตลอด เพียงแต่ในเนื้อกลิ่นจะมีความอบอุ่นมากขึ้นจากกลิ่นอายสนับสนุนอย่างแอมเบอร์ เลยทำให้ได้กลิ่นโทนแมนๆ อุ่นนวลๆ ซึ่งภาพรวมถือว่าเป็นน้ำหอมสายอบอุ่นที่มีความ Sport เสริมเข้ามาแล้วลดหลั่นลงมาเป็นกลิ่นแมนๆ นวลๆ นั่นเอง

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียน ม.ปลาย ก็สามารถใช้กลิ่นนี้ได้แล้ว เพราะกลิ่นถือว่าใช้ง่าย แมนๆ อบอุ่นแบบไม่หนักหน่วงมากหรือกลิ่นอายเป็นผู้ใหญ่เกินไปและกลิ่นก็เข้าถึงได้ง่ายเช่นกัน โดยสามารถใส่ได้ทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ทั้งทางการหรือทั่วไปก็สามารถ ซึ่งใส่ออกกำลังกายอาจจะรอช่วงกลางๆ กึ่งท้ายๆ หน่อยก็น่าจะดีกว่า ส่วนยามค่ำคืนถือว่าออกแนวใส่เที่ยวเล่นได้สบายๆ หรืออกแนวใส่แมนๆ เดินเล่นกับแฟนประมาณนี้ แต่ถ้าจะเน้นไปสายหาเหยื่อเกรงว่าจะสู้โทนหวานเย้ายวนยากหน่อย

ความทน ราวๆ 6 ชม. ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น เรียกว่าอาจจะมาแบบนัวๆ กันนิด แล้วจะลดลงมากระจายแบบปานกลาง แล้วปิดท้ายด้วยออร่ากึ่ง Skin Scent ในช่วงท้าย พอพ้นซักประมาณ 5-6 ชม. ไปแล้วจะเป็น Skin Scent ชัดเจน ก็จะจางไปตามเวลา

ทิ้งท้าย ถือว่าเป็นน้ำหอมใช้ง่ายมาในสาย Sport ที่ยืนพื้นด้วยความอบอุ่น กลิ่นไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก คือค่อนข้างเป็นเส้นตรงกับการเป็นวานิลลาเคล้าลาเวนเดอร์แบบที่ไม่ได้มาสายขนม ไม่ได้มาสายกลิ่นอายธรรมชาติเท่าไหร่ แต่หอมแมนอบอุ่น ใช้แล้วผ่าน อย. ด้านกลิ่นได้สบายๆ ประมาณนี้เลย

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - https://fimgs.net/images/secundar/o.18600.jpg



วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Estée Lauder - Modern Muse Le Rouge Gloss

Estée Lauder - Modern Muse Le Rouge Gloss

ได้เวลาแห่งการเป็นสาวเปรี้ยวแบบ Kendall Jenner กันบ้าง แบบที่พอเห็นขวดครั้งแรกแบบว่า แรงฤทธิ์กันมาเลยทีเดียวเชียวกับหนึ่งในตัวหลานของไลน์ Modern Muse ที่ Estée Lauder ได้นำเสนอออกมาเมื่อปี 2015 งานนี้กลิ่นอายจะมาแบบไหน พร้อมจัดเต็มในลักษณะใด มาลองกันซะหน่อยกับรุ่นนี้เลย Modern Muse Le Rouge Gloss

ต้องบอกกันก่อนว่า นี่เป็นตัวแรกที่ได้มีโอกาสใช้จริงจังในไลน์ Modern Muse เลยจะไม่สามารถบอกความเชื่อมโยงได้ว่าอิงกับตัวต้นตระกูลหรือว่าตัวก่อนหน้าที่จะมีการต่อยอดเป็นรุ่นนี้ เช่นนั้นขอเน้นที่การบอกเล่ากลิ่นอายตัวนี้เน้นๆ แทน

เปิดตัวมาก็สาววววววกันทีเดียวเชียว เพราะ Top Notes มากับกลิ่นเชอร์รี่ที่มีกลิ่นของพริกไทยสีชมพูที่จะมีความหวานแนวๆ เบอร์รี่ติดเครื่องเทศโทนโปร่งเย้ายวนเป็นตัวผสมผสานให้กลิ่นอายฟุ้งกระจายและมีความหวานอมเปรี้ยวเซ็กซี่ได้โทนสีแดงกันอย่างชัดเจน เนื้อกลิ่นมีโทนแป้งติดอับบางๆ นิ่งๆ ที่สร้างให้เกิดมิติที่ตัดทอนไม่ให้เกิดเป็นผลไม้เครื่องเทศแหลมโดดเกินไป ซึ่งจะแอบจับได้ถึงกลิ่นแนวๆ พลาสติคใสๆ กันตั้งแต่ช่วงนี้ เลยจะทำให้กลิ่นช่วงนี้จะคมพอสมควร อาจจะบาดจมูกกันหน่อย แต่ถือว่าปล่อยของกันเต็มๆ บอกถึงความเซ็กซี่และหวานเย้ายวนภายใต้หน้าตานิ่งและแอบเชิ่ดให้รู้ว่าชั้นสวย ซึ่งกลิ่นอายในช่วงต้นนี้จะยังตามไปยัง Middle Notes ที่คราวนี้กลิ่นอายพลาสติคจะชัดขึ้นจนจับได้ว่าคือกลิ่นพลาสติคไวนิล ที่จะให้อารมณ์แนวเคลือบๆ หรือสื่อถึงคำว่า Gloss ชัดเจน กลิ่นที่บาดๆ คมๆ จะลดทอนลงไปหลบทางให้กลิ่นกุหลาบ กลายเป็นนางเอกประจำงาน โดยที่กลิ่นของเชอร์รี่และพริกไทยสีชมพูจะเป็นสายสนับสนุนให้เกิดอารมณ์สีแดงในเนื้อกลิ่น ความเซ็กซี่เย้ายวนจะเริ่มจัดเต็มมากกว่าเพราะกลิ่นจะมีความหวานเย้ายวนเซ็กซี่กันเต็มๆ ให้มีความรู้สึกที่ถือตัว เริ่ดๆ เชิ่ดๆ อยู่ ประมาณว่าเซ็กซี่แต่ก็ไม่ได้ดูง่าย มีระดับมากพอ อารมณ์แบบลิปกลอสสีแซ่บๆ วาววับดึงดูดสายตา โดยเนื้อกลิ่นจะจับได้ถึงกลิ่นอายแบบเครื่องเทศติดหนังหวานๆ จากหญ้าฝรั่น มีความนวลอุ่นจากวานิลลา และมีกลิ่นมะลิจางๆ เสริมให้ดูเป็นผู้หญิงชัดเจน จนเมื่อเข้า Base Notes กลิ่นของวานิลลาจะเด่นขึ้นมา ดึงเอากลิ่นอายหวานหอมของน้ำผึ้งจางๆ กับพิมเสนมาทำให้กลิ่นอายเป็นกลิ่นโทนหวานเย้ายวนมากขึ้น ซึ่งความเป็นโทน Gloss แบบกุหลาบเย้ายวนกับไวนิลเคลือบผลไม้กับเครื่องเทศลดลงเป็นสายสนับสนุนรองลงมา เสริมให้กลิ่นจะมีความเซ็กซี่อบอวลเย้ายวนออกแนวว่า "ชั้นไม่ได้สนใจว่าจะได้ใครกลับบ้านนะ ชั้นแค่ให้เห็นว่าชั้นเริ่ดมากพอที่จะทำให้คุณต้องมองชั้น แล้วเดินเข้ามาหาเอง" แบบนี้เลย โทนกลิ่นมีความเป็นสีแดงตั้งแต่ต้นยันจบ และถือว่าน้ำหอมรุ่นนี้ใส่ความเป็น Gloss ด้วยกลิ่นพลาสติคได้ลงตัวเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ - ผู้หญิงทุกเพศวัยทำงานเป็นต้นไป กลิ่นนี้มันจะบ่งบอกถึงความมั่น เริ่ด สวย โดยที่ไม่ได้มาสายลั่นล้า กี๊ซก๊าซวี้ดว้าย ผู้ชายต้องมา ชั้นจะไม่นกเด็ดขาด อะไรประมาณนั้น ซึ่งใส่ได้บางสถานการณ์ยามกลางวันแบบจำกัดสเปรย์ ไม่งั้นมันดูแรงฤทธิ์ไป ซึ่งตัดทิ้งในการใส่เพื่ออกงานทางการเลยจะดีที่สุด เพราะกลิ่นมันออกแนวเริ่ดเชิ่ดมั่นพอสมควรเดี๋ยวข่มชาวบ้านหมด รวมถึงใส่เพื่อออกกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกาย เพราะเดี๋ยวกระจายฆ่าชาวบ้านตายหมู่เอาได้ ยกเว้นใส่แบบทำงาน Office สวยๆ หรือทั่วๆ ไปแบบไม่ได้มีอะไรทางการอันนี้ใส่ได้ไม่ยาก ส่วนยามค่ำคืนท่องราตรี หรือไปปาร์ตี้หรือจะออกแนวยั่ยวนแบบไม่ได้เน้นสายแอ๊วผู้ชายพร้อมรับศึกทุกสถานการณ์อันนี้จะเข้าทางมาก กลิ่นแดงแรงสวยได้เลยทีเดียว

ความทน - ราวๅ 6-8 ชม. กลิ่นอาจจะทนมากกว่านี้ได้อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุกที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวเจอที่ประมาณ 8 ชม. กำลังดีในการปล่อยของ

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีมากแบบมาเต็มเหนี่ยวเลยในช่วงแรก ถ้าไม่คุ้นชินอาจจะรู้สึกบาดจมูกกันหน่อย ก่อนจะลดลงมากระจายดีกึ่งปานกลางในช่วงกลาง แล้วเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย พ้น 8 ชม. ไปแล้วจะเริ่มเป็นกลิ่นติดผิวเรื่อๆ แล้วจางไปตามเวลา

ทิ้งท้าย - ผมใส่แล้ว สาวมากกกกกกก 555555 กลิ่นส๊าวสาวและกลิ่นมั่นใจมาก แบบว่าชั้นจะแดง ชั้นจะเริ่ด จนแบบว่ามีแต่คนมองแบบสายตาเคลือบแคลง เช่นนั้น มันเหมาะกับสาวๆ มากกว่าผู้ชายแน่นอนครับ

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit
ภาพ - http://df.lnwfile.com/_/df/_raw/z0/y9/gx.jpg

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Coach the Fragrance Eau de Toilette

Coach the Fragrance Eau de Toilette 
(Sponsored Review) 

หลังจากที่ได้รับเชิญจาก
Coach Fragrance Thailand ไปงานเปิดตัวน้ำหอมใหม่ของ Coach เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ก็ได้รับน้ำหอมที่เปิดตัวใหม่มาด้วย ขอขอบพระคุณอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้ครับ

ซึ่งแน่นอนว่าเป็นน้ำหอมที่เปิดตัวเป็นน้ำหอมผู้หญิง ในใจก็คิดนะว่างานนี้เราจะสาวและสวยไปกับน้ำหอมหรือเปล่า แต่สิ่งที่ได้รับรู้ คือ น้ำหอมรุ่นล่าสุดมีพรีเซนเตอร์อย่างดารานักแสดงสาวน่ารัก Chloë Grace Moretz เช่นนั้นน้ำหอมตัวนี้ต้องมาสายสดใส มั่นใจ และน่ารักแน่นอน ซึ่งรุ่นล่าสุดนี้ก็คือ Coach the Fragrance Eau de Toilette นั่นเอง

สิ่งแรกที่ประทับใจกับรุ่นนี้เลยคือ ขวด เพราะไม่ได้มากับการเป็นขวดทรงสี่เหลี่ยมมีการ Screen ลาย Coach แบบที่เห็นกันเป็นประจำแล้ว เพราะมากับขวดทรงโค้งมนป้อมๆ ที่มีความคลาสสิคและสวยในเวลาเดียวกัน แถมโลโก้ที่ใช้ก็มาเป็นรถม้าที่ดูมีระดับเลยทีเดียว ที่สำคัญมี Tag ห้อยสวยงาม สามารถปั้มเป็นชื่อย่อของคนซื้อได้ด้วย ก็เก๋กันตรงนี้ และสิ่งต่อมาคือ หัวฉีด ไม่ต้องมีจุกปิดอันใด หมุนล็อคเอาไปจบข่าว ซึ่งคราวนี้ก็ได้เวลาของการเข้าสู่การเทสกลิ่น พร้อมกับใส่เต็มแล้วว่ากลิ่นจะออกมาเป็นลักษณะไหน

**ขอบอกกันอย่างซื่อตรงเลยแม้ว่า Review ตัวนี้จะเป็น SR: Sponsored Review ก็ตาม เพราะสไตล์ของเข็มขัดสั้น คือ บอกเล่าโทนกลิ่นเป็นหลักว่ามาในลักษณะไหน**

Top Notes คือ Fruity ติด Sweet Spicy กันชัดเจน เพราะกลิ่นอายของลูกแพร์จะโดดเด่นมากเรียกว่ามาเต็มเรื่องผลไม้ที่มีความฉ่ำกำลังดี ที่สำคัญจะมีกลิ่นติดเขียวอมหวานเครื่องเทศของใบราสเบอร์รี่มาผสานกับกลิ่นของพริกไทยสีชมพูที่เป็นผู้สนับสนุนรองให้กลิ่นมีความคาบเกี่ยวกันระหว่างความหวานผลไม้ ความเขียวสดชื่น และความหวานเครื่องเทศกลิ่นเลยจะไม่ได้ฉ่ำเกินไป เรียกว่าช่วงนี้เป็นช่วงเรียกแขกที่ดีมาก สามารถทำให้คนได้กลิ่นชอบได้ในทันที เพราะกลิ่นมีความน่ารักสดใสที่สำคัญเข้าถึงได้ง่าย ที่สำคัญกลิ่นโทนผลไม้หอมหวานนี้จะตามไปในทุกช่วงเสียด้วย โดยจะลดหลั่นกันไปตามลำดับ เริ่มจาก

Middle Notes กลิ่นของกุหลาบแบบใสนวลจะเริ่มเสริมเข้ามาสมทบกับความเป็นผลไม้ติดเขียวหอมหวานที่ยังคงอยู่ กลิ่นจะกลายเป็นโทน Fruity Floral กันชัดเจน มีความครีมมี่จางๆ ให้ยังคงความใสอยู่ กลิ่นในช่วงนี้จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงสาวที่ได้ทั้งความสดใสของและความอ่อนหวาน ซึ่งแน่นอนว่าช่วงนี้ยังคงความเรียกแขกในตอนต้นได้อย่างดีไม่มีผิดเพี้ยน

Base Notes กลิ่นผลไม้จะเริ่มเบาลงไปแต่ยังคงอยู่ให้รู้สึกได้ กุหลาบจะลงมาเบาๆ เคล้ากับกลิ่น Musk ซึ่งจะได้ความรู้สึกแบบ Floral Musky กันในช่วงนี้ ซึ่งกลิ่นจะมีความนุ่มนวลกำลังดี ซึ่งในความนุ่มจะสัมผัสได้ว่ามีกลิ่น หนังกลับ (Suade)” มาเคล้าให้ความรู้สึกแบบผิวกายหอมนุ่ม โดยจะมีกลิ่นอายไม้หอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเบาๆ แทรกไปตลอดจนกว่าจะหายไปจากผิว

**ภาพรวมของกลิ่นจึงมาแบบสาวสดใส มั่นใจ สบายๆ มาในลักษณะของกลิ่นที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัยในการใช้งานนั่นเอง**

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายก็สามารถใช้ได้แล้ว กลิ่นเข้าถึงได้ง่ายมากบ่งบอกความเป็นผู้หญิงน่ารักกันเต็มๆ โดยคาบเกี่ยวได้หมดกับการใช้งานแบบทั้งทางการและไม่ทางการ กลิ่นไม่ได้มาสายเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์ แต่มาสายสดใส จึงสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะทางการหรือทั่วไป ขอข้ามใส่เพื่อออกกำลังกายเพราะกลิ่นไม่ได้มาสายปลดปล่อยเหงื่อนัก ส่วนยามค่ำคืนเอาจริงๆ กลิ่นนี้ใส่ได้กับอากาศบ้านเราแบบสังสรรค์ ออกงาน เดินเล่น หรือปาร์ตี้สบายๆ เสียมากกว่าจะเอาไปใส่ท่องราตรี เพราะมันสดใสนะ ไม่ใช่มาสายเล่นใหญ่พร้อมปล่อยความเซ็กซี่ปรอทแตก

ความทน อันนี้วัดจากตัว EDT ที่ได้รับมาเป็นหลัก ความทนจะอยู่ประมาณ 6 ชม. เป็นสำคัญ อาจจะมีบวกลบบ้างซึ่งจะอิงกับจำนวนสเปรย์ที่ใช้และจุดที่ฉีดด้วยเช่นกัน

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมาเป็นกระจายแบบออร่ารอบๆ ตัว แล้วปิดท้ายด้วย Skin Scent ที่กลิ่นจะตีขึ้นยามร่างกายทำความร้อนและขยับเนื้อตัว

ทิ้งท้าย เรียกว่าเป็นกลิ่นสดใสและปลอดภัยเลย ไม่ได้มาสายหวือหวาหรือแตกต่างแนว Niche Perfume อะไรในเรื่องความหอม แต่ก็เอาอยู่ในแง่ของการเข้าถึงง่ายใช้แล้วยังไงก็ผ่าน แถมแสดงความเป็นสาวสดใสมั่นใจ ซึ่งส่วนตัวใส่แล้วสะพรั่งกันเลยทีเดียวล่ะครับ โดนแซวไปเรียบร้อยแล้วจ้า ><

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับผม

Credit ภาพทั้งหมด เข็มขัดสั้น




วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Paco Rabanne pour Homme

Paco Rabanne pour Homme

สำหรับแบรนด์ Paco Rabanne ใช่ว่าจะมีแต่น้ำหอมที่ออกสายเมโทรยั่วยวนในแบบที่คนใช้น้ำหอมหลายๆ คนได้เห็น แต่สำหรับแบรนด์นี้ถือว่าได้สร้างประวัติศาสตร์กับหนึ่งในความคลาสสิคที่อยู่มาอย่างยาวนาน ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นที่นิยมของผู้คนหลายๆ รุ่นมาตลอดตั้งแต่ปี 1973 จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการปรับสูตรแล้วก็ตาม ซึ่งจะเป็นตัวไหนไปไม่ได้นั่นคือ Paco Rabanne pour Homme

เหตุที่กลิ่นนี้ได้รับความนิยมมาเสมอไม่มีคำว่าตกยุคเพราะคาบเกี่ยวได้หมดทั้งการเป็น Retro และ Modern ได้สบายๆ ด้วยกลิ่นอายที่ความแมนจัดเต็มจริงๆ โดยเริ่มกับ Top Notes อย่างโทนเขียวติดเครื่องเทศเผ็ดปร่าสดชื่นอย่างโรสแมรี่ เสริมด้วยใบเซจทำให้กลิ่นเขียวฟุ้งปร่าซ่ากันมาเลย และมีความเขียวสากแมนจากๆ จาก Oak Moss มาให้รู้สึกอยู่ด้วย ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะมีกลิ่นออกทางไม้หอมติดกุหลาบจางๆ แทรกอยู่ข้างในและที่สำคัญกลิ่นของลาเวนเดอร์จะเสริมเข้ามาไวมาจนทำให้ได้กลิ่นแนวสบู่เขียวสะอาดสดชื่นคมๆ ฟุ้งกระจายออกมาจัดเต็มชัดเจน เรียกว่าถ้าง่วงๆ อยู่ ใช้กลิ่นนี้สามารถตื่นได้เลยเพราะกลิ่นปลุกความสดชื่นแบบจริงๆ ซึ่งกลิ่นโทนเขียวปราสดชื่นติดนวลสบู่สะอาดนี้จะตามไปยัง Middle Notes ซึ่งจะมีความนุ่มในเนื้อกลิ่นเสริมเข้ามามากขึ้นจากลาเวนเดอร์ และมีกลิ่นติดกุหลาบจางๆ ซึ่งจะมาจากดอกเจอเรเนียมเป็นตัวกลางเชื่อมกลิ่นโทนนุ่มสบู่คาบเกี่ยวกับกลิ่นอายติดเลมอนหน่อยๆ ที่มาสายสนับสนุนให้กลิ่นโทนสมุนไพรยังคงปล่อยของเต็มที่อยู่เช่นเดิมคงเส้นคงวาไปตลอด ที่สำคัญ Oak Moss จะเริ่มปล่อยของมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำเข้าสู่ Base Notes โดยมีกลิ่นอายแบบเขียวติดสากแมนเท่ห์ ไม่ได้มาสายอลังหรือดำมืดแต่ประการใด โดยจะมีความนวลของ Musk ความหวานของน้ำผึ้ง และความอบอุ่นติดครีมมี่ของไม้หอมมาเสริมทำให้กลิ่นดูมีความเป็นสุภาพบุรุษที่มีความแมนภูมิฐานปนความเท่ห์ติดหวานอบอึ่นจางๆ กำลังดี เป็นช่วงที่เรียกว่ากลิ่นกลมกล่อมยืนพื้นของความเป็นสบู่และสมุนไพรได้ลงตัวมากเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยทำงานขึ้นไป ซึ่งจริงๆ น้องๆ วัยมหาลัยก็ใช้ได้ ถ้าสนใจ กลิ่นไม่ได้สร้างความรู้สึกว่าแก่อะไรขนาดนั้น เพราะมันเป็นกลิ่นสะอาดสมุนไพรที่อาจจะไม่ได้รับคำชมในคราแรกดม แต่มันจะสร้างความเป็นสุภาพบุรุษและความคุ้นชินมากกว่าที่จะเป็นความแน่นหวานย้วย โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันกวาดได้หมด แต่อาจจะต้องจำกัดจำนวนสเปรย์หน่อย เพราะกลิ่นฟุ้งกระจายแน่นคมพอสมควร เดี๋ยวจะทำให้ชาวบ้านอึดอัดเอาได้ ซึ่งถ้าออกกำลังกาย อาจจะรอนิดนึงให้ความคมมันลดทอนลงไปก่อน ส่วนยามค่ำคืนก็เรียกว่าจัดได้สบายๆ เอาอยู่และสู้กับกลิ่นโทนหวานได้เสียด้วย เพียงแต่อาจจะไม่ได้ถึงขั้นเย้ายวน เซ็กซี่อะไรเด่น เน้นเป็นสุภาพบุรุษสะอาดสะอ้านติดคลาสสิคผมเรียบแปล้ใส่ Pomade ประมาณนี้เลย

ความทน มากกกกกกกก ยอมใจ เพราะ 12 ชม. กลิ่นยังคงอยู่

การกระจาย กลิ่นกระจายดีสุดๆ ในตอนต้นเรียกว่ามาเต็มกันเลยทีเดียว แล้วจะลดลงมากระจายดีในช่วงกลาง ก่อนจะค่อยๆ ลงมากระจายปานกลาง และเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้ายแบบยาวไป

ทิ้งท้าย -  จึงไม่แปลกใจเลยที่ทำไมกลิ่นนี้ถึงได้เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ได้รับความนิยมมาเสมอและเป็นหนึ่งในความคลาสสิคตลอดกาลของแบรนด์นี้ ถือเป็น Masterpiece กันอย่างชัดเจน

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
https://groomingguru.files.wordpress.com/2013/05/prphflacon-high-res.jpg


วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Rasasi - Rumz al Rasasi 9325 pour Lui

Rasasi - Rumz al Rasasi 9325 pour Lui 

ได้ยินชื่อเสียงมานานว่ามีน้ำหอมแบรนด์อาหรับที่ทำกลิ่นออกมาได้ดีและได้รับการยอมรับจากคนใช้น้ำหอมต่างประเทศอยู่แบรนด์หนึ่ง นั่นคือ Rasasi เช่นนั้นขวนขวายหาตัวที่เขาเรียกว่าเด็ดมาระยะหนึ่ง เลยได้เจอว่าขวดทรงม้าลายตัวนี้ได้รับการกล่าวขานกันมากเลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นอย่างไรต้องมาจัดให้หนำกับรุ่นนี้เลย Rumz al Rasasi 9325 pour Lui

#TeamAventus เรียกว่ามาสายนี้กันเต็มๆ จนต้องนำมาเข้าทีมกันเลย ซึ่งม้าลายตัวนี้เปิดกลิ่นเริ่มที่ความเป็น Fruity ผลไม้เด่นที่ความเป็นสับปะรดกับลูกแพร์เจือความเป็น Citrus จากเลมอนและมะนาวเข้ามา แต่ไม่ได้มาโทนฉ่ำแต่ประการใด มีกลิ่นของพริกไทยจางๆ มาทำให้กลิ่นของผลไม้มีมิติติด Spicy หน่อยๆ ยังไม่พอจะมีกลิ่นอาย Smoky ที่ชัดมากตั้งแต่ช่วงนี้และจะมาเด่นคลอเคลียกับกลิ่นโทนผลไม้ เป็นการผสมผสานจนเป็นกลิ่นแบบ Fruity Smoky ที่แอบคมอยู่บ้าง แต่จะลดหลั่นลงไปตามแต่ละช่วงเพราะกลิ่นโทนนี้จะอยู่ยาวไปจนถึงช่วงท้ายของน้ำหอมเลย และยังไปสตรองต่อกันในช่วงกลางด้วย โดยจะจับความเป็น Smoky ได้จากกลิ่นอายของ Birch Tar ที่มาลักษณะกลิ่น Smoky คล้ายถ่านไม้ดำๆ ที่ชัดขึ้นและยังคงตีคู่กับกลิ่นผลไม้ในตอนต้นแบบชัดเจน แต่สิ่งที่พอจะสัมผัสได้แบบเบาๆ คือกลิ่นอายดอกไม้จางๆ เกลาให้กลิ่นไม่คมเท่าช่วงต้น ซึ่งกลิ่นของโทนดอกไม้ขาวแนวมะลิใสโปร่งจะเป็นตัวเกลาให้กลิ่นกลมกล่อมมากขึ้นเน้นแนวผลุบๆ โผล่ๆ ซ่อนตัวหลังกลิ่นหลักอย่าง Fruity Smoky เป็นสำคัญ ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะเริ่มมีความเป็นพิมเสนติดเขียวเคล้ากับกลิ่น Oak Moss ที่เป็นกลิ่นแมนสากๆ เริ่มแทรกขึ้นมานำไปสู่ช่วงท้ายที่แน่นอน กลิ่นตั้งแต่ตอนแรกยังคงสตรองอยู่ แถมเสริมด้วยความแมนจากไม้ซีดาร์ พิมเสน และ Oak Moss ให้กลิ่นมีความมาดแมนและเท่ห์พอสมควร แต้สิ่งที่รองพื้นคือ กลิ่นโทน Animalic ที่มาแบบสายไลท์เวอร์ชั่นจับได้แบบติดผิวบางๆ คือ Ambergris (อำพันปลาวาฬ) กลิ่นหนัง และ Musk ที่ผู้อยู่เบื้องหลังติดผิวภาพรวมจึงถือว่าเป็นกลิ่นอายผลไม้แต่มีความมาดแมนและความเท่ห์เป็นสำคัญ ไม่ได้มาสายคุณชายอะไรมากเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่แม้ว่าจะมีลายเซ็นของความเป็Creed Aventus อยู่เยอะ แต่ก็มีความต่างที่ชัดเจนพอให้สัมผัสพอสมควรเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปสามารถใส่ตัวนี้ได้สบาย มีเค้าโครงแบบตัวดังที่กึ่งกลางระหว่างความเป็น Smoky กับ Fruity คลอเด่นไปด้วยกัน ผ่านช่วงแรกคมๆ แล้วที่เหลือสบายแฮ ซึ่งสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป กลิ่นให้ความลงตัวระหว่างความเป็นทางการ ความเท่ห์ มีความขี้เล่นเสริมก็สามารถ ตัดการใส่เพื่อออกกำลังกายออกจะดีกว่า เพราะไม่เข้าทาง ส่วนยามค่ำคืน ถือว่าเป็นอีกตัวที่ใส่ได้สบายมาก อัดสเปรย์หน่อยสู้คนอื่นได้สบาย 

ความทน กลิ่นทนดีงามตามประสา EDP ซึ่งอยู่ที่ 8 ชม. ขึ้นไป และมากกว่านั้นด้วยถ้าจำนวนสเปรย์เหมาะสม ส่วนตัวเจอที่ 12 ชม. ให้รู้สึกฟินไม่น้อยเลย 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลางไปเรื่อยๆ พอเข้าช่วงท้ายถึงกลายเป็นออร่ารอบๆ ตัว ลดหลั่นลงมาเรื่อยๆ หลังผ่านประมาณ 10 ชม. ไปแล้วจึงกลายเป็น Skin Scent 

ทิ้งท้าย ถ้า Armaf – Club de Nuit Intense for Men เป็นตัวที่คล้าย Aventus ในแบบ Smoky จัดๆ ตัวนี้ คือกาลดระดับลงมาแบบที่เอาให้เสมอภาคกับความเป็นโทนผลไม้เอาใจทั้ง 2 ฝ่ายที่ชอบทั้ง Smoky และ Fruity ซึ่งแม้จะมาใน TeamAventus ก็จริง แต่ม้าลายตัวนี้ก็ไม่ได้เหมือนเสียทั้งหมดแน่นอน อ้อ จะบอกว่าตัวนี้ #เลิกผลิต แล้วด้วยแหละ (-.-)

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://samaperfumes.co.uk/ekmps/shops/56524f/images/rumz-al-rasasi-9325-men-50ml-spray-eau-de-parfum-pour-lui-zebra-177-p.jpg

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Calvin Klein - CK One Gold

Calvin Klein - CK One Gold 

มาใหม่ใสกิ๊งดูเลอค่ากันเลยทีเดียวกับน้ำหอมตัวล่าสุดในไลน์ยอดฮิตมากมายของแบรนด์ Calvin Klein อย่าง CK One ที่ได้ปล่อย Limited Edition ออกมา กับการตอกย้ำความสำเร็จของ CK One ที่มีมาอย่างยาวนาน ด้วยรุ่นที่ขวดงามงดกับสีทองส่องประกายไหลลงมาเคลือบขวด แต่ไม่ได้เคลือบทั้งหมดให้ดูมีกิมมิคเก๋ไก๋ นั่นก็คือ CK One Gold 

สิ่งแรกเลยคือ กลิ่นยังมีความเชื่อมโยงกับตัวต้นตระกูลอย่าง CK One นั่นคือกลิ่นโทน Citrus แบบสดชื่นติดโทนแป้งโปร่งอ่อนๆ มีความเป็น Unisex และเข้าถึงได้ง่ายมาก โดยแรกเริ่มฉีด Top Notes กลิ่นจะมาแบบสดชื่นเลยแต่ไม่ได้มาแบบคมๆ ตามสไตล์ต้นตระกูลเสียทั้งหมด เพราะมีความแปลกใหม่เข้ามานั่นคือ กลิ่นของลูกมะเดื่อฝรั่ง (Fig) ที่มาตัดทอนความเปรี้ยวสดชื่นของมะกรูด ให้มีความนุ่มขึ้น และมีกลิ่นอายแบบเผ็ดสดชื่นจากสมุนไพรมาเจือ ทำให้กลิ่นเปิดจะออกสดชื่นติดหวานนุ่มกันพอสมควร และเป็นกลิ่นที่สามารถสร้างความประทับใจแรกดมกันได้ จนสามารถเสียเงินสอยกลับมาเป็นเจ้าของได้ไม่ยากเสียด้วย ซึ่งกลิ่นของ Fig จะตามไปยังช่วงอื่นๆ แบบลดหลั่นความแรงลงไปทีละสเต็ป โดยเมื่อเข้า Middle Notes สิ่งที่เป็นเสมือนตัวหลักในช่วงนี้แบบต้นตระกูลคือกลิ่นมะลิที่จะมาให้ความนวลโปร่งสบายในเนื้อกลิ่น เสริมความสดชื่นด้วยดอกส้มที่เป็นตัวสนับสนุนและรับช่วงต่อตากโทน Citrus สู่โทนดอกไม้ขาวที่ยังสดใสได้ดีมาก ที่สำคัญ Signature ของ CK One ที่จะให้ความรู้สึกแบบโทนแป้งหอมสดชื่นโปร่งๆ ก็จะจับได้เต็มๆ ในช่วงนี้เพียงแต่จะเป็นลักษณะของการรองพื้นติดผิว กลิ่นที่กระจายขึ้นมาจะเป็นกลิ่นสดชื่นแบบ Citrus ผสม Fig กับโทนดอกไม้ขาวหอมสดใสนั่นเอง เลยจะได้ความรู้สึกสะอาดอมหวานนวลโปร่งสบาย ส่งต่อไปยัง Base Notes ที่จะมาในลักษณะของกลิ่นอายนุ่มสะอาดติดไม้หอมอ่อนๆ ติดครีมมี่นวลๆ ซึ่งกลิ่นชัดในระดับหนึ่ง และจะมีกลิ่นพิมเสนกับกลิ่นโทนนุ่มสะอาดคล้าย Musk รองพื้นอยู่ด้านหลัง รวมถึงกลิ่นอายหอมสดชื่นอมหวานจากช่วงกลางก็ยังตามมา โดยจะจับได้ถึง Fig อ่อนๆ กับโทนดอกไม้ขาวที่ลดลงมาเป็นสายสนับสนุนจะทำให้กลิ่นสะอาดอมหวานติดแป้งสบายๆ ยังรู้สึกได้อยู่ เนื้อกลิ่นแอบมีความ Smoky เจือจางมาก ทำให้รู้สึกว่ามีอะไรมากกว่าความสะอาดมาเสริมแม้จะเบาๆ ด้วยเช่นกัน ภาพรวม CK One Gold จึงเป็นกลิ่นอายสดชื่นที่ฉีกออกมาจากความเป็น CK One ในระดับหนึ่ง โดยชูโรงกับกลิ่นแนว Aromatic ติดไม้หอมเด่นแทนที่ความจะเป็น Citrus แบบเขียวสดชื่นแหลกลานแบบของเดิม โดยไม่ทิ้งความเป็นน้ำหอมที่เข้าถึงง่ายและใช้ง่ายนั่นเอง 

เหมาะสำหรับ - ทุกเพศวัยเรียน ม.ต้น ก็ใช้ได้แล้ว กลิ่นเข้าถึงได้ง่าย มีมิติความสดชื่นที่ไปทางสายนุ่มอมหวานมากขึ้น และเป็นกลิ่นที่คนทั่วไปมักไม่ยี้ตามสไตล์ของการเป็น CK One อยู่แล้ว โดยสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวันเลย ยังคงความกวาดหมดในทุกแง่ของการใช้งาน ยิ่งกับอากาศร้อนๆ กลิ่นยังทำหน้าที่ได้ดี ส่วนยามค่ำคืนกลิ่นไม่ได้มาสายปล่อยของยั่วยวนเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ได้ความสะอาดสดชื่นติดหวานในช่วงกลางคืนให้สบายๆ ได้ไม่น้อย

ความทน - เรียกว่าแกว่งพอสมควรเลย เพราะว่าจากการใช้งาน 4 ครั้งความทนต่างกันพอสมควร ซึ่งตีไปอยู่ที่ระหว่าง 4 - 8 ชม. เป็นสำคัญ กลิ่นอาจจะทนมากขึ้น อยู่ที่จำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด โดยวันที่เจอว่ากลิ่นทนยาวไปถึง 8 ชม. ได้ คือวันที่ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมาก อยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ประมาณนี้ 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในช่วงต้น ก่อนจะลดลงมาเป็นออร่ารอบๆ ตัว แล้วเป็น Skin Scent ในช่วงท้าย ที่จะตีขึ้นยามขยับเนื้อตัว 

ทิ้งท้าย - ใครเบื่อน้ำหอมสดชื่นแบบจัดๆ แบบหลับหูหลับตาสดชื่นเข้าไCK One Gold ถือว่าฉีดความสดชื่นออกมาให้มีความนุ่มหวานได้ลงตัวอีก 1 กลิ่น ได้เลย แถมไม่ได้มาสายต้องปีนบันไดดมอะไรมากเสียด้วย สุดท้ายขอชื่นชมจริงๆ ขวดสวยมากกกก และเป็น Limited Edition ใครอยากเก็บสะสมก็จัดไปได้เลยจ้า 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - http://dv.lnwfile.com/_/dv/_raw/t7/n6/pc.jpg

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Guerlain L’Homme Ideal Cologne

Guerlain L’Homme Ideal Cologne

เมื่อผ่านรุ่น Guerlain L’Homme Ideal ที่มาสายอบอุ่นกันแล้วและประสบความสำเร็จอย่างมาในน้ำหอมยุคใหม่ของ Guerlain ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ตามสมัยที่แปรเปลี่ยนไป ก็ได้มีการต่อยอดกันบ้างสิจะได้ปังกันให้สุด เช่นนั้นในปี 2015 จึงได้มีรุ่นลูกตามมาในตัวแรกนั่นก็คือ L’Homme Ideal Cologne มาเอาใจคนที่ไม่ได้ชอบกลิ่นโทนหวานแน่น เน้นสายสดชื่นเป็นสำคัญแทน เช่นนั้นต้องพิสูจน์ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

Top Notes เรียกว่ามาเต็มกันเลยทีเดียวกับกลิ่นอายของโทน Citrus ที่เด่นกับความเป็นเกรฟฟรุตที่ให้ความรู้สึกสดชื่นสว่างกันเต็มๆ ซึ่งจะเป็นกลิ่นอายที่เป็นตัวเด่นหลักแบบยาวไปเลยทีเดียว ซึ่งในเนื้อกลิ่นจะเจือความเปรี้ยวขมหน่อยๆ ของมะกรูด และจะมีกลิ่นอายเจือเปรี้ยวอมหวานของส้มหน่อยๆ ที่มาแบบระยิบระยับให้รู้สึกได้ว่า “ส้มอยู่ที่นี่เอง” แต่ในเนื้อกลิ่นจะสัมผัสได้ว่ามีเครื่องเทศโทนหวานติดเผ็ดสดชื่นมาผสมผสานไม่ให้กลิ่นออกทางสดชื่นจ๋าๆ ไป และมาแบบไม่ฉ่ำ และเริ่มรู้สึกได้ถึงกลิ่นโทนอัลมอนด์ที่รองพื้นอยู่ข้างหลัง ให้ความรู้สึกอมหวานเจือความนวลนำเข้าสู่ Middle Notes ที่คราวนี้จะได้ความชัดเจนเต็มๆ ของกลิ่นอัลมอนด์ที่หอมติดหวานเจือนวลจมูก ในเนื้อกลิ่นจะมีความสดชื่นติดดอกไม้ขาวนวลจางๆ ด้วยเป็นฝ่ายสนับสนุนของกลิ่นสดชื่นแบบ Citrus ที่ยังตามมาเด่นในช่วงนี้อยู่ ซึ่งกลิ่นอัลมอนด์จะมาแบบลงตัวกำลังดี มีความเป็นขนมจางๆ แป้งนวลๆ แต่ล้อมไปด้วยความสดชื่นแบบให้โทนสว่างสีขาวนวลตา และความเป็นอัลมอนด์นี่จะยังตามไปยัง Base Notes ที่จะยังคงคุมโทนกลิ่นหอมนวลติดสดชื่นอยู่ แต่จะมีกลิ่นอายไม้หอมแห้งๆ จากความเป็นหญ้าแฝกเสริมเข้ามา รองพื้นด้วยกลิ่นโทนนุ่มสะอาดของ Musk ที่จะเป็นตัวให้ความนวลๆ สบายๆ ไปตลอด ซึ่งภาพรวมกลิ่นจะให้โทนแบบสว่างสีขาวอมครีมนวลๆ ไปตลอด มีทั้งความรู้สึกสดชื่น สบาย ผ่อนคลาย นุ่มนวล น่าเข้าใกล้ มีระดับ และมีความแมน ติดอบอุ่นหวานจางๆ ที่ถือว่ากำลังดีไม่แน่นไม่หนักหนา ซึ่งถือว่าเป็นการลดระดับความแน่นข้นหวานในรุ่นปกติลงมาใส่ความสดชื่นได้ดีมาก โดยคงเสน่ห์กลิ่นหลักของไลน์อย่างอัลมอนด์ที่เป็นกลิ่นนุ่มนวลชวนกอดได้เลยทีเดียว

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็จัดตัวนี้ได้สบายๆเพราะกลิ่นเข้าถึงได้ง่ายและใช้ง่ายมาก แม้ว่าอาจจะรู้สึกแปลกๆ ไปบ้างในกลิ่นโทนสดชื่นที่ไม่ได้มาสายสดชื่นแบบขั้นสุด แต่มันมีความนวลนุ่มรื่นจมูกเคล้าความสดชื่นมาเสริมให้ความรู้สึกขาวอมครีมสว่างนวลแทน ซึ่งสามารถใส่ได้ในแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะงานทางการหรือทั่วๆ ไป มีช่วงออกกำลังกายที่รอท้ายๆ จะดีกว่า ส่วนยามค่ำคืนถ้าใส่แบบทั่วไปก็จัดได้ แต่ถ้าจะเน้นใส่ไปเพื่อหาเหยื่อและโชว์ความเย้ายวนนั้น แนะนำว่าไปที่รุ่นปกติหรือรุ่น EDP เลยจะเด็ดขาดบาดจิตกว่าเยอะ เพราะตัวนี้มันได้อารมณ์ผู้ชายหล่อที่มีความสดชื่นติดอบอุ่นน่ากอดเสียมากกว่าจะเซ็กซี่จัดจ้านนั่นเอง

ความทน เรียกว่าน่าพึงพอใจมาก กับประมาณ 8 ชม. กำลังดี อาจจะมีบวกลบบ้างราวๆ 1 – 2 ชม. ซึ่งก็อิงจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น ก่อนจะลดลงมากระจายแบบออร่ารอบๆ ตัว หอมนุ่มติดสดชื่น แล้วเป็นโซน Skin Scent ตีขึ้นยามขยับร่างกายในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย เรียกว่า Guerlain ทำออกมาได้ลงตัวมากกับการใส่ความสดชื่นลงไปในตัวนี้ ซึ่งจะเป็นโทนสว่างมากกว่าจะเย้ายวนน่ากินเซ็กซี่แบบไม่ปิดบังแต่ยังมีความหรูหราตามสไตล์ของแบรนด์ แกล้มความ Modern ของเนื้อกลิ่นได้ไม่มีผิดเพี้ยน

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ -
http://farm5.static.guerlain.com/sites/default/files/sku/G030229/images/G030229.png


วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Guerlain – Champs-Elysees Eau de Toilette

Guerlain – Champs-Elysees Eau de Toilette

Champs-Elysees เป็นหนึ่งในถนนสายหลักของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่เรียกว่ามาพร้อมหมดทั้งความสวยงามและความหรูหราต่างๆ มากมาย ที่สำคัญจะถนนสายนี้ถ้าใครได้ไปเยือนจะได้เจอประตูชัยฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่กลางจตุรัสแห่งดวงดาวเด่นเป็นสง่าเสียด้วย ซึ่งแน่นอนว่า เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ในการสร้างสรรน้ำหอมขึ้นมาของ Guerlain โดยเดิมที Champs-Elysees เคยมีการปล่อยออกมาเมื่อปี 1904 มาแล้ว แต่ก็ได้มีการปรับใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้นและปล่อยของกันจริงจังในปี 1996 กับ 3 เวอร์ชั่นกันเลย ไม่ว่าจะเป็น EDP, EDT และ Parfum เช่นนั้นเมื่อได้มีโอกาสลองจากการแบ่งปันรุ่น EDT มา จึงต้องมาบอกเล่าถึงความหอมของตัวนี้กันหน่อยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง 

ใครที่ชอบกลิ่นอายดอกไม้หอมหวานสดใสมีความสว่าง โดยเฉพาะกลิ่นของดอกกระถินเทศ (Mimosa) ที่รองพื้นด้วยกลิ่นโทนผลไม้ ต้องบอกว่าตัวนี้พร้อมปล่อยของกันมากมาย เพราะเปิดตัวที่ความเป็นกลิ่นหอมหวานของผลไม้ โดยจะมีกลิ่นพีชมาแบบหอมหวานไม่ติดเปรี้ยวและมีความหอมใสอะโรม่าของเมลอนกับหวานเจือเปรี้ยวติดปลายของแบล็คเคอรแรนท์มาคลอเคลียให้ความรู้สึกเป็นกลิ่นอายหวานโปร่งมาเสริมทำให้ได้ความรู้สึกสว่างสดใส แล้วจะมีกลิ่นอายของดอกไม้แบบใสอมเขียวโปร่งดันขึ้นมาเรื่อยๆ จากดอกกระถิน มีโทนแป้งโปร่งๆ ติดเขียวกำลังดีจากดอกไวโอเล็ต กลิ่นจะให้ความรู้สึกโปร่งหวานสบายๆ เข้ามาเสริมด้วย ซึ่งโทนดอกไม่จะเริ่มดันตัวเองให้เด่นมากขึ้นนำเข้าสู่ช่วงกลางที่จะมีความหอมสะอาดติดหวานน้ำผึ้งแบบใสบาง เคล้าความเป็นกลิ่นติดโทนแป้งหอมดอกไม้นวลๆ ที่จะมีกลิ่นกุหลาบเจือกับกลิ่นแป้งอัลมอนด์ของดอกเฮลิโอโทรเป้ทำให้กลิ่นมีความครีมมี่แต่จะไม่ได้ออกมากลบความหวานใส เพราะกลิ่นอายของผลไม้ในช่วงต้นแม้ลดทอนกลิ่นลงมาแต่ก็ยังเป็นสายสนับสนุนชั้นดีที่ทำให้กลิ่นออกทางหวานใสสบายๆ แบบอากาศหอมหวานโปร่งพัดมาแบบอ้อยอิ่งให้เรารื่นรมย์ได้เลย เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายกลิ่นอายของ Musk กับไม้หอมอ่อนๆ จะมาทำหน้าที่ให้กลิ่นอายอบอุ่นกำลังดีติดสะอาดนุ่มให้ความรู้สึกผ่อนคลายก็จริง แต่กลิ่นของดอกไม้ใสโปร่งหวานกับกลิ่นผลไม้จางๆ จะยังคงอยู่เสมอต้นเสมอปลาย เพียงแต่ในความใสก็ยังคงมีความนุ่มติดแป้งหอมฟุ้งหวานอยู่ให้สัมผัสได้อยู่ตลอด ภาพรวมจึงเปรียบเสมือนกลิ่นอายโทนสว่างหอมหวานโปร่งใสสว่าง ที่มีกลิ่นอายสบายๆ และมีระดับอยู่ในที ซึ่งถ้าเป็นการอ้างอิงกับสถานที่อย่าง Champs-Elysees ก็เข้าทางอยู่ไม่น้อยเหมือนเห็นผู้หญิงสวยมากคนหนึ่งเดินรับอากาศหอมหวานสดใสริมถนนสายนี้พร้อมดึงสายตาผู้คนให้หันมามองความสวย หวาน สดใส มีความสุข มีคลาส และเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ ประมาณนี้เลย 

เหมาะสำหรับ ผู้หญิงทุกเพศวัยเรียนมหาลัยก็ใช้ได้สบาย กลิ่นนี้ถือว่าเป็นกลิ่นที่เข้าถึงง่ายและมีความ Modern มากพอที่จะไม่ออกโทนหรูหราจัดจ้านคุณหญิงคุณนายมากเกินไป ซึ่งสามารถใส่ได้ในแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวันไม่ว่าจะทางการหรือทั่วๆ ไป กวาดไปเกือบหมด ยกเว้นการใส่เพื่อออกกำลังกายเพราะกลิ่นไม่ได้เอื้อมาทางสายนี้ เรียกว่าเป็น Daily Scent ใช้ในยามกลางวันได้สบายมากมาย ส่วนยามค่ำคืน ถ้าเน้นแบบสบายๆ ทั่วๆ ไปกับอากาศร้อนๆ บ้านเราแสดงความเป็นผู้หญิงที่ชัดเจนผ่านกลิ่น จัดไปได้เลย แต่ถ้าใส่ไปเพื่อจะไปท่องราตรีหาเหยื่อ กลิ่นนี้อาจจะโดนกลิ่นหวานข้นของชาวบ้านกลบได้ 

ความทน ของเขาดีจริงๆ กับประมาณ 8 ชม. กลิ่นยังคงตีขึ้นอยู่แบบหอมหวานโปร่ง อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีดเป็นสำคัญ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากในตอนต้น เรียกว่าหวานสดใสกันเลย ก่อนจะลดลงมากระจายปานกลาง และเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย กลิ่นน่ารักก็จริง แต่ไม่ใช่น่ารักแบบสาวน้อยสดใสเลย ออกแนวเป็นผู้หญิงที่มีครบความรู้สึกในด้านสว่างเสียมากกว่า ซึ่งเมื่อได้เห็นภาพโฆษณา ก็ต้องยอมใจกันเลยทีเดียวว่Sophie Marceau เป็น Presenter ที่สื่อสารถึงน้ำหอมตัวนี้ได้ชัดทุกอารมณ์ด้านสว่างหมดเลย ทั้งความเป็นผู้หญิ๊งผู้หญิง ความหวานสดใส ความเซ็กซี่เย้ายวนแบบธรรมชาติ คนที่เราสามารถยิ้มให้เธอได้แล้วเธอยิ้มให้เรากลับ แถมมีระดับแบบกำลังดีไม่ได้ดูจับต้องได้ยากเสียด้วย ซึ่งส่วนตัวมองเลยว่า Champs-Elysees สามารถเข้าข่ายการเป็น #ของดีเทคนิคไม่ต้อง ได้อย่างสบายมากด้วยเช่นกัน 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ 

Credit ภาพ - http://www.osmoz.com/Public/Files/perfume/image_fragrance_champs_elysees_29125f67d6.jpg

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Review: Guerlain Homme Intense

Guerlain Homme Intense 

ผ่านไปแล้ว 2 รุ่นในไลน์ Guerlain Homme ไม่ว่าจะเป็นรุ่นปกติ (ที่เลิกผลิตไปแล้ว) กับรุ่น L’Homme L’Eau Boisee คราวนี้ก็ได้เวลาของการบอกเล่าความเป็นน้ำหอมชายสายพันธุ์ใหม่ของแบรนด์ Guerlain ที่เปรียบเสมือนเป็นใบเบิกทางในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ด้วยเช่นกัน กับการ Upgrade รุ่นปกติให้มีความเข้มข้นระดับ EDP นั่นคือ Guerlain Homme Intense นั่นเอง 

ความเชื่อมโยงของไลน์ Guerlain Homme จะชัดเจนมากกับการเป็นโทน Citrus Cocktail ที่เป็น Signature ให้ความกรุ้มกริ่มท่ามกลางความสดชื่น เช่นนั้นรุ่นนี้ก็ไม่ต่างแถมเข้มข้นขึ้นมากเสียด้วย ซึ่งจะเปิด Top Notes กันที่กลิ่นอายของค็อกเทลที่แสนจะสดชื่นอย่างโมฮิโต้ (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใส่มะนาว รัม มิ้นท์ และน้ำตาล) ซึ่งกลิ่นมิ้นท์จะชัดมากที่สุดให้ความสดชื่นติดกลิ่นเหล้ารัมและโทน Citrus ที่เด่นกับความเป็นมะนาว แต่สิ่งที่แย่งซีนที่สุดในช่วงนี้เลยดันกลายเป็นน้องรูบาป (ผักรูบาร์ป : Rhubarb) ที่จะมีกลิ่นเปรี้ยวสดชื่นคมๆ ติดกลิ่นเบอร์รี่จางๆ ที่จะตีตื้นมาเด่นด้วย ช่วงนี้กลิ่นเลยจะเป็นค็อกเทลเปรี้ยวคมทะลุฟุ้งกระจายเลย และกลิ่นอายในช่วงนี้จะตามไปยัง Middle Notes ซึ่งกลิ่นจะเริ่มปรับโทนจากความสดชื่นมาผสมผสานกับความกรุ้มกริ่มที่เข้มขึ้นจากกลิ่นเหล้ารัมที่จะเด่นแทรกมาให้ความกรุ้มกริ่มติดเท่ห์ๆ ที่สำคัญกลิ่นของมินท์ที่ในช่วงแรกก็ยังคงชัดเจนมาก และจะเริ่มมีกลิ่นอายของโทนดอกไม้ที่ไม่ได้มาแบบนวลอ่อนโยนมากขนาดนั้น เพราะเจอเรเนียมที่มีกลิ่นแนวกุหลาบเจือความเป็น Citrus จะทำให้กลิ่นดอกไม้ไม่ได้ออกทางจ๋าจัดจนเกินไป ทำให้ช่วงนี้เป็นลูกผสมแบบกลิ่นอายเท่ห์ๆ ของรัมที่จะมีความสดชื่นติดเขียวปร่าอะโรม่าของมินท์เจือความเปรี้ยวจากช่วงต้น และนวลดอกไม้แบบกำลังดี จนเมื่อมีกลิ่นอายของหญ้าแฝกเริ่มแทรกเข้ามาให้ความรู้สึกแบบติดกลิ่นไม้หอมแห้งๆ มีความสะอาดแต่ติดโทนดาร์กหน่อยๆ เข้ามาเรื่อยๆ จนลากเข้าสู่ Base Notes ที่กลิ่นรัมแม้จะยังชัดอยู่แต่จะกลายเป็นตัวดันดาราให้กลิ่นของหญ้าแฝกที่ให้ความรู้สึกแบบไม้หอมติดแห้งเคล้าความดาร์กนั้น จะมีกลิ่นอายนวลเย้าของพิมเสนมาทำให้กลิ่นดึงดูด เซ็กซี่ และมีระดับมีคลาสติดหรูหรา และจะจับได้ถึงกลิ่นที่เสริมบารมีหญ้าแฝกอีกตัวอย่างไม้ซีดาร์ด้วยเช่นกัน ในช่วงนี้เลยจะเป็นกลิ่นที่ออกทางมีระดับและหรูหราเคล้าความกรุ้มกริ่มติดเท่ห์และเซ็กซี่แบบไม่ต้องพยายามที่จะให้มันหวานเย้าขนมมันเข้าไป แต่ก็เอาอยู่และสู้กับความหวานนำได้อย่างมีชั้นเชิง นี่แหละรุ่น Intense 

เหมาะสำหรับ ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะเข้มกลิ่นโทนค็อกเทลไปบ้าง อาจจะต้องเลือกสถานการณ์ที่ไม่ได้มาสายทางการจัดๆ รับแขกบ้านแขกเมืองที่จะทำให้เราดูไม่สุภาพนักไป นอกนั้นไม่ว่าสถานการณ์ไหนในกลางวันก็เอื้อได้ไม่ยาก ใส่ทำงาน Office ยังได้เลย แต่อย่าหนักมือไป เพราะเดี๋ยวเจอถามว่ากินเหล้ามาหรือเปล่าเอาได้ ส่วนออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งก็ได้อยู่ แต่ขอให้เลยช่วงกลางไปในระดับหนึ่งก่อนจะลงตัวมาก นอกนั้นยามค่ำคืนจัดไปใส่ท่องราตรีมีความแตกต่างมากกว่าพวกโทนหวานไม่พอ กลิ่นยังฟุ้งกระจายเรียกเรตติ้งได้ดีในมาดเพลย์บอยนิ่งๆ เท่ห์ๆ ยิ้มกรุ้มกริ่มได้อีกด้วย 

ความทน ดีกว่ารุ่นปกติที่โดนคนค่อนขอดกันมาก เพราะรุ่นปกติมันมีความแกว่งตรงนี้สูง และอิงเคมีด้วย แต่รุ่นนี้เรียกว่าเพิ่มความเข้มข้นมา ความทนก็เลยเริ่มชัดมากขึ้นกับประมาณ 8 ชม. อิงตามจำนวนสเปรย์และจุดที่ฉีด ซึ่งส่วนตัวเจอไปที่ 12 ชม. สบายๆ กับรุ่นนี้ 

การกระจาย กลิ่นกระจายดีมากคือกลิ่นพุ่งฟุ้งกระจายสดชื่นติดกลิ่นค็อกเทลกันเต็มเหนี่ยวไปเลย แล้วจะลดลงมากระจายดีกึ่งปานกลาง พอเข้าช่วงท้ายถึงกลายเป็นออร่ารอบๆ ตัวแบบมีระดับติดกรุ้มกริ่มเซ็กซี่ แล้วจะตีขึ้นแผ่การกระจายยามร่างกายทำความร้อนได้เรื่อยๆ เสียด้วย 

ทิ้งท้าย ยอมใจ ตัวนี้มาสายได้หมดถ้าสดชื่นชัดเจน เพราะในความเข้มข้นความสดชื่นยังคงอยู่ ไม่พอยังมีความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มแบบไม่ต้องแสดงออกมากแต่มีออร่าให้รับรู้ได้ว่า เสือพร้อมงาบนั่งอยู่นี่ถือว่าเป็นอีกตัวที่ยกนิ้วให้ Guerlain เลย ว่าต่อยอดจากรุ่นปกติได้งามจริงๆ 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Credit ภาพ - http://www.punmiris.com/himg/o.3008.jpg