วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Review: Thierry Mugler - A*Men Urban

Thierry Mugler - A*Men Urban 

เพียงแค่เห็นชื่อรุ่น อย่างแรกคือแปลกใจว่า A*Men ของ Thierry Mugler มีรุ่นนี้ด้วยหรือนั่น ซึ่งหลังจากหาข้อมูลไปมาถึงได้รู้ว่า นี่เป็นรุ่น Limited Edition ที่มีการวางจำหน่ายแถวยุโรปชั่วคราว แล้วระงับไปในเวลาต่อมา ทำให้รุ่นนี้มีขายกระจายตามเว็บไซต์ขายน้ำหอมเชื่อถือได้มาอยู่ระยะหนึ่งแล้วก็หมดไปในที่สุดในความ Rare Item ของรุ่นนี้ แต่การค้นฟ้าคว้าดาวด้วยความพยายาม ก็สามารถเอาตัวนี้มาครอบครองได้ เช่นนั้นได้เวลาจัดเต็มกันแล้วกับรุ่นนี้เลย A*Men Urban 

สปอยกันตั้งแต่ต้นเรื่องมันเลยแล้วกันว่า กลิ่นไม่ต่างอะไรกับการเป็A*Men ตัวต้นตระกูลเลย เปลี่ยนแค่เกราะที่ใส่ประมาณนั้นแต่บางวูบมันมีบางโทนที่เด่นขึ้นมาจากตัวต้นตระกูลบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นนัยยะสำคัญอะไรนัก เพราะลักษณะนี้มันเป็นได้จากการผลิตต่างล็อตที่คุณภาพส่วนผสมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง การเปิดตัวมาลักษณะที่ชัดเจนกับ Signature หลักของกลิ่นอย่างพิมเสนที่จะเป็นตัวเดินเรื่องแบบยาวไป กลิ่นจะมีความสากๆ จมูก Earhty แบบดิบๆ ติด Spicy ชัดเจนเพราะกลิ่นของเม็ดผักชีกับมินต์จะเป็น 2 ประสานดันความพุ่งฟุ้งกระจายออกมาแบบเผ็ดปร่าปนสดชื่น สนับสนุนด้วยกลิ่นอายโทนผลไม้เจือๆ เคล้ากลิ่นลาเวนเดอร์ที่มาแบบนวลๆ รองพื้นอยู่ และมีความแน่นสไตล์กลิ่นโทนหอมหวานอบอุ่นแนวๆ นม คาราเมล และกาแฟที่ค่อยๆ ปลดปล่อยสวัสดิกะออกมาให้อารมณ์เรียกร้องความสนใจแบบที่อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกว่า อะไรของมันกันเนี่ยนัวมะรุมมะตุ้มไปทุกสิ่งอย่างตามสไตล์น้ำหอมที่ Hate it or Love it แต่จะสัมผัสได้เลยว่า กลิ่นมันมีโทนหวานรองพื้นชัดเจนมากท่ามกลางความบาด ความสาก และความพุ่งกระจายแบบไม่แคร์สื่อใดๆ ของกลิ่น

และก็ได้เวลาของการเปลี่ยนความรู้สึกที่มะรุมมะตุ้มในช่วงแรกไปได้ เพราะกลิ่นของคาราเมลจะเด่นขึ้นมาแบบหวานติดคมนิดๆ แต่ไม่ใช่หวานเลี่ยน เพราะกลิ่นอายโทนสากดิบแต่เร้าใจของพิมเสนจะตีคู่มาอย่างชัดเจน โดยยังติดกลิ่นอายโทน Fresh Spicy จากตอนแรกอยู่ให้รู้สึกปร่าๆ เคล้ากับลาเวนเดอร์ที่มานุ่มๆ เนียนๆ มีความครีมมี่นุ่มนมหน่อยๆ Animalic จางๆ ของน้ำผึ้ง แต่สิ่งที่จับได้ชัดเจนคือกลิ่นไม้หอมเจือกาแฟที่เข้ามาค่อนข้างชัด แต่ความซับซ้อนไม่ได้มีแค่นั้น เพราะสิ่งที่จับได้ออกแนวอ้อยอิ่งแต่ชัดเจนอยู่คือ กลิ่นอายมะลิที่ชัดพอสมควร ซึ่งกลิ่นตอนนี้ที่แม้มันจะเป็นลักษณะเดียวกันกับต้นตระกูล แต่มันก็แอบมีความชัดที่มากกว่าต้นตระกูลนิดหน่อย แต่ไม่ได้เป็นนัยยะสำคัญนักตามที่บอกข้างต้น ซึ่งช่วงนี้กลิ่นจะมีหลายโทนให้จับต้องทั้งโดยมีพื้นฐานในความหวานแบบดึงดูด ไม่เหมือนใคร มาสายเซ็กซี่เย้ายวนปล่อยพลังปล่อยของไม่ยั้งแบบจัดเต็มเข้าไปอี๊กกกกก 

จนเมื่อกลิ่นกาแฟเริ่มจะกลายเป็นตัวเด่นตีคู่กับคาราเมล กลิ่นเลยจะมีอารมณ์ติดดาร์กน่าค้นหาเข้ามาเสริม เคล้ากับความอบอุ่นติดหวานปนนุ่มนมน่าซุกก็เริ่มมาชัดเจนมากขึ้นจากโทนวานิลลา ถั่วตองก้า และแอมเบอร์ เคล้ากับกำยานเนียนๆ หอมหวาน มีกลิ่นไม้หอมครีมจางๆ นวลๆ เคล้า Musk หน่อยๆ กลิ่นแบ่งเค้กกันได้ลงตัวและผสมผสานกันอย่างดีทั้งโทนหวานและโทนอบอุ่น แต่สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย คือ พิมเสน ไม่ได้หนีไปไหน มาสายอ้อยอิ่งยั่วเย้าติดสากบางๆ ที่เซ็กซี่ปนขี้เล่นหน่อยๆ แบบปล่อยของทุกเม็ดไม่มีลดราวาศอก ทุกอย่างเรียกว่ามาเต็ม คุมความเป็นโทนเซ็กซี่ หวานยั่ว ฟุ้งกระจาย ปล่อยพลังแบบโทนน่ากินได้ครบถ้วนและโจ่งแจ้งแบบไม่มีปิดบัง สมกับคำว่า “Sex in the Bottle” ไม่มีผิดเพี้ยนแต่ประการใด 

เหมาะสำหรับ - ผู้ชายทุกเพศตั้งแต่วัยเรียนมหาลัยขึ้นไปก็ใส่ได้สบายมาก เพียงแต่กลิ่นนี้มาสายถ้ารักก็ฟิน ไม่รักก็เกลียดวายป่วงเอาได้ เช่นนั้น การใส่จึงต้องอยู่ที่ความมั่นใจส่วนตัว และดูสถานการณ์บ้างอะไรบ้าง ให้ตัดการใส่เพื่องานทางการทุกกรณีไปจะดีกว่า กลิ่นไม่ได้สื่อให้เห็นความภูมิฐานแน่ๆ นอกจากจะยั่วเย้าเอาเข้าไป รวมถึงตัดการใส่เพื่อกิจกรรมกลางแจ้งและออกกำลังกายไปได้เลย จุกคอหอยตายหมู่เอานะ บอกเลย แต่ถ้าใส่แบบทั่วๆ ไปที่ชัดเจนในการเรียกร้องความสนใจจะใช่มาก ทางที่ดีจำกัดสเปรย์หน่อยในยามกลางวันแบบอากาศบ้านเรา เดี๋ยวจากยั่วยวนจะเป็นยั่วโมโหเอาได้ ส่วนยามค่ำคืน จัดไป เรียกว่ามาเพื่อฆ่า มาเพื่อเด่น จะหวานให้ตายแค่ไหน A*Men มา ก็ต้องสยบในเรื่องการปล่อยของแบบให้รู้ว่า ผมมาเพื่อเซ็กซี่” (แต่อาจจะสูสีกับ Joop Homme นิดนึงในเรื่องการปล่อยพลังก็เท่านั้นเอง) 

ความทน - อยู่ที่ 8 ชม. เป็นพื้นฐาน และสามารถลามไปทั้งวันถึงค่อนคืนเลยด้วยซ้ำ ความทนเป็นเลิศมาก กลิ่นติดเสื้อเอาไปซักจนแห้งสะอาดแล้วยังมีกลิ่นหอมหวานจางๆ ลอยออกมาเลย 

การกระจาย - Sillage Monster ตามสไตล์แหละ กระจายดีมาก (อันนี้อิงที่จำนวนสเปรย์ด้วย เพราะถ้าใส่ไม่เยอะ จะไม่ได้ปล่อยพลังเยอะอะไรมา มาแนวพอดีๆ แทน) แล้วจะลดลงมาที่กระจายดี ก่อนเรียกร้องความสนใจยาวไปเรื่อยๆ พอพ้นซัก 12 ชม. กลิ่นจะเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัวเซ็กซี่ชวนซุกแทน 

ทิ้งท้าย - มันคือการ Review แบบ Rewrite ใหม่ ถึงตัว A*Men ที่เปลี่ยนเกราะใหม่ที่ดูเท่ห์ขึ้นในสไตล์สีเขียวแบบทหารหล่อกล้ามใหญ่เรียกร้องความสนใจ ใครสนก็ให้มากินหัวกินหางกินกลางลำตัวแบบชัดเจนไม่มีปิดบัง ประมาณนั้นเลย 

หมายเหตุ:
 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ นอกเหนือจากนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Photo Credit – FragranceX
--> https://img.fragrancex.com/.../parent/medium/71020m.jpg

2 ความคิดเห็น: