วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Review: Le Labo – Thé Noir 29

Le Labo – Thé Noir 29

ได้ยินชื่อเสียงมานานว่า Le Labo เป็นแบรนด์น้ำหอม Niche ที่ผู้ใช้สามารถไปครีเอทกลิ่นเองได้ตามที่ต้องการถึง Shop ของเขาเลยจนเป็นน้ำหอมของคนๆ นั้นคนเดียวในโลก ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีที่ไทย ต้องไปที่เมืองนอกเท่านั้นใกล้สุดก็ญี่ปุ่นอ่ะจ้ะ แต่ไม่ใช่เพียงแต่นั้นแบรนด์นี้ยังมีน้ำหอมของตัวเองมากมาย ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินตัว Top ของแบรนด์อย่าง Rose 31 กันแล้วว่ามันเป็นกลิ่นกุหลาบที่เทพขนาดไหน แต่ครั้งนี้จะไม่แตะตัวเอกตัวนี้ มาดมตัวอื่นก่อนดีกว่า เลยขอเปิดศักราชการรีวิวน้ำหอมแบรนด์นี้ที่ขวดเก๋ไก๋แบบขวดยาด้วยกลิ่นนี้เลย The Noir 29

ส่วนตัวมองเรื่องความท้าทายของกลิ่นในลักษณะที่ดาร์กนัวพอสมควรว่ามันจะสามารถทำออกมาในแบบที่ใสๆ แต่ได้อารมณ์นัวๆ หรือไม่ เพราะมักจะเจอแต่กลิ่นดาร์กข้นดำดิ่ง Smoky เสียมากมาตลอด และไม่คิดว่าการเบลนด์กลิ่นที่ออกโทนเขียวใสติดหวานใสของตัวนี้ มันจะมีความนัวแฝงอยู่ตามชื่อรุ่นได้อย่างน่าสนใจมาก เริ่มที่ Top Notes กับกลิ่นอายเขียวติดซิตรัสที่เด่นขึ้นมาโดยมีกลิ่นของใบกระวานที่จะออกเขียวสมุนไพรติดปร่าเครื่องเทศผสานด้วยความหวานกลายๆ อยู่ในเนื้อกลิ่นกลั้วกับซิตรัสให้มีความสดชื่นกันก่อน แล้วตัวเอกอย่างกลิ่นลูก Fig จะเข้ามาผสมผสานจนเป็นกลิ่นโทนเขียวปร่าสดชื่นอมหวานติดผลไม้ที่ติดขมนิดๆ กึ่งใส ซึ่งเพียงแค่ช่วงต้นกลิ่นก็มีความนัวดาร์กแบบออกโทนโปร่งเขียวติดหวานจางๆ ให้รู้สึกได้ เมื่อเข้าช่วง Middle Notes กลิ่นอายของโทน Smoky ติดไม้หอมจากหญ้าแฝกและไม้ซีดาร์จะเริ่มเด่นขึ้นมาเคล้ากับความเขียวติดขมมีความเป็นมะพร้าวจางๆแบบ Fig โดยเนื้อกลิ่นจะมีความนวลๆ กุหลาบอ้อยอิ่ง และมีความอบอุ่นแบบเบาๆ นุ่มๆ ให้อารมณ์กลิ่นเขียวติดไม้หอมแกมหวานแบบมีความเข้มก็จริงแต่ยังอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสอยู่ จนเข้าสู่ Base Notes ที่กลิ่นจะมีลักษณะคล้ายกลิ่นชาดำติดขมหอมๆ ออกมา กลิ่นมีความเป็นยาสูบแทรกอยู่และมีกลิ่นหญ้าแห้งกับ Fig เบาๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ให้รู้สึกได้ว่า 3 ตัวนี้แหละที่ทำให้กลิ่นอายออกทางชาดำหน่อยๆ เสริมด้วยความ Smoky แบบขรึมๆ ของไม้ซีดาร์และหญ้าแฝกก็ยังมีให้รู้สึกได้ โดยที่มีความสะอาดของ Musk เป็นตัวรองพื้นให้ความสะอาดในเนื้อกลิ่น เลยทำให้ได้อารมณ์ออกแนวเข้มนัวแต่มีความสะอาดติดเขียวจางๆ แต่มีความใสไม่หนักหรืออกทางไหม้หรือแน่นจัดเกินไปนั่นเอง

เหมาะสำหรับ ทุกเพศเลยวัยทำงานขึ้นไป กลิ่นไม่ได้มาในลักษณะที่เข้าถึงได้เหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริงๆ กลิ่นมีมิติการเบลนด์ที่มีเสน่ห์มากในการทำให้โทนเขียวปร่าอมหวานมาเป็นกลิ่นชาดำติด Smoky ในช่วงท้ายได้ดีมากเลยทีเดียว ซึ่งกลิ่นนี้สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวัน ได้ทั้งงานทางการและทั่วๆ ไป ออกกำลังกายก็พอได้ (แต่จะดีเหรอ มันแพงมากนะ) ส่วนยามค่ำคืนถ้าอัดสเปรย์หน่อยก็สู้เขาได้อยู่ เพียงแต่อาจจะไม่ได้มาในลักษณะที่เย้ายวนแบบจัดเต็มอะไรนัก  

ความทน กลิ่นทนน่าพึงพอใจมาก เพราะ 8 ชม. กลิ่นยังคงตีขึ้นอยู่ตลอด แถมลากยาวไปถึง 12 ชม. ได้ถ้าจำนวนสเปรย์ลงตัว

การกระจาย กลิ่นกระจายดีในตอนต้น และมีความคงตัวไปเรื่อยๆ จนถึงปลายๆ ช่วงกลาง จึงจะลดลงมากระจายปานกลาง แล้วเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย

ทิ้งท้าย ตัวนี้อย่างน้อยต้องผ่านการใช้น้ำหอมมาในระดับหนึ่ง เพราะกลิ่นจะค่อนข้างมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เนื้อเดียวพิมพ์นิยมตามแบบฉบับของน้ำหอม Designer ทั่วไป กลิ่นอาจจะไม่ได้เข้าถึงง่ายในคราวแรก แต่มีเสน่ห์ให้อยากเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ว่าความนัวในแบบที่ไม่ต้องดาร์กเข้มจัดๆ มันเป็นยังไง สุดท้ายทำไมราคามันแรงจังเล๊ยยยย!

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ถ้าผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ รบกวนติดต่อเพื่อขอเป็นลายลักษณ์อักษรและผมต้องอนุญาตก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้แบบไม่ได้ขอกันก่อนดีๆ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ

Credit ภาพ - http://cdn.wallpaper.com/main/lelabo2.jpg    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น