Diptyque – Philosykos Eau de Parfum
จากที่ได้เล่าเรื่องราวของ Diptyqueรุ่น Philosykos ในความเป็น Eau de Toilette
(EDT) มาแล้วมีหรือที่จะพลาดรุ่นที่เข้มข้นกว่าอย่าง Eau
de Parfum (EDP) เพราะพื้นฐานเป็นคนที่ชอบกลิ่นFig หรือมะเดื่อเป็นทุนเดิมจึงต้องจัดและอยากรู้ความแตกต่าง เมื่อได้พิสูจน์ออกมาแล้วก็ต้องเล่า ผลออกมาคือ
มีความดีงามมากกก
ก ไก่ ล้านตัว เพราะว่ามันมีความแตกต่างจากรุ่น EDT ให้รู้สึกได้เลย ในพื้นฐานกลิ่นที่คงเดิม
เพียงแต่เพิ่มบางส่วนให้เข้มและชัดขึ้น โดยที่กลิ่นเปิดปล่อยของกันเต็มๆ
กับความเป็นกลิ่นอายของเปลือกต้นและใบ Fig กับความเขียวขมอมหวานโปร่งหอมที่ยังคงเป็นหัวใจหลักของน้ำหอมตัวนี้อยู่
จนเมื่อเข้าช่วงกลางความเขียวของใบและเปลือกต้นจะยังทำหน้าที่เด่นเป็นสง่าและมีความ
Strong ในการปล่อยของแบบจัดเต็มอยู่
แต่ก็จะเริ่มสัมผัสได้ว่าความเป็นโทนฟรุตตี้ของลูก Fig ที่จะมีความรู้สึกใสหวานนั้นเริ่มมีเสริมเข้ามา
แต่มาเบาๆ ไม่เน้นมาเต็มจนเด่นแบบในรุ่น EDT ออกแนวมาเสริมทัพให้กลิ่นมีความเป็น
Fig ที่ครบถ้วนมาครบทั้งใบ เปลือก และลูกที่หอมเขียวขมอมหวานคาต้นและยังคงเอกลักษณ์ของกลิ่นที่มีความครีมมี่กำลังดีอมเขียวไปตลอด
และจะเริ่มมีกลิ่นอายไม้หอมเข้ามาเสริมโทนให้อบอุ่นได้กลิ่นอายธรรมชาติแบบเรานั่งอยู่ในสวนที่เต็มไปด้วยต้น
Fig อย่างชัดเจน นำไปสู่ช่วงท้ายที่กลิ่นเขียวของความเป็น
Fig ทั้งหมดจะมาผสมผสานกับกลิ่นโทนไม้ซีดาร์ที่มาให้ความขรึมสบายๆมีความแห้งและนวลๆ
ติดเข้มแต่โปร่งจมูกรวมถึงกลิ่นจะมีความเขียวเจือเนื้อไม้หอมธรรมชาติได้ชัดเจนได้หมดเลยทั้งความอะโรม่า
ความรื่นรมย์ ความปลอดโปร่งโล่งสบาย ภาพรวมทั้งหมดจะได้อารมณ์เดินท่องไปในสวนFigท่ามกลางอากาศและแสงแดดอบอุ่นสบายๆ ไม่พอยังได้อิงแอบแนบชิดราวกับเข้าไปเที่ยวเล่นในต้น
Fig ตามส่วนต่างๆ(ที่ไม่ได้เข้าไปอยู่เป็นนางไม้ในนั้น)
ทำให้มีความฟินกับเอกลักษณ์ของความเป็น Fig ได้ชัดเจนตั้งแต่ต้นยันจบเลยทีเดียว
เปรียบเทียบ:
EDT – จะมีความใสติดหวานเจือของลูก
Fig และโทนเขียวโปร่งเด่นได้ความรู้สึกเบาสบายเขียวอมหวานไปตลอด
EDP – จะเน้นที่กลิ่นเขียวของใบและเปลือกต้นเด่น
กลิ่นมีความเข้มข้นมากกว่า EDTมีไม้หอมให้จับต้องได้มากขึ้น
เหมาะสำหรับ –ทุกเพศวัยเรียน ม.ปลาย
ขึ้นไปก็สามารถใช้ตัวนี้ได้สบายๆ กลิ่น EDP ออกทางเข้มขึ้นก็จริง
แต่ยังคงความโปร่งเขียวหอมอมหวานครีมมี่ได้ลงตัวทุกสิ่งอย่าง
โดยที่ไม่หวานใสเกินกว่าเหตุ ซึ่งสามารถใส่ได้ในทุกสถานการณ์ยามกลางวัน
เรียกว่ากวาดหมดทั้งยามทางการและทั่วๆ ไป ออกกำลังกายก็ใส่ได้อยู่ (แต่มันแพง
อย่าเอาไปใส่ตอนออกกำลังกายเลยเปลืองตังค์เปล่าๆ) ส่วนยามค่ำคืนเหมาะกับอากาศร้อนๆ
ที่ทำให้รื่นรมย์สบายใจอะโรม่ามากกว่าที่จะเอาไปเย้ายวนชวนเซ็กซี่
เพราะกลิ่นไม่ได้มาสายนั้นแต่ประการใด
ความทน – อันนี้อิงที่เคมีพอสมควร
ซึ่งถ้าเคมีเข้ากันได้ ความทนจะยาวนานต่อเนื่องเกิน 8 ชม.
ได้สบายๆ แต่ถ้าเคมีไม่ได้เข้านักกลิ่นอาจจะโบกมือลาเร็วอันควรเพียงแค่ 2
ชม. ก็อาจจะไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เช่นนั้นควรจะต้องลองก่อนเพื่อดูความเข้ากันได้จะดีที่สุด
การกระจาย – อิงเคมีเช่นกัน ซึ่งถ้าเข้ากับกลิ่นนี้
จะกระจายดีมากในตอนต้นเรียกว่าฟินกับความเขียวแบบมีเอกลักษณ์ของ Fig
กันอย่างชัดเจน แล้วจึงลดลงมากระจายปานกลางหอมแบบคนรอบตัวรับรู้ได้
ก่อนจะเป็นออร่ารอบๆ ตัวในช่วงท้าย
ทิ้งท้าย – ฟินมากกกกก บอกเลย หลงรักกลิ่น Fig แบบนี้มากจริงๆ เพราะมันธรรมชาติ ผ่อนคลาย เขียวเข้มและโปร่งสบายจมูก
ไม่หวานหรือครีมจัดเกินไป ที่สำคัญเคมีเข้ากับผมมากจนแบบว่ามาเป็นลูกรักเลยดีกว่าแบบนี้
เอาขึ้นแท่นกันได้เลยล่ะครับ
หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้
ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!!
ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ไม่เช่นนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้
ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว
ก็ขอแจ้งว่า ”เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ
ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ”
Credit ภาพ
- http://demandware.edgesuite.net/aark_prd/on/demandware.static/-/Sites-mecca-online-catalog/default/dw797a8ca9/product/diptyq/hr/i-023383-edp-phylosykos-75ml-2-940.jpg
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น