วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Review: Christian Dior – Dior Homme


Christian Dior – Dior Homme

สำหรับคนเล่นน้ำหอมชาย คงไม่ต้องบอกสรรพคุณของตัวยอดฮิตตัวนี้แน่ๆ ครับ เพราะต่างรู้จักกันดีในแง่ของน้ำหอมโซนเมโทร ที่หอมเท่ห์นิ่งและมีระดับมาก ซึ่งบอกแค่นี้คงไม่พอ คงต้องมาจาระไนกันซะหน่อยกับ Dior Homme ครับ ว่าทำไมถึงฮิตเหลือเกิน 

แน่นอนว่าไลน์นี้ผมเคยบอกเล่ามาแล้วคือ Dior Homme Sport แบบสูตรดั้งเดิมกับสูตรใหม่ที่ปรับให้เชื่อมโยงกับไลน์ปกติทั้งหมดแทน และตัวต้นตำรับจะหนีไปไหนไม่ได้กับ Dior Homme ที่จะเด่นที่โทนกลิ่นกระเป๋าเครื่องสำอางผู้หญิงกับลิปสติก เหมือนมีคนมาฝากรอยจูบเอาไว้ตรงแผ่นอกแล้วลิปสติกตีขึ้น ซึ่งเริ่มจาก Top Notes กันก่อนที่จะมากันแบบนุ่มจมูกกับกลิ่นของลาเวนเดอร์แบบติดโทนซ่าๆ นิดๆ สดชื่นหน่อยๆ ก็จริง แต่มาในโทนที่เรียกว่ารองพื้นด้านหลังด้วยกลิ่นโทนแป้งกันเต็มๆ จนเมื่อเข้า Middle Notes จนกลายเป็นกลิ่นอายแบบกระเป๋าเครื่องสำอางที่เมโทรสุดๆ เพราะกลิ่นโทนแป้งจะเริ่มดันขึ้นมาเรื่อยๆ จนรู้ได้เลยว่านี่คือ ดอกไอริส มาเต็มมาก ที่สำคัญพาโกโก้มาด้วย เลยกลายเป็นกลิ่นแป้งหอมไอริสกลั้วโกโก้โดยมีกลิ่นอายอบอุ่นกำลังดีของแอมเบอร์ รวมตัวกันกับกลิ่นลาเวนเดอร์ซ่าๆ ในช่วงต้น เลยออกมาเป็นเหมือนเวลาเราเปิดกระเป๋าเครื่องสำอางผู้หญิงกับกลิ่นลิปสติกจะลอยโชยขึ้นมา ซึ่งช่วงนี้แหละที่เป็นไฮไลท์มาก หอมมากจริงๆ เรียกว่าเป็นกลิ่นที่สามารถทำให้คนเหลียวตามได้ เพราะมันทั้งเท่ห์ เซ็กซี่ และ Metrosexsual ในเวลาเดียวกัน โดยกลิ่นจะปูทางไปที่ Base Notes โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายไฮไลท์เลย เพราะจะมาผสานกับกลิ่นโทนหนังนุ่มๆ มีหญ้าแฝกแห้งๆ ให้รู้สึกมาดแมน จนกลายเป็นกลิ่นอายอบอุ่นแบบนุ่มนวลติดโทนแป้งเครื่องสำอางไปตลอดจนกว่าจะหายไปจากผิว จึงไม่แปลกใจเลยที่ไลน์นี้ถือเป็นไลน์ที่ดังมาก และได้รับความนิยมมาตลอดแบบแรงดีไม่มีตกเลยล่ะ กลิ่นมันบ่งบอกถึงผู้ชายที่รสนิยมดี มีระดับ เท่ห์ เซ็กซี่แบบกำลังดี และรู้จักดูแลตัวเองอย่างชัดเจน

เหมาะสำหรับ – ผู้ชายทุกเพศวัยเรียนมหาลัยเป็นต้นไปก็ตัวนี้ได้แล้วล่ะครับ กลิ่นเข้าถึงง่ายและหอมแบบที่คนได้กลิ่นมักชอบได้ไม่ยาก ยิ่งผู้หญิงจะคุ้นชินกับกลิ่นแบบนี้เลยล่ะ และจะชอบมากๆ กันเสียด้วย โดยสามารถใส่ได้ในหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวัน ไม่ว่าจะงานทางการหรือทั่วๆ ไป แบบที่ต้องการยกระดับตัวเองด้วยกลิ่นหอมเมโทร แต่ขอยกเว้นใส่เพื่อออกกำลังกายไม่ควร ออกกลางแจ้งพอไหวบ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้าทางเท่าไหร่นัก ส่วนยามค่ำคืนจัดไป ใส่ได้สบายๆ อบอุ่นและเท่ห์อีกด้วย เพียงแต่ว่าถ้าจะเน้นเรียกแขกแบบเมโทรเท่ห์ๆ เรียกร้องความสนใจมากๆ ควรจะเลือกตัว Intense เพราะเข้มแน่นกว่า

ความทน – 8 ชม. โดยประมาณ แล้วจะค่อยๆ จางหายไปจากผิว ซึ่งก็อยู่ที่จำนวนสเปรย์ด้วยส่วนหนึ่ง ถ้าจำนวนสเปรย์ถึงก็จนได้มากกว่า 8 ชม.

การกระจาย – กลิ่นกระจายดีในช่วงต้น และคงความกระจายดีไปเรื่อยๆ จนถึงปลายๆ ช่วงกลาง ที่จะลดลงมากระจายกลางๆ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยออร่ารอบๆ ตัว พอพ้น 8 ชม. โดยประมาณจึงค่อยๆ จางลงไปตามลำดับ

ทิ้งท้าย – เอาเข้าจริงๆ ส่วนตัวผมมองข้ามรุ่นนี้มานานมาก เพราะเคยลองคู่กับ Valentino UOMO แล้วชอบมากกว่า แต่พอได้กลับมาลองและใช้ตัวนี้เต็มๆ อีกครั้ง เออ กลิ่นมันดีงามแบบเมโทรเท่ห์ๆ เซ็กซี่แบบนิ่งๆ ดีแท้

Credit ภาพhttp://www.dior.com/beauty/version-5.1432748111895/resize-image/ep/0/0/90/0/covers%252FNicheDH100ml.jpg

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น