วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567

Review: Osaji - Aoyu

Osaji - Aoyu

จุดเริ่มต้นของเจ้าของแบรนด์อย่าง Masakazu Shigeta ที่เป็นนักพัฒนาเครื่องสำอาง ที่คุณแม่ของเจ้าของแบรนด์ที่พื้นฐานชอบสิ่งประทินผิวที่มาจากพืชพันธุ์จากธรรมชาติเป็นหลัก แต่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุกับคุณแม่ จนทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงเกี่ยวกับผิวหนัง ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้เครื่องสำอางเหล่านี้ได้อีก เจ้าของแบรนด์จึงมีปณิธานเพื่อคิดค้นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวไม่ว่าจะเป็นผ่านการกินเข้าไปและสร้างสรรเครื่องสำอางที่ไม่ว่าสภาพผิวแบบไหนก็สามารถใช้ได้  ซึ่งก็เป็นแบรนด์ Osaji ในทุกวันนี้

แน่นอนว่าแบรนด์ญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ซึ่งยังไม่เห็นมีการจัดจำหน่ายที่ประเทศอื่น ซึ่งสินค้าก็มีครบในการช่วยดูแลผิวโดยลดการระคายเคืองต่อผิวให้มากที่สุด และที่สำคัญมีน้ำหอมที่พื้นฐานกลิ่นของแบรนด์นี้ส่วนใหญ่มักจะดึงเอาดอกไม้มาเป็นกลิ่นเด่น + คุมโทนในการเป็นกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์แบบไม่จำเป็นต้องรบกวนชาวบ้าน แต่ก็จะมี Limited Edition ออกมาจำหน่ายในแต่ละช่วงด้วยเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อได้ไปเยือนญี่ปุ่น ก็ต้องจัดกลิ่นสาย Limited ก่อน เพราะถ้าพลาดอาจจะไม่มีโอกาสได้หาลองใช้งานอีกในอนาคต เช่นนั้นเลยได้หนึ่งในกลิ่นที่ปล่อยออกมาวางจำหน่ายในปี 2022 ที่หมดแล้วก็หมดเลย (ไม่รู้จะผลิตมาวางจำหน่ายอีกไหม) ที่ปล่อยออกมารับฤดูฝนและฤดูร้อนของญี่ปุ่นในปีดังกล่าว ซึ่งนั่นก็คือ Aoyu ที่ใช้จนตกผลึกแล้วก็ขอมาเล่าต่อว่า

นี่คือกลิ่นสาย Citrus ที่เด่นกับความเปรี้ยวขมสร้างบรรยากาศที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมากกลิ่นหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงเปิดที่ให้ความรู้สึกแบบกลิ่นเปลือกผลไม้สาย Citrus ที่มีความเขียวขมซึ่งจับอารมณ์ได้อย่างแรกคือ มะนาวที่วาบขึ้นมาทักทายจมูกก่อนแรกสุด ก่อนจะเป็นกลิ่นแนวเปลือกส้มยูซุแบบผลเขียวๆ และกลิ่นที่คล้ายมะกรูดฝรั่ง (Bergamot) แต่มีความเปรี้ยวคมออกทางส้มเปรี้ยวจัดๆ เท่าที่ไปอ่านดู คือ ส้มสุดาชิ ที่มักเอามาทำอาหารในครัวเรือนของญี่ปุ่น ซึ่งรวมตัวกันออกมาให้ความรู้สึกเขียวเปรี้ยวขมปร่าที่ไม่จัดจ้าน และที่สำคัญเสริมความเป็นธรรมชาติเข้าไปอีก ด้วยการใส่โทนสมุนไพรติดตุ่นหน่อยๆ ของโรสแมรี่ ซึ่งนี่แหละคีย์หลักเลยที่ทำให้กลิ่นมีความเป็นธรรมชาติแบบกลิ่นจริงๆ แบบเวลาเราผ่าพวกกลุ่มผล Citrus แนวๆ มะกรูด ซึ่งคือใช่เลยไม่ต้องพยายามและตรงไปตรงมาสุดๆ 

ซึ่งช่วงต้นนั้นจะอยู่ไปราวๆ ไม่เกิน 5 - 10 นาทีแบบที่จะค่อยๆ ผ่อนตัวลง แล้วเข้าสู่ช่วงกลางที่ความเขียวขมจะกลายเป็นกลิ่นเบาๆ สร้างบรรยากาศแทน แต่กลิ่นที่เด่นขึ้นมาคือกลิ่นของกิ่งก้านและใบส้ม (Petitgrain) ที่ให้ความเขียวแกมเปรี้ยวอ่อนๆ มีความคมเบาๆ ที่เป็นธรรมชาติเป็นหลัก แต่จะมีความรู้สึกแบบกลิ่นกลิ่นติดหวานบางๆ และมีความสดชื่นให้รู้สึกแบบกลิ่นดอกไวโอเล็ตจริงๆ (ที่ไม่ใช่โทนแป้งติดหวานแกมเขียวแบบที่มักจะได้กลิ่นในน้ำหอมที่เด่นด้วยดอกไวโอเล็ต) และมีความรู้สึกนวลสะอาดแกมหวานอ่อนๆ คล้ายมีกุหลาบบางมากๆ รวมอยู่ด้วย แต่ก็เป็นสายสนับสนุนเพราะว่ากลิ่นไม่ได้เด่นออกมาเลยถ้าไม่ดมติดผิว ความรู้สึกที่ได้จึงมาเป็นหลักที่ความเขียวติดปร่าบรรยากาศเป็นสำคัญ

จริงๆ จะจบที่ช่วงกลางเลยก็ได้ เพราะเมื่อเข้าช่วงท้ายกลิ่นจะกลายเป็นโทนแบบผิวกายปกติของมนุษย์มากๆ จนบางทีแทบไม่รู้สึกว่ามีน้ำหอมอยู่ แต่ถ้าดมแบบพินิจพิเคราะห์จะมีกลิ่นไม้หอมโปร่งๆ ปร่าบางๆ ของไม้ซีดาร์ที่มีความ Smoky บางมากๆ แนวๆ Incense แต่ก็มีพื้นฐานความสะอาดเบาๆ ซึ่งน่าจะมี Musk อ่อนๆ รวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกว่าน้ำหอมไม่ทน แต่ถ้ามองที่ Concept แบบสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว นี่แหละใช่เลย กลิ่นจะติดผิวมากๆ เหมือนไม่ได้ใส่น้ำหอมแต่มีโทนให้รู้สึกสบายๆ และผ่อนคลายบางๆ เนียนๆ มินิมัลนั่นเอง

เหมาะสำหรับ - Unisex เข้าหมดทุกเพศและทุกวัย (ยกเว้น Baby เด็กทารก) ซึ่งสำหรับเด็กน้อยจะฉีดที่เสื้อที่สวมเบาๆ ซัก 1 สเปรย์ก็ได้ ซึ่งเข้ากับทุกสถานการณ์ยามกลางวันแบบครอบจักรวาลในการใช้งาน ส่วนยามค่ำคืนถ้าใส่ทั่วๆ ไปก็ได้อยู่ แต่งดได้เลยกับการใส่ไปเพื่อหวังเรียกเรตติ้ง เพราะเข้าใจก่อนว่านี่สไตล์ญี่ปุ่น ไม่ได้เน้นปล่อยพลังใส่คนอื่น

ความทน - เพราะกลิ่นมีความเป็นธรรมชาติมากๆ ซึ่งนั่นก็แปรผันกับความทน ก็ตาม Concept แบรนด์เน้นความเป็นธรรมชาติจากพืชพันธุ์ต่างๆ จึงให้ความทนที่ไม่เกิน 4 ชม. หรืออาจจะทนมากขึ้นหน่อยถ้าฉีดเสื้อที่สวมแต่ก็ + ไปราวๆ 1 ชม. แนวๆ นั้น

การกระจาย - กลิ่นกระจายปานกลางค่อนไปทางออร่ารอบๆ ตัวในช่วงต้น ก่อนที่จะเป็นออร่ารอบๆ ตัวกึ่งๆ จะติดผิวอยู่รอมร่อในช่วงกลางไปจนถึงราวๆ 2 ชม. ถึงเป็น Skin Scent เต็มตัวจนกว่าจะจางไปจากผิว ซึ่งใช่เลย Safe Scent สุดๆ   

สรุป - สิ่งที่ทึ่งมากคือกลิ่นที่มีความเป็นธรรมชาติมากๆ และมากจริงๆ กับการให้ความรู้สึกแบบสบายๆ แบบอารมณ์เราได้กลิ่นตอนผ่าส้มเปรี้ยวๆ มะนาว หรือมะกรูดแนวๆ นั้น ก่อนจะมาเป็นกลิ่นเขียวคมอ่อนๆ ที่มีความเป็นบรรยากาศสูงมาก และเข้ากับอากาศที่ร้อนหรือมีความอับชื้นสูงแบบฝนตกได้ดีอีกด้วย แต่ถ้ามองที่ข้อด้อยความกระจายกับความทนไม่ได้โดดเด่นนัก ซึ่งก็วนมาที่เรื่องเดิมคือ ก็น้ำหอมสไตล์ญี่ปุ่น เลยไม่ได้เน้นรบกวนใครนั่นแหล่ะ

หมายเหตุ:

1. บทความนี้มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล สามารถเป็นได้ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่เขียน เพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นได้ทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน

2. บทความนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์  ยกเว้นแบรนด์ สุคนธกร และเจ้าของแบรนด์ในการสร้างสรรค์กลิ่นนี้ที่จะสามารถนำไปใช้ได้ ในกรณีถ้าเจอว่ามีบุคคลนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า ”เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับร้านน้ำหอม/ผู้จำหน่ายคนนั้นๆ”

Photo Credit - https://osaji.net/special_products/aoyu2023ss/

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น