วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562

Review: Strangers Parfumerie - Virginia

Strangers Parfumerie - Virginia 

Virginia Woolf ถือเป็นหนึ่งในนักเขียนหญิงชื่อดังชาวอังกฤษในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้หญิงถูกจำกัดไว้เพียงแค่การเป็นภรรยา แม่ และลูกสาว ซึ่งจากพื้นเพเดิมของครอบครัวที่เป็นชนชั้นปัญญาชน จึงทำให้เธอได้รับการศึกษาและมีหัวก้าวหน้ามากพอที่ส่งเสียงของตัวเองผ่านวรรณกรรมที่เธอเขียนขึ้นมาในแต่ละเรื่อง ให้เห็นว่าผู้หญิงเองก็ประสบความสำเร็จได้เทียบเท่าผู้ชาย แต่ฉากหลังในชีวิตและประวัติของ Virginia นั้นมีความซับซ้อนและจริงจังมาก รวมถึงเธอเองก็เป็นหนึ่งใน LGBTIQ ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตลอดจนบทสุดท้ายของชีวิต คือ การเป็นโรคซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวนอย่างต่อเนื่องจนจบชีวิตตัวเองในที่สุด 

ถ้าจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเส้นเรื่องสำคัญในชีวิตของเธอเป็นลักษณะไหน สามารถดูฝีมือการแสดงของ Nicole Kidman ที่ถ่ายทอดความเป็น Virginia Woolf ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมทุกเม็ดจนได้รับรางวัล Oscar ปี 2003 สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในเรื่อง The Hours ได้เลย และนี่ก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่มาของกลิ่นที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นใน Collection - LGBTIQ ของ Strangers Parfumerie เพื่อถ่ายทอดในอีกแง่มุมความเป็น Virginia ผ่านกลิ่นอายที่ทำให้เราเข้าถึงและเห็นอีกมิติหนึ่งในสิ่งที่เธอเป็น

เปิดต้นทางด้วยกลิ่นอายที่สร้างความรู้สึกเหมือนยืนชมสวนยามเช้าที่จะมีกลิ่นเขียวๆ ปนชื้นน้ำค้างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวและมีความเป็นธรรมชาติมาก เพราะจะได้กลิ่นทั้งความเป็นกลิ่นไม้พุ่มเขียวๆ กลิ่นใบไม้จากต้นไม้ที่เด่นกลิ่นหญ้า กลิ่นสมุนไพรเขียวๆ ที่มีทั้งใสและออกทางเขียวขมๆ มีความเป็นโทน Oily เขียวติดเมือกๆ ตามธรรมชาติของกลิ่นแนวๆ ไฮยาซินท์ หรือแนวๆ Bluebell รวมถึงดอกไม้ป่าเป็นต้นเล็กๆ ที่จะมีความเขียวติดตุ่นหน่อยๆ ตามธรรมชาติ รวมถึงได้กลิ่นแนวๆ เขียวพุ่งๆ ของยางไม้ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Gallbanum ที่มีความสมดุลย์กำลังดีกับโทนอื่นๆ เคล้าโทนไม้หอมสะอาดเบาๆ ด้วย ซึ่งกลิ่นเหล่านี้จะผสมผสานกันเป็นโทนเขียวที่มีมิติต่างเลเยอร์ให้จับต้องได้รวมกัน เสริมด้วยโทนกลิ่นออกทางชื้นๆ อากาศติดฉ่ำหน่อยๆ ที่ทำให้กลิ่นช่วงนี้ครบถ้วนเรื่องบรรยากาศของความเป็นสวนโปร่งๆ สไตล์แบบสวนต้นไม้เป็นพุ่มๆ ไม่สูงมากนักแบบสวนอังกฤษที่มีความเขียวรื่นรมย์ได้อย่างลงตัวและธรรมชาติมากจริงๆ 

ซึ่งกลิ่นอายความเป็นสวนจะยังตามต่อมายังช่วงกลาง ที่จะลดทอนความเขียวแบบชัดเจนในตอนแรกลงมาเป็นสายสนับสนุนกลิ่นอายโทนดอกไม้โปร่งๆ หวานอ่อนๆ ปนเขียว ซึ่งกลิ่นดอกไม้จะออกแนวเป็นกลิ่นธรรมชาติที่ไม่ได้ตะบี้ตะบันต้องหวาน ต้องนวล ต้องชัด แต่ให้ความเป็นธรรมชาติแบบดอกไม้ในสวนเสียมากกว่า แต่สิ่งที่เริ่มสัมผัสได้นอกเหนือจากกลิ่นโทนดอกไม้คือ กลิ่นอายของกระดาษและไม้หอมที่ค่อยๆ ชัดมากขึ้น โดยจะมีกลิ่นอายเจือพิมเสนโปร่งๆ ใสๆ สะอาดๆ ไม่ดิบ เคล้ากับกลิ่นออกทางโทนหนังกลับที่ให้ความนุ่มและนวลกำลังดีที่ตีคู่ไปกับกลิ่นอายดอกไม้ที่ติดเขียว กลิ่นไม่ได้ไปสายนวลเย้ายวนหรือว่าอ่อนโยนนัก เพราะโทนกระดาษทำให้กลิ่นมีอารมณ์ของความขรึมลึกให้รู้สึก จนเมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะโทนไม้หอมเริ่มชัดขึ้น เริ่มมีกลิ่นอายติดดาร์กหน่อย ออกทางโทนคล้ายหมึกเขียนหนังสือ ปนกลิ่นอายเขียวเข้มจางๆ ที่น่าจะมาจาก Oak Moss ก็จะเข้าสู่ช่วงท้ายที่กลิ่นเริ่มมีอารมณ์ที่จริงจังและซับซ้อนเข้ามาให้รู้สึกได้มากขึ้น กลิ่นโทนดอกไม้ปนเขียวจะเหลือเพียงเบาๆ ให้บรยยากาศ แต่สิ่งที่ชัดและเด่นขึ้นมา คือ กลิ่นอายของกระดาษและความดาร์กอ่อนๆ ของกลิ่นคล้ายหมึก สอดรับด้วยกลิ่นอายไม้หอมแห้งๆ ขรึมๆ แบบห้องที่ทำด้วยไม้ มีกลิ่นไม้โอ๊คให้จับต้องได้พอสมควร ซึ่งการผสมผสานลักษณะนี้ทำให้กลิ่นมีความรู้สึกจริงจังเกิดขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศแบบสวนรื่นรมย์ติดเขียวเบาๆ เพียงแต่กลิ่นไม่ได้ไปสายอึดอัดมากไปหรือทึบไป ยังมีความโปร่งอยู่ให้สัมผัสเป็นขั้นแรก แล้วจะสัมผัสได้อย่างต่อเนื่องเพราะจะจับได้อีกอารมณ์ที่เสริมเข้ามา คือ ความซับซ้อนในความรู้สึกของโทนกลิ่นที่ให้ทั้งความลุ่มลึกของโทนธูIncense อ่อนๆ ความนุ่มนวลของหนังกลับ และความอับติดขี้เถ้าดาร์กอ่อนๆ ซึ่งจะมีความ Contrast สร้างความรู้สึกแบบเป็นจุดสนใจท่ามกลางบรรยากาศติดเขียวธรรมชาติ แต่เป็นจุดที่มีความแตกต่างที่มีเสน่ห์มากอยู่ในนั้น และทำให้เห็นภาพไล่เรียงกันมาจากช่วงต้นสู่ท้ายในลักษณะนี้เลย 

1. ภาพสวนยามเช้าที่ปลอดโปร่งชุ่มชื่นน้ำค้างให้ได้รับรู้กลิ่นที่รื่นรมย์ตามธรรมชาต 
2. ก่อนจะซูมออกมาให้เห็นว่าเราอยู่ตรงหน้าต่างของห้องเขียนหนังสือที่มีวิวทิวทัศน์ของสวนด้านนอก 
3. แล้วซูมออกมาอีกในมุมสูงขึ้นก็จะเห็นภาพทั้งห้องที่มี ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเขียนหนังสือด้วยหมึกอย่างจริงจังและตั้งใจบนโซฟาหนังกลับ ที่พื้นห้องมีกระดาษที่ทั้งโดนขยำทิ้งและแผ่กระจายตามจุดต่างๆ มีถังที่มีขี้เถ้าจากการเผากระดาษ และคงไม่แปลกใจถ้าผู้หญิงคนนี้กำลังเขียนประโยคนี้อยู่ 

“Mrs. Dalloway said, She would buy the flowers herself” 

เหมาะสำหรับ - กลิ่นลงไว้ว่าเป็น Unisex ที่ใช้ได้หมดทุกเพศ แต่โทนกลิ่นจะไพล่ไปทางผู้หญิงมากกว่าประมาณ 70% แต่ยังไงถ้าเป็นผู้ชายที่ชอบโทนเขียวธรรมชาติแบบกลิ่นอายสไตล์สวนอังกฤษกับอากาศเย็นกำลังดี ก็สามารถใช้กลิ่นนี้ได้สบายมาก ซึ่งเหมาะกับแทบทุกสถานการณ์ยามกลางวัน กลิ่นได้ทั้งความเป็นธรรมชาติและความจริงจังติดขรึมซับซ้อนอยู่ในนั้นไล่เรียงเป็นสเต็ป อาจจะมีเพียงการใช้เพื่อออกกำลังกายที่ไม่ค่อยไปด้วยกันได้นัก ส่วนยามค่ำคืนเน้นใส่แบบทั่วๆ ไปดีกว่า เพราะถ้าใส่ไปท่องราตรีกลิ่นสไตล์นี้เบียดกับสายหวานปล่อยพลังไม่ไหวแน่นอน 

ความทน - อยู่ระหว่าง 6 - 8 ชม. อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ได้ อิงตามจำนวนสเปรย์และสภาพอากาศ เพราะยามอากาศร้อนๆ ใส่ตัวนี้พอผ่านไป 4 ชม. กลิ่นจะเบาลงเรื่อยๆ จนหายไปตอนราวๆ 6 ชม. แต่พออากาศดีๆ ไปถึงอากาศเย็นๆ กลิ่นลากยาวไปที่ 10 ชม. ได้เลย 

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนแรก ให้ความรื่นรมย์ได้ดีมาก แล้วจะลดลงมาเป็นกระจายปานกลางค่อนไปทางออร่ารอบๆ ตัว ก่อนจะเป็น Skin Scent ในช่วงท้าย 

ทิ้งท้าย - ถ้ามองในแง่ของคนที่ดูภาพยนตร์เรื่อง The Hours มา อารมณ์จะเหมือนดูฉากเขียนหนังสือของ Virginia Woolf เลย เพราะบรรยากาศทุกอย่างมันใช่ มีความ Contrast ที่มีเสน่ห์มาก แต่ถ้ามองในแง่การใช้งานทั่วไปไม่ได้ลงลึกถึงตัวภาพยนตร์ Virginia ถือว่าเป็นน้ำหอมโทนเขียวที่มีลูกเล่นให้ความรื่นรมย์ ใช้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย แต่มีมิติที่ไล่เรียงกันไปสู่กลิ่นที่มีความน่าค้นหากำลังดีมากเลยทีเดียว ที่สำคัญมีความแตกต่างในสไตล์ Niche Perfume ที่มีเอกลักษณ์ด้วยนั่นเอง 

หมายเหตุ: 
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน 
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ นอกเหนือจากนั้นถ้าเจอว่าเอาไปใช้ ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมายนะครับ รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ นะครับ

Photo Credit - https://www.facebook.com/strangersparfumerie/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น