วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Review: Etat Libre d’Orange - The Afternoon of a Faun

Etat Libre d’Orange - The Afternoon of a Faun

Vaslav Nijinsky ถือเป็นหนึ่งในนักเต้นบัลเล่ต์ชายและนักออกแบบท่าเต้นบัลเล่ต์ที่เป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ของรัสเซียเลยก็ว่าได้ เพราะผลงานต่างๆ มากมายต่างก็ได้รับการยกย่องในความสร้างสรรค์และความงดงามในการปล่อยท่วงท่าบัลเล่ต์ในการเล่าเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้ผู้อื่นหรือลงมือเป็นตัวแสดงเอง ซึ่งถ้าพูดถึงผลงานที่ยอดเยี่ยมของ Nijinsky หนึ่งในผลงานอันโดดเด่นมากๆ คงจะหนีไม่พ้นการแสดงบัลเล่ต์ในเรื่อง Afternoon of a Faun ที่เขาทั้งแสดงเองและออกแบบท่าเต้นทั้งหมด

ซึ่งเรื่องราวในยามบ่ายของ Faun ในการเล่าเรื่องราวในการเต้นบัลเล่ต์ ถือว่าเป็นเรื่องอีโรติคเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นการเกี่ยวพาราสีกันระหว่าง Faun หนุ่มและนางไม้ ซึ่งในแต่ละช่วงได้ได้ความรู้สึกถึงพลังทางเพศผ่านภาษากายออกมาค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว และเรื่องราวนี้ก็ได้มาเป็นหนึ่งในการสร้างสรรค์ความหอมของแบรนด์ Niche Perfume สายเก๋อย่าง Etat Libre d’Orange ที่เอามาถ่ายทอดเป็นกลิ่นลงสู่ขวดและเล่าความเป็นไปของยามบ่ายของ Faun ด้วยภาษากลิ่น ซึ่งจะออกมาเป็นลักษณะใด ใช้แล้วเล่าต่อได้แบบนี้เลย

พื้นฐานของกลิ่นทั้งหมดจะมีความแห้งเป็นพื้นฐานสำคัญ และจะมี Center Notes ที่อยู่ในทุกๆ ช่วงของน้ำหอมบอกเล่าเรื่องราวระหว่าง Faun กับนางไม้อย่าง Oak Moss ที่ให้ความเขียวขมแห้งอารมณ์ติด Earthy และดอก Immortelle ที่ให้ความเป็นคาราเมลไซรัปออกทางสมุนไพรหวานโปร่ง โดยที่มีตัวสร้างอารมณ์กลิ่นด้วยความเป็นโทนสาบปลุกเร้าอย่างหนังเป็นตัวสร้างความเย้าเร้าในความเป็นอีโรติคที่น่าสนใจมาก ซึ่งช่วงเปิดอารมณ์กลิ่นที่จะมีโทน Citrus ติดเปรี้ยวขมแห้งๆ และมีความ Spicy เนียนๆ ในเนื้อกลิ่นอย่างมะกรูดฝรั่ง จะมาเจอกับโทนพริกไทยที่ให้ความปร่าเผ็ดนวลที่สอดรับด้วยกลิ่นอายของยางไม้ค่อนไปทาง Incense ติดกลิ่นออกทางยางไม้ผงแห้งๆ เจือหวานเล็กๆ จะวูบขึ้นมาแบบชัดเจน และปลายกลิ่นที่รับรู้จะจับได้ถึงโทนหวานออกทางอบอุ่นของอบเชยที่เนียนแทรกอยู่ในเนื้อกลิ่นประปราย โดยที่เมื่อดมเข้าไปใกล้ผิวจะจับได้ถึงกลิ่น Oak Moss ติดหนังที่มีความหวานแห้งๆ ของดอก Immortelle ที่เป็นฉากหลังของกลิ่น ทำให้ช่วงแรกจะมีเลเยอร์กลิ่นที่ซับซ้อนไม่ใช่น้อย เพราะเป็นการผสมผสานลูกเล่นของสายเครื่องเทศ สายธูป Incense สายสมุนไพร และสายเร้า Animalic ที่สร้างอัตลักษณ์ของกลิ่นออกทางอากาศแห้งๆ อุ่นๆ ยามบ่ายที่มีกลิ่นออกทางกึ่งสมุนไพรและเครื่องเทศลอยอยู่ในอากาศ โดยให้ความรู้สึกแนวเรียกร้องความสนใจกึ่งเย้าอยู่ตลอด

เมื่อกลิ่นช่วงต้นปล่อยของกันพอสมควรแก่เวลา การเข้าสู่ช่วงกลางจะลดทอนกลิ่นเครื่องเทศในตอนต้นลงไปเรื่อยๆ แล้วให้โทนกุหลาบกับแป้งติดอับทึบน่าค้นหาของโทนหัวเหง้าออริส ที่จะมีกลิ่นติดแป้งดอกไม้จืดบางๆ ของไอริสปลายกลิ่น ซึ่งช่วงนี้กลิ่นโทน Immortelle จะเริ่มเด่นออกมาจากพื้นหลังมาเป็นผู้เล่นหลักตีคู่กับกลิ่นแป้งกุหลาบเย้า เลยทำมห้ได้โทนแป้งติดหวานแห้งๆ ปลายกลิ่น แต่เนื้อกลิ่นไม่ได้มีแค่นี้เพราะว่าโทน Oak Moss กับหนังจะเป็นตัวมาสร้างอารมณ์ติดดาร์กดึงดูดน่าค้นหาค่อนไปทางกลิ่นสมุนไพรเขียวเข้มแห้งเจือปลุกเร้า Animalic อารมณ์กลิ่นจะสร้างความหยินหยางในด้านเย้ายวนค่อนข้างชัดเจนแบบฝั่งหนึ่งเย้าสว่างมีจริต อีกฝั่งเย้าห่ามดิบเข้ม ซึ่งทำให้กลิ่นมีลูกเล่นที่บอกเล่าอารมณ์ตามเนื้อเรื่องที่มาของการสร้างสรรค์น้ำหอมได้อย่างน่าสนใจมากในการจีบกันให้นัวของนางไม้และ Faun หนุ่ม ซึ่งแน่นอนกลิ่นยังคุมโทนความแห้งที่อารมณ์แบบบรรยากาศแห้งๆ อุ่นๆ อยู่เช่นเดิม จนเมื่อกลิ่นดำเนินไปยาวนานพอสมควรการเ้าสู่ช่วงท้ายจะชัดเจนมากขึ้น เมื่อโทนแป้งเริ่มลดทอนความชัดลงมาเหลือประปราย และกลิ่นออกทางหวานไซรัปคาราเมลแห้งๆ ของ Immortelle เริ่มกลายเป็นโทนหวานปลายกลิ่น เปิดทางให้ Oak Moss กับหนังกลายเป็นตัวหลักที่จะไม่ได้มาแบบดิบเข้มแล้ว แต่จะมีความเบาลงมาโดยมีกลิ่นยางไม้ติดหวานอุ่นอับหน่อยๆ ปนกลิ่นออกทางยาผงเล็กๆ ของ Myrrh ทำให้อารมณ์กลิ่นจะมีความเร้าเย้าอ่อนๆ แบบติดกึ่งยาไม้หอมแห้งๆ อารมณ์แบบไม้เก่าๆ และจะมีกลิ่นออกทางคล้ายวานิลลาเล็กๆ เนียนๆ แต่มีความหวานสอดรับพอดีกับกลิ่น Immortelle ที่เป็นปลายกลิ่น ทำให้อารมณ์กลิ่นจะมีความขมติดหวานปลายบางๆ อ้อยอิ่งเสียมากและกลิ่นจะออกทางเศร้าๆ หม่นๆ เสียด้วยซ้ำ ซึ่งกลิ่นจะให้ความอ้อยอิ่งคลอผิวไปเรื่อยๆ แบบที่ดิ่งๆ พอสมควร แต่ก็ยังมีเสน่ห์ที่หวานปลายกลิ่นอยู่ตลอด ซึ่งถ้าไปเทียบกับเนื้อเรื่องก็ไม่แปลกใจเพราะบทสุดท้ายมันก็เศร้านั่นแหละ

เหมาะสำหรับ - Unisex เลย กลิ่นออกแนวเป็นสภาพแวดล้อม + Storytelling มากกว่า เลยจะไม่ได้เจาะจงว่าเพศไหนทำให้ใช้ได้หมด เผลอๆ สร้างเสน่ห์เฉพาะตัวคนที่ใช้เสียด้วย ซึ่งกลิ่นจะเหมาะกับหลายๆ สถานการณ์ยามกลางวันแบบจำนวนสเปรย์เหมาะสม (อิงตามอากาศเมืองไทย) เพราะถ้าหนักมือรัวเสปรย์มากไปกลิ่นจะตีขึ้นจนเลือกไม่ถูกจะเซ็กซี่หรือจะอวลอึนเอาได้ โดยสามารถใส่ยามทางการได้อยู่เพราะมันมีโทนขรึมจาก Oak Moss ชัดอยู่ และยามทั่วๆ ไปที่จัดไปกลิ่นกระทำความ Niche สูงเลย ซึ่งไม่เหมือนใครแน่นอน รวมถึงกลิ่นนี้สามารถใส่ยามกลางคืนได้ทั้งออกงานหรือว่าท่องราตรีก็สามารถ เพราะนำเสนอความแตกต่างทางกลิ่นได้ดีเลยล่ะ

ความทน - ดีงามกับพื้นฐานที่ 8 ชม. เป็นสำคัญ และมากกว่านั้นได้อีกเยอะ ซึ่งส่วนตัวเจอไปที่ 15 ชม. ที่กลิ่นยังตีขึ้นให้รับรู้ได้ กับการใช้งานเพียง 5 สเปรย์

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้นเรียกว่ามีความชัดแบบเรียกร้องความสนใจ แล้วจะค่อยๆ ลดลงมาปานกลางไปเรื่อยๆ จนเข้าช่วงท้ายถึงกลายเป็นออร่ารอบๆ ตัวแบบอวลหม่นติดหวานปลายไปเรื่อยๆ

สรุป - ถ้าได้ชมบัลเล่ต์เรื่องราวนี้ กลิ่นนี้ถือว่าสื่อสารเรื่องราวได้ดีมากตั้งแต่ต้นยันจบเลย โดยที่ใช้ลูกเล่นกลิ่นได้อย่างดีงามกับการเอา Immortelle, Oak Moss, หัวเหง้า Orris กับโทนแป้ง และหนังที่ให้โทน Animalic มาเล่นโทนได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งกลิ่นอายสาย Niche ที่มีความเก๋ ความแตกต่าง และความเฉพาะที่มีเสน่ห์มาก อันนี้ ยอมในฝีมือสุคนธกรเลยจริงๆ  

หมายเหตุ:

1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน

2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์  ยกเว้นแบรนด์ สุคนธกร และเจ้าของแบรนด์ในการสร้างสรรค์กลิ่นนี้ที่จะสามารถนำไปใช้ได้ ในกรณีถ้าเจอว่ามีบุคคลนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า ”เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ”

Photo Credit - https://in.pinterest.com/pin/852587773177294273/

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น