วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

Review: Parfum Prissana - Nesnas Qareen


Parfum Prissana - Nesnas Qareen

Gods & Monsters Collection เป็นอีกหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานผ่านกลิ่นอายน้ำหอมเชิงศิลปะของแบรนด์ Parfum Prissana ที่บอกเล่าถึงกลิ่นอายที่แตกต่างกันเฉกเช่นตามที่มาทั้งหมด 3 รุ่นในปัจจุบันอย่าง Mandarava ที่อ้างอิงกลิ่นอายดอกไม้บนสรวงสวรรค์ตามเรื่องเล่าของศาสนาพุทธ และ Ma Nishtana ที่อ้างอิงเพลงกล่อมเด็กที่บอกเล่าถึงพระเจ้าช่วยให้ชาวยิวได้กลับไปที่อิสราเอล ซึ่ง 2 รุ่นนี้ไว้มาว่ากันภายหลัง แต่จะขอมาเจาะกันที่อีกรุ่นที่สื่อสารถึงคำว่า Monster กันอย่างชัดๆ ดีกว่า นั่นคือ Nesnas Qareen

จากคำโปรยของแบรนด์ที่ระบุไว้ว่า Nenas จะเป็นปีศาจในรูปแบบหนึ่งตามเรื่องเล่าของชาวเยเมนที่มีขาข้างเดียว แขนข้างเดียว ตัวครึ่งซีก หน้าครึ่งซีก และมีหางเหมือนแกะ ส่วน Qareen อันนี้ชัดเจนมากนั่นคือ ซาตาน หรือ Demon เจ้าแห่งปีศาจ ที่คอยล่อลวงให้เราเข้าสู่ด้านมืด และเมื่อความเป็น Monster มาเจอกับ Demon การถ่ายทอดกลิ่นตามที่ที่แบรนด์สร้างสรรค์เลยออกมาในลักษณะนี้

การล่อลวง คือ ช่วงเปิดตัวของกลิ่นที่ให้อารมณ์เย้าและดึงดูดจากกลิ่นอายผลไม้แห้งที่ให้โทนหวานแห้งอย่าง “อินทผาลัม” เคล้ากับกลิ่นโทนแอปริคอตหวานอมเปรี้ยวแต่มาในโทนออกทางผลไม้แห้งเสียมาก แต่จะมีกลิ่นออกทางเหล้าคล้ายโทนวิสกี้หน่อยๆ เป็นตัวสร้างกลิ่นอายสายดึงดูดให้ความหวานออกทางผลไม้แห้งฟุ้งออกมาอย่างมีมิติและมีระดับในการเป็นมิติกลิ่นเลเยอร์แรก แต่กลิ่นชั้นต่อๆ มาคือ กลิ่นขี้เถ้าเคล้าควันที่ให้ความเป็นโทน Smoky ติดทึบ ตามด้วยกลิ่นโทน Animalic สาบปลุกเร้าที่จะจับต้องได้จากกลิ่นออกทางยี่หร่าหน่อยๆ ที่มีลักษณะคล้ายกลิ่นเหงื่อบางๆ ติดหวานปลายกลิ่นและกลิ่นหนังที่จะรองพื้นอยู่ ทำให้แค่ช่วงเปิดก็เรียกว่าขนเอาความซับซ้อนมานำเสนอกันอย่างแท้จริง เพราะกลิ่นที่แยกได้ออกมาเป็นเลเยอร์ต่างๆ นี้ จะผสมผสานกันออกมาเป็นลูกเล่นทางกลิ่นที่ไล่จากโทนล่อลวงอย่างเหล้าเคล้าผลไม้แห้งหวาน ติดอับขี้เถ้าเจือกลิ่นควัน ซ้อนด้วยสาบปลุกเร้าสาบดึงดูดที่มาแบบเนียนๆ และมีความเฉพาะตัว เรียกว่าสร้างความดึงดูดเคล้าความดาร์กล่อลวงได้ชัดเจนมาก

การเปลี่ยนตัวเอกในการเดินกลิ่นจะเกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากช่วงต้นดำเนินไปซักราวๆ 10 นาที เพราะกลิ่นโทนขี้เถ้าจะกลายเป็นตัวเอกหลักที่สร้างอารมณ์กลิ่นควันติดทึบ และได้อารมณ์แบบกลิ่นยาสูบที่ไหม้ติดหวานกึ่งควันหน่อยๆ รวมถึงเริ่มจับต้องได้ถึงโทนธูป Incense ที่ให้ความปร่าเจือไม้สนหน่อยๆ ที่เป็นลักษณะแบบยางไม้ Frankincense กึ่งปร่าติดพริกไทยเจือเลมอนหน่อยๆ ของยางไม้อย่าง Elemi ที่เนียนแทรกผสมผสานเด่นเป็นชั้นแรกของเนื้อกลิ่น ตามติดด้วยกลิ่นหนังที่มีความดิบกำลังดีแอบมีความขมเจือหวานนัวติดเครื่องเทศของหญ้าฝรั่นที่ให้ความลุ่มลึกอยู่รวมถึงยังฉายแสงความเป็นโทน Animalic ปลุกเร้าเจือหวานปลายยี่หร่าอยู่เช่นเคย แต่ยังไม่ได้ถึงกับหนักมากเพราะเนื้อกลิ่นจะมีโทนมาตัดให้รู้สึกหอมนวลกุหลาบเคล้ากลิ่นหวานของขนมแห้งๆ ร่วนๆ และกลิ่นอินทผาลัมที่ยังตามมาในช่วงนี้อยู่ ซึ่งต้องบอกว่าช่วงนี้คือไฮไลท์ในการเข้าสู่ด้านมืดกันเต็มๆ เพราะการผสมผสานมิติกลิ่นจากขี้เถ้าสู่ควันปร่าเคล้ากลิ่นหนังลุ่มลึกจะชัดเจนมาก และที่สำคัญกลิ่นโทน Frankincense และ Elemi ที่อารมณ์เหมือนจะสว่าง แต่กลับกลายเป็นโทนที่ได้อารมณ์ร้ายลึกท่ามกลางความดาร์กต่อด้วยการล่อลวงเย้ายวนที่ยังคงมีอยู่กับโทนหวานที่เนียนไปกับเนื้อกลิ่น ภาพในหัวตีความกลิ่นออกมาคนนั่งในเงามืดยิ้มเห็นฟันแบบที่ไม่ชอบมาพากลเคล้ากลิ่นควันไหม้และควับยาสูบที่ประปรายอยู่รายรอบ

จนเมื่อกลิ่นดำเนินไปจนมีกลิ่นโทนหวานล่อลวงเริ่มหายไปจนเหลือบางๆ เปลี่ยนให้กลิ่นหนังและ Incense เป็นเมนหลัก กลิ่นช่วงนี้จะมีลักษณะแบบน้ำหอมสาย Vintage ที่มีความเป็นหนังติดโทน Animalic อวลหน่อยๆ ซึ่งมีโทน Incense ที่จะมีความอวลติดอบอุ่นลึกและมีความพร่าปร่าอยู่รอบๆ ทำให้กลิ่นมีลูกเล่นความดิบก็ได้ ความนิ่งร้ายก็ชัด ความเร้าก็มากับเขาด้วย และความดาร์กที่ยากแท้หยั่งถึงในการเป็นช่วงท้ายของน้ำหอมที่จะสร้างออร่าโหมดมารที่นิ่งขรึมร้ายแบบแผ่รังสีที่มีระดับและไม่ธรรมดานั่นเอง

เหมาะสำหรับ - Unisex เลย เพราะไม่ว่าใครก็เข้าสู่โหมดมารได้ทั้งหญิงและชาย แต่อย่างน้อยอาจจะผ่านน้ำหอมกลิ่นโทน Smoky หรือหนังออกทาง Vintage มาหน่อยจะเข้าถึงกลิ่นนี้ได้ไม่ยาก กลิ่นอาจจะไม่ได้ง่ายนักในการใช้งานตามสถานการณ์ต่างๆ แต่ถ้าต้องการนำเสนอความสมาร์ทกึ่งขรึมที่เนียนเอาความร้ายในชุดออกทางโทนสีเข้ม บอกเลยว่าเข้ากันมากจริงๆ ซึ่งกลิ่นร้ายๆ นี่แหละที่สามารถสร้างออร่าที่เย้าและดึงดูดได้ไม่ยากด้วยซ้ำไป แต่ถ้าใช้ยามกลางวันก็เบามือนิดนึงเพราะกลิ่นมีความทรงพลังมากเลยทีเดียว

ความทน - เป็นเลิศที่สุด เพราะว่า 15 ชม. กลิ่นยังคงทำหน้าที่ได้งดงามอยู่ สมกับการเป็น Pure Perfume กันอย่างชัดเจน

การกระจาย - กลิ่นกระจายดีในตอนต้น แล้วจะพีคขึ้นมากระจายดีมากในช่วงกลางซักพัก ก่อนจะผ่อนลงมาเรื่อยๆ มาที่ปานกลางกันยาวๆ พอเข้าช่วงท้ายจะเริ่มเป็นออร่ารอบๆ ตัวยาวไป

สรุป - บอกเลยว่านี่คือกลิ่นสไตล์ Last Boss ที่มีรังสีความดำมืดและร้ายกาจ ผสมผสานความเป็นปีศาจแผ่ออกมาอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งในงานศิลปะทางกลิ่นที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ซับซ้อน และไม่ธรรมดามากจริงๆ

หมายเหตุ:
1. Review นี้ มาจากประสบการณ์ใช้ส่วนบุคคล ถ้าใช้แล้วไม่เหมือนกับที่ผมเขียนเพราะน้ำหอมเวลาอยู่บนผิวแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปได้ ซึ่งมันเป็นทั้งเสน่ห์เฉพาะและเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ชอบในเวลาเดียวกัน
2. Review นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรับรอง ห้าม!!! ผู้ใดจะเอาไปใช้อ้างอิงทางการพาณิชย์ ยกเว้นแบรนด์และเจ้าของแบรนด์ Parfum Prissana ที่สามารถนำไปใช้ได้ ในกรณีถ้าเจอว่ามีบุคคลนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องว่าตามบริบทของกฎหมาย รวมถึงกรณีเมื่อมีร้านไหนนำไปใช้ตามการอนุญาตแล้ว ก็ขอแจ้งว่า ”เข็มขัดสั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายใดๆ ของร้านน้ำหอม/ผู้ขายคนนั้นๆ”

Photo Credit https://www.facebook.com/parfumprissana/


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น